โพสต์ 15 ก.พ. 57 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 1,919 Views

เบาหวานกับต้อกระจก

เบาหวานกับต้อกระจก

โรคต้อกระจก ส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ และเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของโรคเบาหวานแม้ว่าต้อกระจกไม่ใช่โรคทางพันธุกรรมโดยตรง แต่ปัจจุบันพบว่า มีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่รู้จักกันดี เป็นเรื่องของยีนควบคุมการสร้างโปรตีน ส่วนประกอบของเลนส์ตา ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานที่มีความผิดปกติของยีนดังกล่าว จะทำให้เลนส์ตาเริ่มขุ่นมัว และเกิดเป็นโรคต้อกระจกขึ้นในที่สุด

เลนส์ตาของมนุษย์ มีพัฒนาการมาจากการกลุ่มเซลล์อ่อนที่อยู่ชั้นนอก หรือที่เรียกว่า surface ectoderm กลุ่มเซลล์เหล่านั้น จะยื่นเว้าเข้าไปในบริเวณอวัยวะรับประสาทสัมผัสการมองเห็น ขณะที่อยู่ในครรภ์มารดา พบว่าส่วนของเลนส์ตาเริ่มเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อตัวอ่อนในครรภ์มีอายุได้ 6 สัปดาห์ เรียกว่า "เอ็มบริโอนิกนิวเคลียส" embryonic nucleus ต่อมารอบๆ เอ็มบริโอนิกนิวเคลียสจะเป็นส่วนที่เรียกว่า "ฟีทัลนิวเคลียส" fetal nucleus และในที่สุดเมื่อทารกแรกคลอด ทั้งสองส่วนจะรวมกันและกลายเป็นส่วนประกอบเกือบทั้งหมดของเลนส์ตาทารก ภายหลังคลอดแล้วถึงจะมีเนื้อเยื่ออีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นไฟเบอร์จับกันเป็นกลุ่มๆ เริ่มพัฒนาเปลี่ยนไปเป็นส่วนเปลือกนอกของเลนส์ตา

image

ความก้าวหน้าของวิทยาการสมัยใหม่ ที่น่าสนใจที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบัน คือ การที่แพทย์สามารถตรวจรหัสพันธุกรรม หรือยีนในผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งเป็นการตรวจวินิจฉัยระดับโมเลกุล ที่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใดจะเป็นต้อกระจกหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่สามารถทราบได้เลย จนกว่าผู้ป่วยจะมีอาการปรากฎอย่างเด่นชัด

image

เป็นที่ทราบกันดีว่า ต้อกระจก จัดเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเบาหวานตาบอดมากที่สุด จากการศึกษากลไกการเกิดโรค พบว่าการที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทำให้น้ำตาลกลูโคสเปลี่ยนไปเป็นสารซอร์บิตอล (sorbitol) การเปลี่ยนกลูโคสเป็นซอร์บิตอลผ่านทางปฎิกิริยาเคมีที่ใช้เอ็นซัยม์ ชื่อ อัลโดสรีดักเตส (aldose reductase) ปริมาณของสารซอร์บิตอลที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดต้อกระจก

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีคณะวิจัยศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างยีนของเอ็นซัยม์อัลโดสรีดักเทส กับการเกิดต้อกระจกในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน หรือที่เรียกว่า type 2 diabetes เทคนิกการตรวจหาไมโครเซทแทลไลท์อัลลีล โดยใช้วิธีโพลีเมอเรสเชนรีแอกชัน ตามด้วยโพลีอะคริลลาไมด์เจลอิเลคโทรโฟริซิส จากการศึกษาครั้งนี้ได้ข้อมูลที่สำคัญ และจะเป็นประโยชน์อย่างมากในอนาคตอันใกล้ ข้อสรุปที่สำคัญ คือ การค้นพบว่า ยีน allele Z เกี่ยวข้องกับการเกิดต้อกระจก และ allele Z-4 ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคตาในผู้ป่วยเบาหวาน

การตรวจ allele Z และ allele Z-4 จึงเริ่มถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ถือเป็นการตรวจทางพันธุกรรม ที่ช่วยทำนายโอกาสที่จะเกิดเป็นต้อกระจก ในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่สอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนเอเชีย และคาดว่าจะมีประโยชน์อีกประการหนึ่ง คือ สามารถนำยากลุ่มออกฤทธิ์ต้านเอ็นซัยม์อัลโดสรีดักเตส มาใช้เพื่อเป็นการรักษาผู้ป่วยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และเป็นการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ที่เชื่อว่าจะมีประสิทธิภาพมากอย่างหนึ่ง

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ออกกำลังกาย ง่ายนิดเดียว

17 กุมภาพันธ์ 2557 2.993

ผมได้เขียนบทความเชิญชวนให้แฟนๆ เดลินิวส์ทุกท่านรักที่จะดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัวอันเป็นที่รักของท่านมาโดยตลอด และท่านผู้อ่านคงจะจำกันได้ว่า ผมได้แนะนำปฏิบัติการ 8 อ. ที่เพียงพอในการที่จะทำให้ทุกคนมีสุขภาพดีอย่างแน่นอน

ตาขี้เกียจ

15 กุมภาพันธ์ 2557 3.449

ตาขี้เกียจ (lazy eye) หมายถึง ความสามารถในการมองเห็นลดลง โดยตรวจไม่พบโรคทางตาใดๆ แม้ใส่แว่นตาแก้ไขแล้วก็ไม่ดีขึ้น การมองเห็นที่แย่ลงเกิดจาก

ออกกำลังกายวันละนิดเพื่อสุขภาพที่ดี

7 มิถุนายน 2556 2.348

โดยปกติกิจวัตรประจำวันของเราทุกคน คือ การออกจากบ้านไปที่ทำงาน หลังเลิกงานบางท่านอาจมีกิจกรรมอื่นๆนอกบ้าน เช่น ไปฟิตเนส ไปวิ่งที่สวนสาธารณะ หรือไปออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิค

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ