โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 6 มี.ค. 57 3,114 Views

เซลล์สมองกระจกเงา

เซลล์สมองกระจกเงา

เคยสังเกตไหม ครับว่าเวลาที่เราเห็นเพื่อนที่อยู่ข้างๆ นั่งไขว่ห้าง หรือกอดอกแล้วทำไมเราถึงมีแนวโน้มทำตาม มันเป็นพฤติกรรมที่เกิดการเลียนแบบโดยไม่รู้ตัวหรือเป็นพฤติกรรมติดต่อ แม้แต่พฤติกรรมของเด็กอนุบาลที่ชอบทำท่าเลียนแบบ อุลตราแมน ไรเดอร์ ที่เขาเห็นจากทีวีหรือวิดีโอซีดี พฤติกรรมเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าในสังคมมนุษย์ มีการพยายามเลียนแบบเพื่อเหตุผลบางอย่างที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งนั่นคือที่ มาของการค้นหาความจริงกับ “ทฤษฏีเซลล์กระจกเงา” ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาพฤติกรรมของเด็กๆ รวมไปถึงการแก้ไขอาการอัมพาตครึ่งซีก และบำบัดอาการออทิสติก

 

อะไรคือเซลล์กระจกเงา

เมื่อ ไม่นานนี้ นักวิทยาศาสตร์ในอิตาลี (Giacomo Rizzolatti and Laila Craighero) ซึ่งทำงานอยู่ มหาวิทยาลัยปาร์มา ในประเทศอิตาลี ได้ศึกษาวิจัยเรื่องของเซลล์สมองกระจกเงา (The Mirror-Neuron System) ลงเผยแพร่ในวารสารทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ค้นพบว่าในสมองของมนุษย์เรานั้นมี เซลล์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “Mirror Neuron” หรือ “เซลล์สมองกระจกเงา” ซึ่ง เป็นเซลล์ที่สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ของมนุษย์ เช่นการตอบสนองต่อการมองเห็น การได้ยิน การได้เห็นภาพ และการได้กลิ่น ตัวกระตุ้นที่เรารับผ่านประสาทสัมผัสเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนมทุกชนิดรวมถึงมนุษย์ โดยเฉพาะผ่านการกระทำของผู้อื่น ถ้าเราต้องการที่จะอยู่รอด เราต้องเข้าใจการกระทำของคนอื่น ถ้าปราศจากสิ่งนี้ ก็ไม่มีสังคมมนุษย์ มนุษย์แตกต่างจากสัตว์อื่น คือสามารถเรียนรู้จากการสังเกต และเลียนแบบผู้อื่นซึ่งเราสามารถอธิบายจากทฤษฏีเซลล์กระจกเงา

การศึกษาวิจัย ครั้งแรกได้ทำการศึกษาในลิง ต่อไปจึงทำการศึกษาในคน ได้ข้อสรุปความสัมพันธ์ระหว่างเซลล์กระจกเงา และภาษา จากการทดลองในลิงพบว่าเซลล์สมองเฉพาะบางส่วนจะถูกกระตุ้นเมื่อลิงใช้มือ เคลื่อนไหว เช่นหยิบจับสิ่งของ และเซลล์ก็ถูกกระตุ้นเช่นเดียวกันเมื่อมันเห็นลิงตัวอื่นใช้มือเคลื่อนไหว แบบเดียวกัน

สมมุติฐานนี้เรียกเซลล์เหล่านี้ว่า เซลล์กระจกเงา (mirror neurons) นั่นคือมันสะท้อนการเคลื่อนไหวและการทำงานของคนอื่น นัก วิทยาศาสตร์ได้ยืนยันกลไกของเซลล์กระจกเงาแบบเดียวกันในมนุษย์ โดยมีการใช้เครื่องตรวจสนามแม่เหล็กหรือที่เรียกกันว่า MRI. เพื่อศึกษาตำแหน่งของสมองที่ถูกกระตุ้นเมื่อได้สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของ ผู้อื่นเช่น ปาก มือ เท้า ก็พบว่าบริเวณของสมองที่เรียกว่าพรีมอเตอร์ คอร์เทค (premotor cortex) จะถูกกระตุ้นตามตำแหน่งของกล้ามเนื้อนั้น การพบครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดการตื่นตัวในการค้นคว้าวิจัยบทบาทของเซลล์ชนิด นี้ทั้งในแวดวงวิทยาศาสตร์ การแพทย์ จิตวิทยาและสังคมวิทยา เป็นอย่างมากครับ รวมทั้งส่งผลให้เกิดความรู้รุ่นใหม่ๆ เกี่ยวกับการเรียนรู้ การพัฒนาตนเองของมนุษย์อย่างมากมาย ทฤษฎีเซลล์กระจกเงาในระยะเริ่มแรกถูกนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องการพัฒนาเด็ก เพราะสมองของเด็กนั้นมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีให้เด็กเห็นและทำให้เด็กเกิดการลอกเลียนแบบ นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ในการนำมาใช้ในการขัดเกลาคนในสังคม ขณะเดียวกันการพยายามที่จะปรับตัวเองให้เข้ากับผู้อื่นยังมีส่วนนำมาพัฒนา ควบคู่กับการเข้าถึงภาวะจิตใจของผู้อื่นอีกด้วย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบุคลิกภาพของมนุษย์

นอกเหนือจากการนำไปใช้พัฒนาเด็กแล้วในปัจจุบันทฤษฎีเซลล์กระจกเงายังถูกนำไปใช้ในการบำบัดรักษาโรคได้อีกด้วย เช่น อัมพาตครึ่งซีก และโรคออทิสติก มีการนำทฤษฏีเซลล์กระจกเงามาใช้ในการฟื้นฟูผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตโดยทำควบคู่ไปกับการฝึกกายภาพบำบัดซึ่งแนวทางในการใช้ก็คือพยายามควบคุมบริเวณที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อให้เกิดการเคลื่อนไหวขึ้น จากการเลียนแบบหรือเกิดจากการจินตนาการ

การสื่อสารที่ผิดธรรมชาติ

ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับเซลล์สมอง กระจกเงาอาจนำมาใช้อธิบายว่าทำไมเด็กเล็ก 1-2 ขวบที่ดูทีวี วิดีโอซีดี มากๆ เช่น 8 ชั่วโมง/วัน จึงมีผลต่อพัฒนาการทางภาษา และสังคม พูดช้า มีภาษาแปลกๆ ไม่ค่อยทำตามสั่ง เป็นไปได้หรือไม่ครับว่าเซลล์กระจกเงาในสมอง ถูกกระตุ้นจากการเคลื่อนไหวหรือการสื่อสารที่ผิดธรรมชาติ เช่นการเคลื่อนไหวของตัวการ์ตูน หรือหุ่นร่วมกับถูกกระตุ้นด้วยการสื่อสารทางเดียว คือไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก ภาพเหล่านี้ก็สะท้อนเข้าไปในสมองเด็ก และแสดงออกมาในลักษณะเดียวกัน เรื่องที่น่าสนใจมากอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เด็กป่า (Farewell child) คือเด็กเล็กที่พลัดหลงเข้าไปใช้ชีวิตกับฝูงสัตว์ในป่า เช่นลิง สุนัขป่า ในหลายๆ ประเทศมักจะพบเหมือนกันว่า เมื่อเด็กได้รับการช่วยเหลือออกมาภายหลัง เด็กกลุ่มนี้มักจะพูดไม่ได้ มีพัฒนาการทางภาษา และสังคมล่าช้า ส่งเสียงร้อง และมีท่าทางคล้ายสัตว์ป่าที่เด็กได้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ด้วย เป็นไปได้หรือไม่ว่าเซลล์สมองกระจกเงาของเด็กเหล่านี้ ถูกกระตุ้นด้วยการสื่อสาร และพฤติกรรมของสัตว์ป่า ภาพและพฤติกรรมของสัตว์ป่าหล่านี้ก็สะท้อนเข้าไปในสมอง และเด็กก็แสดงออกมาในลักษณะเดียวกัน จนเกิดเป็นความผิดปกติขึ้นนั่นเองครับ

พ่อแม่คือกระจกเงาของลูก

นอกจากนี้อาจนำใช้สำหรับการอบรมเลี้ยงดูลูก ดังที่ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุเคยกล่าวไว้ว่า"พ่อแม่ คือกระจกเงาของลูก" ถ้า พ่อแม่เป็นคนเจ้าอารมณ์ โกรธง่าย หงุดหงิดง่าย ไม่มีเหตุผล ภาพหล่านี้ก็สะท้อนเข้าไปในสมองลูก และแสดงออกมาในลักษณะเดียวกัน และอาจใช้อธิบายว่าครูมีความสำคัญมากเพียงไรต่อสังคมและระบบการศึกษา เพราะครู คือกระจกเงาการเรียนรู้ และการสอนของลูกหลานที่เรารัก ถ้า ครูเป็นคนใฝ่รู้ ชอบที่เรียนรู้อย่างมีความสุข และรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ชอบค้นคว้า ชอบอ่านหนังสือ ภาพเหล่านี้ก็สะท้อนเข้าไปในสมองเด็ก แต่ครูมีลักษณะตรงกันข้าม ไม่มีจิตวิญญาณครู ไม่มีเหตุผล ประพฤติตนไม่เหมาะสม ภาพเหล่านี้ก็สะท้อนเข้าไปในสมองเด็ก และแสดงออกมาในลักษณะเดียวกัน

ดังนั้น เรามาช่วยกันให้ลูกหลานของเราได้รับแต่ภาพสะท้อนที่ดีๆ กันเถอะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ร.พ. กรุงเทพ

imageที่มา : นพ.กมล แสงทองศรีกมล
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปัสสาวะบ่อย

21 สิงหาคม 2556 2.625

คนเราแต่ละคนจะถ่ายปัสสาวะมาก น้อย หรือบ่อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับนิสัยในการฝึกปัสสาวะ รวมทั้งปริมาณน้ำที่ดื่มไปแต่ละวัน กับน้ำที่เสียไปทางเหงื่อ

ยาเสพติด...มีอันตรายอย่างไร?

7 มิถุนายน 2556 24.868

การใช้ยาเสพติดอย่างปลอดภัยอาจเป็นไปได้ในกรณีที่ใช้กับคนไข้ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลควบคุมของแพทย์อย่างใกล้ชิด

หลากหลายคำถามกับความรู้เรื่องมะเร็งตับอ่อน

27 สิงหาคม 2558 5.699

โรคมะเร็งตับอ่อนคืออะไร มีอาการอย่างไร ความชุกของโรคเป็นเช่นใด และมีปัจจัยเสี่ยงใดที่ทำให้เป็นโรคนี้ได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ