โพสต์ 12 ส.ค. 58 ปรับปรุง 26 ก.ค. 60 2,948 Views

เนื้องอกมดลูก โรคที่พบบ่อยในสตรีวัยเจริญพันธุ์

เนื่องในวันแม่ที่จะมาถึงนี้ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ  ขอนำเสนอโรคที่พบบ่อยทางนรีเวช และมีคนไข้ในกลุ่มนี้เป็นจำนวนมาก  บางท่านอาจมีความกังวลเกี่ยวกับเนื้องอกมดลูก หรืออาจมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเนื้องอกมดลูก  วันนี้เราจะมาดูกันว่า เนื้องอกมดลูกนั้น มีลักษณะอย่างไร และอาการใดบ้างที่ทำให้สงสัยว่าสาวๆ อาจจะเป็นเนื้องอกมดลูก มาติดตามกันครับ
 
เนื้องอกมดลูกเป็นโรคที่พบได้บ่อย เกิดจากการเจริญเติบโตที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อมดลูก  เนื้องอกมดลูกสามารถเกิดได้ทุกตำแหน่งของมดลูก เช่นที่ผิวภายนอกมดลูก, ภายในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก หรือ ภายในโพรงมดลูก  ก้อนเนื้องอกสามารถเติบโตอย่างช้าๆ หรือรวดเร็วก็ได้ไม่แน่นอน  สามารถพบได้ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ บ่อยในช่วงอายุ  30-40 ปี พบได้ร้อยละ 40-70% โดยเฉพาะในรายที่มีประวัติในครอบครัว, อ้วน, เคยมีบุตรมาก่อน
 
 
อาการที่ทำให้สงสัยว่าเป็นเนื้องอกมดลูก
1.  มีการเปลี่ยนแปลงของรอบเดือน
     -  ประจำเดือนมานาน, มามาก
     -  ปวดท้องประจำเดือน ปวดเกร็งหน้าท้อง
     -  มีเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก
     -  มีภาวะซีด(จากการเสียเลือด)
2.  ปวดท้องน้อย
     -  ปวดท้องน้อย (ปวดหน่วงๆ , อาจปวดร้าวไปหลัง)
     -  ปวดท้องน้อยขณะที่มีเพศสัมพันธ์
3.  มีภาวะที่เกิดจากก้อนกดเบียด
     -  ปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะบ่อย
     -  ท้องผูก, ปวดหน่วงลงทวารหนัก หรือท้องอืด
4.  รู้สึกว่าท้องโตขึ้น หรือคลำได้ก้อนในท้อง
5.  แท้งบุตร
6.  มีบุตรยาก
 
 
ในบางครั้งเนื้องอกมดลูกอาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆ  อาจจะตรวจพบในขณะตรวจภายในประจำปีก็เป็นได้
 
สามารถตรวจวินิจฉัยได้อย่างไรบ้าง
เนื้องอกมดลูกสามารถตรวจพบได้จากการตรวจภายใน  นอกจากนี้ยังสามารถพบได้จากการตรวจอื่นๆดังนี้ คือ
-  อัลตร้าซาวด์  ทำให้สามารถเห็นก้อนเนื้องอกมดลูก, ขนาด, ตำแหน่ง รวมถึงปีกมดลูกและรังไข่
-  ส่องกล้องผ่านทางโพรงมดลูก  โดยการสอดกล้องขนาดเล็กผ่านปากมดลูกเข้าไปตรวจดูในโพรงมดลูก ซึ่งสามารถจะตรวจดูเนื้องอกมดลูกที่เบียดเข้ามาในโพรงมดลูก ตำแหน่งที่เนื้องอกอยู่ ว่ามีการกดเบียดรูเปิดท่อนำไข่หรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถทำการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้องอกมดลูกออกได้อีกด้วย
-  การผ่าตัดส่องกล้องทางหน้าท้อง  โดยการสอดกล้องขนาดเล็กผ่านผนังหน้าท้องเพื่อช่วยในวินิจฉัยเนื้องอกที่มดลูก และสามารถทำการผ่าตัดเอาเนื้องอกออกมาได้
-  การตรวจโดยใช้เอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์(CT)หรือคลื่นแม่เหล็กความถี่สูง(MRI)  แต่มักไม่ค่อยนิยมทำกัน จะเลือกทำในบางกรณีเท่านั้น เช่นก้อนที่พบในท้องมีขนาดใหญ่มาก ไม่สามารถแยกแยะจากอวัยวะอื่นๆภายในท้องได้
 
สำหรับการรักษาเนื้องอกมดลูกนั้น  สามารถใช้ยาในกลุ่มฮอร์โมนคุมกำเนิด เพื่อลดอาการปวดท้องและลดปริมาณเลือดที่ออกได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้ห่วงอนามัยที่สามารถปลดปล่อยฮอร์่โมนออกมาได้ เมื่อนำมาใส่ในโพรงมดลูก ก็จะสามารถลดปริมาณเลือดที่ออกให้น้อยลง รวมถึงอาการปวดท้องน้อย  แต่ไม่อาจทำให้ก้อนยุบลงได้  ส่วนการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกจะพิจารณาทำโดยคำนึงถึง ขนาดของก้อน, จำนวน, ตำแหน่งของก้อน, อายุผู้ป่วย, ความต้องการมีบุตร, ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง  เป็นต้น
 
ถ้าทราบเช่นนี้แล้ว ในวันแม่ที่จะมาถึงนี้ อย่าลืมพาคุณแม่มารับการตรวจภายในประจำปี อย่างน้อยก็เป็นการตรวจคัดกรองไปด้วย ถ้าพบว่ามีเนื้องอกมดลูก จะได้รับคำปรึกษาและแนะนำจากแพทย์อย่างถูกต้องต่อไปครับ
 
เอกสารอ้างอิง
1.  Day Baird D, Dunson DB, Hill MC, Cousins D, Schectman JM: High cumulative incidence of uterine leiomyoma in black and white women: ultrasound evidence. Am J Obstet Gynecol 2003, 188(1):100–107.
2.  Uterine fibroids, frequently asked questions FAQ074, gynecologic problem, ACOG 2011
 
ภาพประกอบจาก http://www.acog.org/Patients/FAQs/Uterine-Fibroids

ขอขอบคุณ

Author

พันตรี นายแพทย์ จักรพันธ์ ศุภเดช

พบ., สูตินรีเวชศาสตร์, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

1 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปวดหู

28 สิงหาคม 2556 2.208

อาการ "ปวดหู" เป็นอาการที่พบบ่อยที่นำผู้ป่วยมาหาแพทย์ส่วนหนึ่งเกิดจากการอักเสบ เช่นการอักเสบของรูหู หรือใบหู , การอักเสบของหูชั้นกลางโดยเริ่มจากไข้หวัดแล้วลามไปที่หูอีกส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ป่วยเอง เช่น การแคะหูโดยไม่ระมัดระวัง

ระบบทางเดินปัสสาวะปกติ

21 สิงหาคม 2556 1.723

ร่างกายของคนเราเปรียบเสมือนโรงงานใหญ่โรงงานหนึ่งที่มีเครื่องจักรทำ งานอยู่มากมาย เครื่องจักรแต่ละเครื่องก็ได้รับพลังงานจากสารอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ต่อมาจะมีของเสียที่เกิดขึ้นที่เป็นส่วนเกินจากการทำงานของเซลทั่วร่างกาย

หูชั้นนอกอักเสบ

28 สิงหาคม 2556 4.560

หูของคนเราแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ หูชั้นนอก , หูชั้นกลางและหูชั้นใน โดยหูชั้นนอกหมายถึงใบหู รูหู รวมไปถึงแก้วหูการอักเสบของหูชั้นนอกที่พบบ่อย คือการอักเสบของรูหูซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อรา , เชื้อแบคทีเรียหรือผื่นแพ้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ