โพสต์ 15 ก.พ. 57 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 1,777 Views

อินซูลิน-ลิสโปร

อินซูลิน-ลิสโปร

ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาอินซูลินเพื่อใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน โดยทำการดัดแปลงสูตรโครงสร้างด้วยเทคนิคทางพันธุวิศวกรรมทำให้ได้ อินซูลินชนิดใหม่มีคุณสมบัติที่ดีขึ้นกว่าเดิม อินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็วที่ผลิตขึ้นมาใหม่ มีชื่อเรียกว่า insulin lispro ช่วยลดข้อบกพร่องอันเกิดจากการใช้อินซูลินชนิดดั้งเดิม และทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดใกล้เคียงปกติมากขึ้น

Insulin lispro (Humalog) เดิมมีชื่อเรียกว่า LYSPRO มาจากชื่อของกรดอะมิโนและลำดับของมันที่อยู่บนโครงสร้างของ human insulin [LYS(B28), PRO(B29)] นับเป็นอินซูลินสูตรดัดแปลงชนิดแรกที่ออกวางจำหน่ายและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแบบเข้มงวด

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแบบเข้มงวดถือเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพื่อลดและป้องกันโรคแทรกซ้อนโดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลอดเลือดขนาดเล็กทั่วร่างกาย เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่หนึ่ง ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องฉีดอินซูลินแบบเข้มงวด เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียงปกติให้มากที่สุด

การฉีดอินซูลินวันละหลายครั้ง โดยฉีดอินซูลินชนิดออกฤทธิ์สั้นก่อนอาหารทุกมื้อ ร่วมกับฉีดอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ยาววันละ 1-2 ครั้ง ให้ผลในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีพอสมควร

อย่างไรก็ตามการฉีดอินซูลินวันละหลายครั้งดังกล่าวก็ยังมีข้อจำกัด ไม่สามารถเลียนแบบการหลั่งอินซูลินตามธรรมชาติได้ ทำให้ระดับอินซูลินบางครั้งไม่สัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำขึ้นได้ พบว่าผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่หนึ่ง ที่ฉีดอินซูลินแบบเข้มงวด มีโอกาสเกิดระดับน้ำตาลในเลือดต่ำบ่อยกว่าผู้ที่ฉีดอินซูลินแบบไม่เข้มงวดถึง 3 เท่า

การดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตช้าและนานกว่าที่ควรจะเป็น
Insulin lispro (Humalog) ช่วยลดปัญหาที่มักเกิดกับการฉีดอินซู ลินชนิดดั้งเดิมเข้าใต้ชั้นผิวหนัง ปัญหาดังกล่าวคือพบว่าระดับอินซู ลินในเลือดเพิ่มขึ้นค่อนข้างช้าและนานกว่าปกติ นอกจากนี้ยังไม่สัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหารใหม่ๆ สูงกว่าปกติและระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหารมื้อถัดไปต่ำกว่าปกติ ทำให้เป็นปัญหาต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน

การศึกษาวิจัยพบว่าเกิดจากโมเลกุลของอิน ซูลินหลังจากถูกฉีดเข้าใต้ชั้นผิวหนังจะมีการรวมตัวกัน ทำให้การดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตช้าและนานกว่าที่ควรจะเป็น

ความแตกต่างของอินสุลิน-ลิสโปร Insulin lispro ออกฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารได้เร็วมาก และหมดฤทธิ์เร็วกว่าอินซูลินชนิดดั้งเดิม จึงควรฉีดก่อนรับประทานอาหารทันทีหรือภายใน 15 นาที ก่อนรับประทานอาหารซึ่งจะสะดวกสำหรับผู้ป่วยมากขึ้น นอกจากนั้นพบว่าการฉีดอินสุลิน-ลิสโปร หลังรับประทานอาหารไปแล้ว 15 นาที ก็ยังสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีเช่นกัน อีกทั้งตำแหน่งของการฉีดไม่มีผลต่อการดูดซึมของอินสุลินทำให้ฉีดที่ตำแหน่งใดก็ได้ Insulin lispro ถูกสังเคราะห์ขึ้นโดยอาศัยเทคนิค recombinant DNA ไปสลับกรดอะมิโนในตำแหน่ง B28 และ B29 ของอินสุลินจาก B28 (proline) - B29 (lysine) เป็น B28 (lysine) - B29 (proline) ทำให้คุณสมบัติในการรวมตัวกันเองลดลงถึง 300 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับอินซูลินชนิดดั้งเดิม อีกทั้งยังช่วยให้ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตดีขึ้นอีกด้วย การจับกับตัวรับอินซูลิน
การสลับตำแหน่งของกรดอะมิโน ชนิดโปรลีนและลัยซีน แม้ว่าทำให้โครงสร้างสามมิติของอินซูลินเปลี่ยนไป แต่ไม่มีผลต่อส่วนที่ทำหน้าที่เป็นตัวรับของโมเลกุล เมื่อเปรียบเทียบกันพบว่าความสามารถในการจับกับตัวรับของทั้ง Insulin lispro และอินซูลินชนิดดั้งเดิมนั้นไม่แตกต่างกัน แต่ที่ต่างกันคือ Insulin lispro มีความสามารถในการจับกับตัวรับของ insulin-like growth factor I มากกว่าอินซูลินแบบเก่าถึงประมาณหนึ่งเท่าครึ่ง

การเปลี่ยนแปลงในร่างกายimage
หลังฉีดเข้าใต้ชั้นผิวหนัง Insulin lispro (Humalog) จะไม่มีการรวมตัวกัน และส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของโมโนเมอร์ ทำให้ถูกดูดซึมเร็วมากภายในเวลา 15 นาที
ระดับอินซู ลินในเลือดจะเพิ่มขึ้นสูงสุดภายในเวลา 1 ชั่วโมง ( 30-90 นาที) หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลงสู่ระดับก่อนฉีดในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง การดูดซึมของ Insulin lispro จะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและเร็วกว่าการฉีด อินซู ลินชนิดดั้งเดิม ไม่ว่าจะฉีดที่ตำแหน่งใดก็ตาม
ระดับอินซูลินในเลือดที่จุดสูงสุดจะสูงกว่าระดับอินซู ลินที่เกิดจากการฉีดอินซู ลินชนิดดั้งเดิมในขนาดเดียวกันถึง 2 เท่า ดังนั้น Insulin lispro จึงออกฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารได้เร็วและมากกว่าอินซู ลินชนิดดั้งเดิม แต่จะหมดฤทธิ์เร็วกว่า ทำให้ระดับน้ำตาลก่อนอาหารมื้อถัดไปสูงกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าระยะเวลาระหว่างมื้ออาหารค่อนข้างนาน เช่นระหว่างมื้อเที่ยงและมื้อเย็น เป็นต้น
เนื่องจาก Insulin lispro ออกฤทธิ์เร็ว ดังนั้นจึงควรฉีดก่อนรับประทานอาหารทันที หรือภายใน 15 นาทีก่อนรับประทานอาหาร ซึ่งจะสะดวกสำหรับผู้ป่วยมากกว่าการใช้อินซู ลินชนิดดั้งเดิม ซึ่งต้องคอยนานประมาณ 30 นาที
พบว่าการฉีด Insulin lispro หลังรับประทานอาหารไปแล้ว 15 นาที ก็ยังสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ใกล้เคียงกับการฉีดอิน ซูลินชนิดดั้งเดิมก่อนอาหาร
ระดับอิน ซูลินในเลือดหลังฉีด Insulin lispro จะมีความแน่นอนมากกว่าการฉีดอิน ซูลินชนิดดั้งเดิม และระยะเวลาตั้งแต่ฉีดอิน ซูลินจนถึงจุดที่ออกฤทธิ์สูงสุด จะไม่ขึ้นกับขนาดอิน ซูลินที่ฉีด ในขณะที่ระยะเวลาดังกล่าวจะนานขึ้นถ้าฉีดอิน ซูลินชนิดดั้งเดิมในขนาดที่เพิ่มขึ้น
ทำให้ระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารลดลงได้ดีกว่าการฉีดอิน ซูลินชนิดดั้งเดิม 30 นาทีก่อนอาหาร
โอกาสที่จะเกิดระดับน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรงน้อยมาก

จากการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่ฉีด Insulin lispro (Humalog) มีแนวโน้มว่าจะมีอัตราการเกิดระดับน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรงน้อยมาก ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานดีขึ้น
ผู้ป่วยที่ฉีด Insulin lispro ไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารว่างระหว่างมื้อ
โอกาสการเกิดระดับน้ำตาลในเลือดต่ำหลังการออกกำลังกายจะน้อยมากเช่นกัน
หลังจากฉีด Insulin lispro ประมาณสามชั่วโมงหลังมื้ออาหาร ผู้ป่วยอาจรู้สึกเหมือนมีอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่เมื่อเจาะเลือด จะพบว่าระดับน้ำตาล ในเลือดอยู่ที่ประมาณ 72-90 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ในผู้ป่วยที่ใช้ Insulin lispro การออกกำลังกายภายหลังมื้ออาหารทันที มีโอกาสที่จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ น้อยมาก

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

บุหรี่มือสอง ภัยร้ายใกล้ตัว

15 พฤษภาคม 2558 8.670

บุหรี่มือสอง คือ คนที่ไม่ได้สูบบุหรี่โดยตรง แต่มีความเสี่ยงเป็นโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่เหมือนผู้สูบบุหรี่

การออกกำลังกายในฤดูร้อน

18 กุมภาพันธ์ 2557 4.923

ในปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปมากมายหลายเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการพูดถึงการทำลายสิ่งแวดล้อม/ การปลูกป่า/ การใช้ชีวิตประจำวันที่มีส่วนในการทำลายสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา/ มีการกล่าวถึงอุณหภูมิของโลกที่นับวันแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ

อาหารการกินในสตรีตั้งครรภ์

16 กุมภาพันธ์ 2557 2.490

อาหารการกินในสตรีตั้งครรภ์ สตรีตั้งครรภ์นอกจากต้องมีสารอาหารทั้ง 6 ประเภท ได้แก่โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ ในอาหารที่รับประทานเป็นประจำให้ครบทุกประเภทแล้ว สตรีตั้งครรภ์ต้องทราบอีกว่าควรที่จะเพิ่มสารอาหารประเภทใด

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ