โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 4,202 Views

เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้

เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้

เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารห้ามใช้ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2522 รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหาร และยา เปิดเผยว่า ภายหลังองค์การอาหาร และยา (อย.) ทำการตรวจซ้ำเครื่องสำอางบางรายการ ที่เคยเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์แล้วพบว่ามีส่วนผสมของสารห้ามใช้ และปัจจุบันยังพบวางจำหน่ายอยู่ทั่วไป โดยทาง อย.ได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจซ้ำ ก็ยังคงพบสารห้ามใช้ปนอยู่ ดังนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้กำกับดูแล และเข้มงวดกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่กระทำผิดกฎหมายตามท้องตลาดได้ง่ายขึ้น กระทรวงสาธารณสุข จึงออกประกาศกำหนดให้เครื่องสำอาง 15 รายการ ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย

 

เครื่องสำอางที่ผิดกฎหมาย

  1. BEANNE บีแอน ครีมไข่มุกตราแตร
  2. แอนตี้-ฟาร์ ครีม
  3. แอนตี้-ฟาร์ โลชั่นกันฝ้า ปรับผิว
  4. ROSE ครีมขจัดฝ้า
  5. FAR-ACT ครีมรักษาฝ้า
  6. CN คลินิก99
  7. ครีมฝ้าเมลาแคร์
  8. โลชั่นกันแดดกันฝ้า เมลาแคร์
  9. ครีมวินเซิร์ฟ
  10. โลชั่นวินเซิร์ฟลดฝ้ากันแดด
  11. MUI LEE HIANG PEARL CREAM
  12. เอสจี โลชั่นปรับสภาพผิว
  13. เลนาว ครีมบำรุงผิวหน้า กลางคืน
  14. NEW CARE นิวแคร์ ครีมประทินผิว
  15. NEW CARE นิวแคร์ โลชั่นปรับสภาพผิว

ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2552 ที่ผ่านมา จึงขอเตือนมายังผู้บริโภค หากพบเห็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายทั้ง 15 รายการ วางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด อย่าซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้อย่างเด็ดขาด เพราะไม่ปลอดภัย หากพบมีการฝ่าฝืนกฎหมาย ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ขาย มีความผิดจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สารไฮโดรควิโนน

  1. สารไฮโดรควิโนนมีคุณสมบัติในการฟอกสีผิว เป็นสารที่เคยอนุญาตให้ใช้ในครีมแก้ฝ้า แต่ภายหลังพบว่า สารไฮโดรควิโนนทำให้เกิดการระคายเคือง และจุดด่างขาวที่หน้าผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย
  2. สารไฮโดรควิโนนมีความเป็นพิษ โดยมีค่า LD50 orally in rats เท่ากับ 320 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม
  3. พบว่ามีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ และก่อมะเร็งในหนูทดลอง
  4. สามารถใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในสูตรตำรับยาชนิดครีม ที่ระดับความเข้มข้น 2-4%
  5. สารไฮโดรควิโนนถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535

กรดเรทิโนอิก

  1. กรดเรทิโนอิกเป็นสารที่ช่วยให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังและหลุดลอกได้ จึงช่วยให้สิวเสี้ยน และผิวหนังที่หยาบกร้านหลุดลอกออกง่ายขึ้นทำให้ผิวผ่องใส และนุ่มเนียน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับสารไฮโดรควิโนน จะช่วยให้สารไฮโดรควิโนนซึมเข้าสู่ผิวหนัง และออกฤทธิ์ได้มากกว่าปกติ
  2. ความเป็นพิษคือทำให้หน้าแดง และแสบร้อนรุนแรง เกิดการระคายเคืองอักเสบ แพ้แสงแดด หรือแสงไฟได้ง่าย
  3. เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ และก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิด
  4. พบว่ามีค่า LD50 orally in rats เท่ากับ 2,000 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม
  5. กรดเรทิโนอิกถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 และเป็นสารห้ามใช้ลำดับที่ 375 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 80 ง ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2551
  6. กรดเรทิโนอิกสามารถใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในสูตรตำรับยาชนิดครีมที่ระดับความเข้มข้น 0.01-0.1%

ปรอทแอมโมเนีย

  1. ปรอทแอมโมเนียออกฤทธิ์รบกวนการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase ทำให้ลดการสร้างเม็ดสีผิวเมลานิน จึงช่วยให้ผิวขาวขึ้น
  2. ปรอทแอมโมเนียมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิด staphylococcus จึงป้องกันสิวได้ด้วย
  3. ปรอทแอมโมเนียสามารถทำลายไต ระบบประสาท เยื่อบุและทางเดินหายใจ
  4. การใช้ปรอทแอมโมเนียติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดพิษสะสมของสารปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับและไตอักเสบ เกิดโรคโลหิตจาง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ทำลายสีของผิวหนัง และเล็บมือ ทำให้ผิวบางขึ้นเรื่อยๆ เกิดการแพ้หรือเป็นแผลเป็นได้
  5. พบว่ามีความเป็นพิษเฉียบพลัน ค่า LD50 orally in rat เท่ากับ 86 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัม
  6. ถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 และเป็นสารห้ามใช้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางลำดับที่ 221 ตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 80 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2551 โดยกำหนดชื่อสารห้ามใช้ คือ “ปรอทและสารประกอบของปรอท”

เครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติช่วยให้หน้าขาวใส

สารสำคัญที่นิยมใช้ในปัจจุบัน : OLIGO 25 (มีส่วนผสมของ Manganese และ Polyfructol ) Catabolic Complex, Conectrated Serum, Mexoryl SX, Merxoryl XL, สารสกัดจากดอก Edelweiss Complex, สารสกัดจากราสเบอรี่, Bio 50D(hydrolyzed yeast), สารสกัดจาก Ylang Ylang, Lemon, Cucumber, Pitera (Trade name) สารสกัดจากยีสต์ธรรมชาติ, Detox complex, Vitamin C Glucoside, Vitamin C Magnesium Phosphate, Vitamin C Gluconate และวิตามินซีบริสุทธิ์

เครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติลดเซลล์สร้างสีผิว

สารสำคัญที่นิยมใช้ในปัจจุบัน : Mela-No Complex, Vitamin C Gluconate, Vitamin C Magnesium Phosphate, Lactic Acid, Glycolic Acid, Arbutin SL Effector, Detox complex, Mulberry Extract, Licorice Extract, Seaweed Extract

เครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติบำรุงผิว ลบริ้วรอย กระชับหน้า

สารสำคัญที่นิยมใช้ในปัจจุบัน : Cytovitine yeast, Phytokine และคอลลาเจนสูตรเข้มข้น, Marine Bio Polymer Macro-collagen, Ginseng Extract, Essential Soy (สารสกัดจากโปรตีนถั่วเหลือง), Retinol, Vitamin C, Antioxidant, White Ceramic Complex, Melannite, สารสกัดจากยีสต์, Japanese Unshiu Peel Extract, ไพโตพลัส (เป็นส่วนผสมของธรรมชาติ เช่น ต้นหม่อน องุ่น และสกุเทลลาเรีย), AGR (Alpha Glucosylrutin) ลดริ้วรอยหมองคล้ำ, Vitamin E, Zincadone A (ลดปัญหารูขุมขมกว้าง) Octami oxyl (คือ Oxta peptide ของกรดอะมิโน 8 ตัว เป็น Protein Complex ป้องกันการเกร็งตัวของใบหน้า และริ้วรอยเส้นเล็กๆ บนใบหน้า ช่วยให้เส้นลึกบนใบหน้าตื้นขึ้น) Seaweed คงความชุ่มชื่นชั้นไขมัน, Sesame, Sunflower, Almond และMango Butter สร้างสมดุล และซ่อมแซมผิว ลดรอยคล้ำ, Water-lily ป้องกันการเกิดริ้วรอย และความเสื่อมสภาพของผิว, Willowherb ช่วยถนอมผิว, สารสกัดจาก Boswelox Acid, Manganese, Glycerine, Biosaccharide Gum-1, Lecithin, Serine, Glycine, Alanine, Disodium Phosphate, Potassium Phosphate, Aqua, Propylene Glycol, Ostsea(Oyster Shell Extract), Maris Limus(Sea Silt Extract), Cetearyl sononanoate, Cycolmethicone, C12-15 Alkyl benzoate, Cocoglycerides, Tapica Starcle, Glycerine Stearate, Ethylhexyl Cocoate, Methylproparudiol, Cetearyl Alcohol, Ethylhexyl Triazone, Hydrogenated Vegetable Oil, Pathenol Cera Alba, Creatine, Sodium Ascorbyl Phosphate, Ubiquinone, PEG - 40 Sterate Butylene glycol, Sodium Carbomer, Chondrus Crispus, Ginkgo และ Ursolic acid

การผสมสารเปบไทด์ 2 ชนิดที่ได้จากกรดอะมิโนธรรมชาติ ได้แก่ Pentapeptide-3 (Matrixyl) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และไพโปรเนคทิน และ Hexapeptide-3 (Argireline) ช่วยลดการผลิต catecholamine ลดการหดเกร็งกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุของกล้ามเนื้อ ครีมเพื่อลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือครีมโบท็อกซ์ (Botox-like Cream) ซึ่งชนิดที่ใส่ในครีมกับที่แพทย์ใช้รักษาเป็นคนละตัวกัน ในครีมจะใช้สารที่เรียกว่า Acetylhexapeptide 3 จะออกฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อเช่นเดียวกับการฉีดโบท็อกซ์ และเชื่อว่าจะสามารถลดเลือนริ้วรอยได้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ภายใน 30 วันเมื่อทาติดต่อกัน อย่างไรก็ตามครีมเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยตื้นๆ เท่านั้น (ฉลากข้างกล่องจะเขียนว่า Argeriline)

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อไหร่…เราจะสามารถตรวจการได้ยินในเด็กเล็กได้ภาค I

8 สิงหาคม 2556 1.226

หลายคนคงไม่ทราบว่า เราสามารถจะเริ่มตรวจการได้ยินในเด็กเล็กตั้งแต่เมื่อไหร่ในปัจจุบันการตรวจคัดกรองการได้ยินสามารถทำได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดเลยทีเดียว ในหลายๆโรงพยาบาลในปัจจุบันเมื่อมารดาคลอดบุตรในโรงพยาบาลก่อนที่จะพาเด็กกลับบ้าน

เชื่อหรือไม่... ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า ช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย

6 มิถุนายน 2556 1.217

ริ้วรอยก่อนวัย... เป็นสิ่งที่ใครก็มิพึงปรารถนา แล้วเราจะทำอย่างไร จึงจะมีผิวพรรณสดใส เต่งตึง สมวัย หรือดูอ่อนกว่าวัย การป้องกันริ้วรอย ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุดังนี้

การฉีดซีเมนต์กระดูกสันหลังในผู้ป่วยกระดูกสันหลังพรุนหักยุบ

3 สิงหาคม 2556 2.886

ผู้ป่วยกระดูกสันหลังพรุน(Vertebral Osteoporosis) มีโอกาสสูงที่จะเกิดการหักยุบของกระดูกสันหลัง(Vertebral Compression Fracture) เกิดขึ้น ในบางรายมีประวัติเกิดอุบัติเหตุล้มก้นกระแทกพื้นหรือแม้แต่บางรายก็ไม่มีอุบัติเหตุใดๆชัดเจนก็มีกระดูกสันหลังหักยุบเกิดขึ้น

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ