โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 21 พ.ค. 57 1,176 Views

หมอใกล้ตัวที่ดีที่สุด...ของลูก

หมอใกล้ตัวที่ดีที่สุด...ของลูก

พ่อแม่เปรียบเสมือน หมอใกล้ตัวของลูก เพราะเป็นบุคคลใกล้ชิดที่จะสัมผัส และดูแลลูกเมื่อยามเจ็บป่วย การเป็นหมอใกล้ตัวที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

มีการรับรู้ที่ไวต่ออาการผิดปกติของลูก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถบอกอาการด้วยตนเองได้ หรือเด็กโตบางคน ก็ไม่บอกอาการผิดปกติแก่พ่อแม่

ไม่ควรนิ่งนอนใจกรณีลูกมีอาการไม่สบาย ควรปรึกษาผู้รู้หรือปรึกษาแพทย์ ไม่ควรคิดว่าลูกแกล้งป่วยเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง เช่น ไม่อยากไปโรงเรียน

พ่อแม่ควรสามารถให้การรักษาเบื้องต้นตามอาการได้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเจ็บป่วยของลูก
การวินิจฉัยโรคจำเป็นต้องได้ข้อมูลการเจ็บป่วยที่ชัดเจน นอกเหนือจากความรู้ทางด้านวิชาการ ประสบการณ์ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องแลป หากมีอาการไม่สบาย ผู้พาเด็กไปพบแพทย์ ควรเป็นผู้ทราบประวัติการเจ็บป่วยของเด็กเป็นอย่างดีกรณีที่ทั้งพ่อและแม่พาเด็กไปพบแพทย์ ควรเข้าไปในห้องตรวจด้วยกันทั้งคู่ เพื่อช่วยกันถามและตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการเจ็บป่วยเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน

กรณีที่เคยได้รับการรักษามาแล้ว หรือมียาเดิมอยู่ ควรนำติดตัวไปพบแพทย์ด้วย เพื่อป้องกันการผิดพลาดจากการเข้าใจผิดในตัวยานั้นๆ และเพื่อความชัดเจนในการดูแลเรื่องการให้ยา อย่าลืมบอกประวัติแพ้ยาด้วย

ไม่ควรเกรงใจที่จะสอบถามอาการของลูกจากแพทย์ เพื่อใ้ห้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจน ถึงอาการเจ็บป่วย การดูแลรักษา อาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น หรือข้อควรระวังสำหรับโอกาสเป็นโรคอื่น
ตรวจเช็คยาที่ได้รับให้ตรงกับที่แพทย์ได้อธิบายไว้
อ่านฉลากยาให้ถูกต้องก่อนการให้ยา

กรณีที่อาการไม่ดีขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ ควรกลับไปปรึกษาแพทย์อีกครั้ง เพราะโรคบางโรคไม่สามารถแยกได้ชัดเจนในช่วงแรกของการเจ็บป่วย

กรณีเป็นโรคเรื้อรัง หรือเป็นโรคเฉพาะ โรคที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น โรคหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด ควรมีข้อมูลที่ชัดเจนประจำตัวเป็นลายลักษณ์อักษร

ที่สำคัญที่สุด การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ การสนใจหาความรู้ในการดูแลสุขภาพของตนเองและลูก ทั้งร่ายกายและจิตใจ เพื่อไม่ให้เจ็บป่วย การให้วัคซีนป้องกันโรค ในโรคซึ่งสามารถป้องกันได้ การทำอย่างไรให้ป่วยน้อยที่สุด หรือทำอย่างไรเพื่อลดความรุนแรงของการเจ็บป่วย และเมื่อเจ็บป่วยแล้วไม่ควรผัดผ่อน ในการพาไปตรวจรักษา ควรคำนึงเสมอว่า ไม่มีคำว่า..วันพรุ่งนี้สำหรับลูก

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฟีฟ่าใช้กีฬาฟุตบอลต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ (The 11 for Health programme)

17 กุมภาพันธ์ 2557 4.819

ฟีฟ่าอาศัยความนิยมการเล่นฟุตบอล หรือดูเกมส์ฟุตบอลของชาวโลกมาเป็นกลยุทธ์ในการช่วยสังคมโลกให้ได้อานิสงส์ใน การรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บทั้งโรคติดต่อ และไม่ติดต่อที่เป็นปัญหาใหญ่ของชาวโลกในทุกประเทศที่เผชิญกับชะตากรรม

ปัญหาเรื่องปวดเข่าของเด็กหนุ่มวัย 17 ปี

17 กุมภาพันธ์ 2557 4.442

ผมได้รับอีเมล์จากแฟนๆ เดลินิวส์ที่ติดตามคอลัมน์นี้อยู่เรื่อยๆ ส่วนมากส่งมาปรึกษาเกี่ยวกับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา บางรายปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั่วๆ ไป รวมทั้งเรื่องยา และอาหารเสริม

แพ้ยาทำไมไม่ต้องหยุดยา

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.393

หลายครั้งที่เภสัชกรได้รับคำถามว่า “รับประทานยาขนานใดขนานหนึ่งเข้าไปแล้วมีอาการ...จำเป็นต้องหยุดรับประทานทันทีหรือไม่” คำตอบที่ได้รับ อาจจะไม่จำเป็นต้องหยุดยาเสมอไป

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ