โพสต์ 7 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 11 มี.ค. 57 1,690 Views

เพิ่มความสมดุลให้ร่างกาย

เพิ่มความสมดุลให้ร่างกาย

หลายๆคนจะมีสูตรนั้นสูตรนี้ในการไดเอ็ท เพื่อช่วยให้มีหุ่นที่เฟิร์มและกระชับอยู่ตลอดเวลา การออกกำลังกายเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยให้เกิดความสมดุลในร่างกาย ควบคู่ไปกับการไดเอ็ทได้ แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่เรามักไม่ค่อยได้รับวิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้อง หากคุณพียงเพิ่มการออกกำลังกายง่ายๆควบคู่ไปกับการไดเอ็ทเท่านี้ ก็สามารถช่วยเสริมให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้

สูตรการออกกำลังกาย 5 ข้อ นี้ช่วยคุณได้

1. การฝึกแอโรบิก

AERO มาจากภาษากรีก แปลว่า “ลม” การออกกำลังกายแอโรบิกนั้นรวมไปถึงการวิ่ง พายเรือ ว่ายน้ำ และการขี่จักรยาน ที่ช่วยให้การเต้นของหัวใจมีจังหวะเต้นเร็วขึ้น และทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี

คำแนะนำ : ควรฝึกแอโรบิกแบบปานกลาง ประมาณ 2.5 ชม ต่อครั้ง หรือแบบเร็ว 1.5 ชม ต่อครั้งและทำสม่ำเสมอทุกสัปดาห์

2. การฝึกการทรงตัว

คนเราทุกคนเมื่ออายุเพิ่มมาก ขึ้น เราจะขาดการทรงตัว ดังนั้นการฝึกการทรงตัวที่ดีจะมีประโยชน์มากเลยทีเดียว ถ้าเปรียบกับ นักซูโม่ ที่มีน้ำหนักมากกว่า 150 กิโลกรัมนั้น พวกเขามีการทรงตัวที่ดีเยี่ยม

คำแนะนำ : การฝึกทรงตัวโดยยืนขาข้างเดียวค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำกัน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือยืนขาข้างเดียวค้างไว้ 30 วินาที และกางแขนออกทั้งสองข้าง ทำสัปดาห์ละครั้งก็ได้ หรือลองฝึกเล่นไทเก๊ก ก็สามารถช่วยปรับสมดุลในการเคลื่อนไหวเหมือนกัน

3. การฝึกโดยใช้แก่นกลางของลำตัว

การออกกำลังกาย ที่ใช้กลางลำตัว รวมถึงการใช้ หน้าท้อง หลังส่วนล่าง และกระดูกเชิงกราน จะช่วยให้กล้ามเนื้อทั้งส่วนบนและส่วนล่างทำงานไปพร้อมๆกัน ประโยชน์ของการออกกำลังกายโดยใช้แก่นกลางของลำตัว ยังสามารถช่วยปกป้องหลังและกระดูกสันหลังอีกด้วย

คำแนะนำ : ฝึกเกร็งหน้าท้องแบบปานกลาง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือฝึกโดยการใช้ลูกบอลเป็นตัวช่วย ครั้งละ 30 นาที ทำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

4. การออกกำลังกายโดยใช้กล้ามเนื้อ

การออกกำลัง กายเพื่อกระชับกล้ามเนื้อและบริหารกระดูก โดยใช้การยกน้ำหนัก เช่น dumbbells เล่นเวต หรือการใช้อุปกรณ์ต้านแรง สามารถช่วยในการฝึกแบบนี้ได้ หรือการทำ push up, chin up, หรือการบริหารโดยการเกร็งหน้าท้อง นั่งยองๆ ล้วนป็นการฝึกกล้ามเนื้อทั้งหมด

คำแนะนำ : การฝึกกล้ามเนื้อแบบปานกลาง ทำครั้งละ 30 นาที หรือแบบเร็ว 1 ชม ต่อครั้งทำสม่ำเสมอ 2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์

5. การฝึกเหยียดกล้ามเนื้อ 

หลายคนมักมองข้ามหรือ ไม่ค่อยปฏิบัติการยืดหยุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย ซึ่งเป็นตัวช่วยให้การงอหรือการเกร็งของกล้ามเนื้อและข้อต่อดีขึ้น และยังช่วยลดไม่ให้เกิดการอาการบาดเจ็บระหว่างเล่นกีฬาอีกด้วย

คำแนะนำ: เริ่มด้วยการวอร์มร่างกาย 5 – 10 นาที ก่อนการเหยีอดกล้ามเนื้อทุกครั้ง และ ควรทำอย่างน้อย สัปดาห์ละ3ครั้ง หรือมากกว่าตามความเหมาะสมของร่างกาย

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การผ่าตัดขยายช่องทางเส้นประสาทที่กระดูกสันหลังส่วนเอว

3 สิงหาคม 2556 2.710

กระดูกสันหลังส่วนเอว เป็นกระดูกสันหลังที่พบบ่อยว่าก่อให้เกิดปัญหาการกดทับต่อเส้นประสาททำให้เกิดอาการปวดขา ชาลงขา ทำให้เดินในระยะได้สั้นลงผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการของการกดทับเส้นประสาทอย่างรุนแรงจนอ่อนแรงคล้ายเป็นอัมพาต

อาการของผู้ป่วยโรคเอดส์

8 สิงหาคม 2556 9.214

แม้ ว่าโรคเอดส์จะยังไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ในปัจจุบัน แต่ถ้าผู้ติดเชื้อเอดส์รู้ตัวได้เร็ว มีการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ก็สามารถจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าต่อไปได้อีกหลายปีทีเดียวล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นลองฟังดูนะคะว่า อาการนำที่พบได้บ่อย ๆ

ข้อพึงระวังของยารักษาสิว

6 มิถุนายน 2556 1.760

แนวทางการป้องกันและรักษาสิวจะเริ่มจากการดูแลทั่วไป ได้แก่การล้างหน้าควรใช้สบู่อ่อนๆ ล้างหน้าวันละไม่เกิน 2 ครั้ง ชำระล้างเหงื่อไคล ไขมัน และสิ่งสกปรกออกไปจากผิวหน้า ไม่จำเป็นต้องใช้สบู่ยา

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ