โพสต์ 6 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 3,510 Views

สุขภาพฟันของลูกน้อย

สุขภาพฟันของลูกน้อย 

 การ จัดตารางหรือโปรแกรมการดูแลสุขภาพฟันให้กับลูกน้อยนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเลย ควรต้องเริ่มเมื่อไร เริ่มอย่างไร และมีขั้นตอนอะไรบ้าง

การดูแลรักษาฟันของเด็กนั้น ควรเริ่มดูแลตั้งแต่แรกเกิด และไม่จำเป็นต้องรอให้ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นก่อน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรพาเด็กไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และคุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นช่วยดูแลสุขภาพฟันและวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้องควบ คู่ไปด้วย

ข้อมูลด้านล่างนี้สามารถเป็นตัวช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการดูแลรักษาสุขภาพฟันให้กับเด็กได้

ควรเริ่มเมื่อใด

The American Dental Association and American Academy of Pediatric Dentistry มีคำแนะนำดังนี้

เด็กอายุ 6 เดือนถึง 1 ขวบ ในวัยนี้ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบทันตแพทย์เมื่อมีฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น หรือตอนอายุประมาณ 1 ขวบ

เด็กเล็ก ถึง เด็กวัยเริ่มเข้าโรงเรียน หลังจากที่เด็ก ได้รับการตรวจสุขภาพฟันในครั้งแรกแล้วนั้น ผู้ปกครองควรพาลูกไปตรวจสุขภาพฟันอีกครั้งทุกๆ 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หากทันตแพทย์พบว่า เด็กมีปัญหาในช่องปากหรือมีฟันผุ ทันตแพทย์จะนัดให้เด็กมาตรวจสุขภาพฟันบ่อยขึ้น

พบทันตแพทย์ในครั้งแรก การพาเด็กไปพบทันตแพทย์ทั่วไปหรือทันตแพทย์สำหรับเด็กนั้นมีความแตกต่างกัน คือ เด็กอาจจะรู้สึกสบายใจ เพลิดเพลินไปกับสีสัน และสิ่งแวดล้อมในห้องตรวจสำหรับเด็กมากกว่าห้องตรวจของทันตแพทย์ทั่วไป ดังนั้นผู้ปกครองควรพิจารณาทางเลือกให้เหมาะสมกับลูกก่อนการนัดหมาย

การขึ้นของฟัน และ อายุของเด็ก: (เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ขวบ)

อายุของเด็ก

การขึ้นของฟัน

ตำแหน่งของฟัน

6 ถึง 7 เดือน

ฟันน้ำนม 2 ซี่แรก

ฟันขึ้นตรงกลาง ด้านบน และด้านล่าง

7 ถึง 9 เดือน

ฟันน้ำนม 2 ซี่ ชุดที่ 2

ฟันขึ้นตรงกลาง ด้านบน 4ซี่ และด้านล่าง 4ซี่

10 ถึง 14 เดือน

ฟันกราม 2 ซี่

ด้านหน้า

15 ถึง 18 เดือน

เขี้ยว

ด้านบน

2 ถึง 3 ปี

ฟันกราม ชุดที่ 2

ด้านหลัง

ข้อควรปฎิบัติ

การเตรียมพร้อมและวางรากฐานให้กับเด็กก่อนที่จะพาเด็กไปพบทันตแพทย์นั้น สามารถช่วยให้เด็กเกิดความคุ้นเคยและไม่กลัว เมื่อต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพฟัน

  •         กำหนดเวลา : ผู้ปกครองควรเลือกช่วงเวลาของวันที่เหมาะสมให้กับเด็กในการพบทันตแพทย์ครั้งแรก
  •         ทัศนคติที่ดี : ควรสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพฟัน เพื่อให้เด็กรู้ว่าการตรวจสุขภาพฟันนั้นจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพฟันที่ดีและ แข็งแรงเมื่อฟันแท้ขึ้น
  •         ให้เด็กมีส่วนร่วม : ผู้ปกครองควรรับฟังพร้อมเปิดโอกาสให้เด็กบอกเล่าถึงความรู้สึกต่อ การรักษาสุขภาพฟัน เพื่อไม่ให้เด็กเกิดอาการกลัวเมื่อพบทันตแพทย์

ต้องเจอกับอะไรบ้าง

เด็กอายุระหว่าง 6 เดือน ถึง 1 ปี

  •        ในวัยนี้แนะนำให้เด็กนั่งบนตักผู้ปกครองระหว่างที่ทันตแพทย์ตรวจสุขภาพฟัน
  •         ทันตแพทย์จะทำการประเมินสุขภาพของช่องปาก รวมไปถึงวิธีรับประทานอาหาร การดื่มนํ้า และตรวจด้วยว่าเด็กมีฟันผุหรือไม่
  •         ทันตแพทย์จะขัดคราบฟันโดยใช้แปรงสีฟันเล็กๆ
  •        ทันตแพทย์จะแนะนำการแปรงฟันที่ถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระแทกจากแปรงสีฟัน
  •          ทันตแพทย์จะเคลือบฟลูออไรด์ชนิดเจลให้กับเด็กเพื่อทำให้ฟันแข็งแรงขึ้น โดยเจลจะมาในถาดครอบฟันที่ขนาดพอดีกับช่องปากของเด็ก
  •         ตรวจช่องปากของเด็กว่ามีแผลเปื่อยที่ลิ้น กระพุ้งแก้ม หรือบริเวณเพดานปากหรือไม่
  •        ทันตแพทย์จะสอบถามประวัติหากเด็กติดนิสัยดูดหัวนมปลอมหรือดูดนิ้ว

เด็กเล็ก ถึง เด็กวัยเริ่มเข้าโรงเรียน

เด็กในวัยนี้ควรพบทันตแพทย์บ่อยขึ้น ดังนั้นห้องตรวจสำหรับเด็กที่มีอุปกรณ์ตรวจสุขภาพฟัน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ เพราะสีสันและสิ่งแวดล้อมในห้องสามารถทำให้เด็กเพลิดเพลินในขณะเข้ารับการ ตรวจสุขภาพฟัน

  •        ทันตแพทย์จะทำการเอ็กซ์เรย์ เพื่อที่จะได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับภายในตัวฟันและเหงือก
  •          ทันตแพทย์จะใช้สารเคลือบฟันที่เป็นพลาสติกบางๆ เคลือบฟันกรามด้านในช่วงที่เป็นผิวหน้าบดเคี้ยวอาหาร
  •         ทันตแพทย์จะทำการอุดฟันที่ผุ และถอนฟันที่บกพร่องออก
  •         ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำ หากเด็กติดนิสัย เช่น กัดเล็บ ดูดนิ้ว นอนกัดฟัน
  •        หากการเรียงตัวของฟันผิดปกติ ทันตแพทย์อาจให้เด็กดัดฟันแบบชั่วคราว (จัดเรียงฟันชนิดถอดได้)
  •         หากพบว่ามีฟันที่เรียงตัวผิดปกติมาก ทันตแพทย์จะจัดการเรียงตัวของฟัน เพื่อให้มีการสบฟันที่ดีมีความสวยงาม และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  •         ทันตแพทย์จะทำการประเมิน หากเด็กในวัยนี้มีปัญหาในการสื่อสาร

หลังจากที่ทันตแพทย์ทำการตรวจและประเมินสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กแล้ว พบว่ามีส่วนบกพร่อง ทันตแพทย์จะแนะนำให้ผู้ปกครองพาเด็กมาตรวจและรักษา ทุกๆ 6 เดือน 
เมื่อเด็กเข้าสู่วัยรุ่น ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับ วิธีดูแลสุขภาพฟันและช่องปาก ที่อาจเกิดจากการรับอาหารที่ไม่ครบ 5 หมู่ การสูบบุหรี่ การถอนฟันคุดออก หรือการเจาะลิ้น เป็นต้น

ผู้ปกครองควรพาเด็กไปหาหมอฟันสม่ำเสมอทุก 6 เดือน เพื่อดูแลและตรวจสภาพในช่องปาก และวางแผนป้องกันอย่างเหมาะสม ก่อนที่จะเกิดโรคฟันผุ และยังช่วยให้มีประสบการณ์ที่ดีกับการทำฟัน

หากต้องการข้อมูลเพิ่มติดต่อ Contact Center 1719 (24 hrs) หรือ ศูนย์กุมารเวช หรือ ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ หรือ นัดหมายแพทย์ คลิกที่นี่

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรตาไวรัสคืออะไร

15 มกราคม 2561 1.898

โรตาไวรัส เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ไวรัสชนิดนี้สามติดต่อและแพร่กระจายได้สูงมาก ส่วนมากไวรัสชนิดนี้จะก่อโรคได้บ่อยในเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถติดโรคนี้ได้เช่นกันซึ่งจะมีอาการแสดงของโรคที่รุนแรงน้อยกว่า

น้ำข้อเทียม

27 สิงหาคม 2556 6.294

สาร Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารที่มีอยู่ในน้ำข้อของมนุษย์มีลักษณะที่เหนียวและยือหยุ่นสูงทำให้ข้อต่างๆ โดยเฉพาะผิวกระดูกข้อเข่าไม่ได้รับแรงกดหรือกระแทกมากเวลาคนเราเดินหรือวิ่งนอกจากนั้นสารนี้ยังช่วยให้เกิดความลื่นที่ผิวกระดูกอ่อนเวลาเรางอหรือเหยียดหัวเข่า

ไวรัสโรตา (Rotavirus)

20 กุมภาพันธ์ 2557 15.504

ถ้าอยู่ๆ เจ้าตัวเล็กวัยน้อยกว่า 2 ขวบ มีอาการอาเจียน มีไข้ ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำ เหมือนอาหารไม่ย่อย อุจจาระเป็นฟอง มีกลิ่นเปรี้ยวแล้วล่ะก็ สงสัยว่าเจ้าตัวเล็กจะโดนไวรัสโรต้าเล่นงานเข้าให้อยู่ได้ทุกที่หนีไม่พ้น

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ