โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 9 มิ.ย. 57 4,382 Views

อาการผิดปกติที่ควรรีบไปพบแพทย์สำหรับสตรีตั้งครรภ์

อาการผิดปกติที่ควรรีบไปพบแพทย์สำหรับสตรีตั้งครรภ์

ผู้ตั้งครรภ์ มีภาระอันยิ่งใหญ่ที่จะต้อง เฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น อันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทารก รวมทั้งผู้ที่เป็นคุณแม่ครั้งแรก สภาวะผิดปกติที่พึงสังวร เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรจะไปพบแพทย์ทันที อาทิเช่น มีเลือดออกทางช่องคลอด ปวดท้องอย่างรุนแรง มีน้ำเดิน (น้ำคร่ำไหลออกจากช่องคลอด) กระหายน้ำอย่างรุนแรงและปัสสาวะลดลงอย่างมาก มีอาการบวมตามส่วนของร่างกาย เช่นที่หน้า แขน และขา ปวดหัวอย่างรุนแรง ปัสสาวะแสบและขัด ถ้ามีไข้ตัวร้อนด้วยยิ่งเป็นอันตราย การมองเห็นแปรปรวนไป หน้ามืดเป็นลม หรือแม้แต่การท้องเสีย อาเจียน ก็ควรจะรีบไปพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและให้การรักษา เพราะจะส่งผลกระทบต่อทารก เท่านั้นยังไม่พอ ผู้เป็นแม่ยังต้องคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของทารกในครรภ์ด้วย โดยอาจจะสังเกตจากการเพิ่มหรือลดของน้ำหนัก การเคลื่อนไหวของทารก หรือการดิ้น ซึ่งจะเป็นดัชนีที่บ่งบอกถึงสุขภาพของทารกได้เป็นอย่างดี ถ้ามีความผิดปกติ อย่าชักช้าควรพบแพทย์ทันที

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

กิ๊ฟท์และเด็กหลอดแก้ว

6 มิถุนายน 2556 3.322

คู่สมรสที่ได้รับการตรวจหาสาเหตุจนครบ และได้รับการรักษาตามสาเหตุ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มที่มีซีสต์ (cyst) หรือเนื้องอก มักได้รับการส่องกล้องผ่าตัด ส่วนกลุ่มที่ไม่ต้องผ่าตัดมักได้รับการรักษาด้วยวิธีคัดเชื้อฉีดเข้าโพรงมดลูก หรือ IUI

ยารักษาไวรัสตับอักเสบชนิดซี

8 มีนาคม 2556 4.177

การรักษาโรคตับอักเสบเรื้อรัง ที่เกิดจากไวรัสซี ต้องกำจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกายให้หมด และต้องตรวจไม่พบเชื้อไวรัสซีในเลือดเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนภายหลังการรักษา จึงจะถือว่าการรักษาได้ผล นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังที่จะหยุดยั้งการทำลายเซลล์ตับ

โรคอ้วน : การดูแลตนเอง

5 มิถุนายน 2556 2.019

ก่อนอื่นท่านที่มีน้ำหนักเกิน ท่านคงไม่ต้องคิดมาก ว่าทำไมจึงอ้วน เพราะส่วนใหญ่การที่คนใดคนหนึ่งจะอ้วน แสดงว่าคนนั้นได้รับประทานอาหารเข้าไปมากกว่าที่ร่างกายจะใช้หมด

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ