โพสต์ 27 ส.ค. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 4,782 Views

สุขภาพผู้หญิง

สุขภาพผู้หญิง

“เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก” วลี ยอดฮิต จะไม่จริงอีกต่อไป เพียงแค่คุณรู้จักการดูแลตัวเองที่ถูกวิธีเท่านั้น เราก็จะเป็นผู้หญิงที่มีสุขภาพดีและมีความสุขได้ไม่ยากลำบากอะไรเลย
เนื่องจากผู้หญิงมีความแตกต่างจากเพศชายอยู่หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของ ร่างกาย ฮอร์โมนของระบบสืบพันธุ์ ความแตกต่างเหล่านี้ส่งผลให้ผู้หญิงมีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างจากเพศชาย และในแต่ละช่วงอายุของผู้หญิงก็จะมีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกันไป

เมื่อกล่าวถึงปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยกลางคน หรือช่วงอายุ 45-60 ปี มีดังนี้

  1. ภาวะวัยทอง (Menopause) อายุเฉลี่ยของผู้หญิงทั่วโลกจะเริ่มเข้าสู่วัยทองเมื่ออายุ 45-55 ปี ส่วนในผู้หญิงไทยนั้นจะอยู่ในช่วงอายุ 45-50 ปี การเข้าสู่วัยทองนั้นสังเกตได้จากประจำเดือนขาดต่อเนื่องกัน 12 เดือน ซึ่งเป็นผลจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ที่สร้างจากรังไข่นั้นลดลง ผลของภาวะวัยทองนั้นมีทั้งต่อร่างกายและจิตใจของผู้หญิง ผลทางร่างกายที่เห็นได้ชัดเจนคือภาวะกระดูกพรุน ซึ่งเกิดความเสี่ยงที่กระดูกจะหักง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสการเกิดโรคทางหลอดเลือดสูงขึ้น เช่น โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเส้นเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคเส้นเลือดสมองตีบ เป็นต้น อาการทางกายอื่นๆที่พบได้ เช่น อาการร้อนวูบวาบตามตัว เหงื่อออกตอนกลางคืน  ปัสสาวะบ่อย มีอาการเจ็บในช่องคลอดขณะร่วมเพศ ส่วนผลต่อทางจิตใจนั้นก็เช่นทำให้หงุดหงิดง่าย มีอาการเครียดกังวลง่ายขึ้น
  2. โรคมะเร็ง มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิง รองลงมาได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่  มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งมดลูก การตรวจร่างกายประจำปีจึงเป็นส่วนสำคัญในการตรวจค้นหาโรคมะเร็งแทนการรอให้ มีอาการของโรคแสดงออกมา เนื่องจากระยะของโรคนั้นมีผลต่อผลลัพธ์ของการรักษา ซึ่งปัจจุบันทางการแพทย์มีการตรวจค้นหามะเร็งได้แม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจ Pap Smear หามะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มต้น การเอ็กซ์เรย์ปอดประจำปี การทำเอ็กซ์เรย์ปอดด้วยคอมพิวเตอร์สแกนในผู้ป่วยที่มีความเสียงของมะเร็งปอด สูง การส่องกล้องลำไส้เพื่อหามะเร็งลำไส้ เป็นต้น
  3. โรคเครียดและปัญหาการฆ่าตัวตาย เนื่อง ด้วยบทบาทหน้าที่ของผู้หญิงวัยกลางคนนี้ ต้องเผชิญกับปัญหาอื่นๆอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ตั้งแต่การเลี้ยงลูก การเลี้ยงดูพ่อแม่ที่เริ่มเข้าสู่วัยชรา ปัญหากับสามี การหย่าร้าง การเจ็บป่วยและสูญเสียบุคคลใกล้ชิดและญาติ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลต่อสภาพจิตใจทำให้เกิดความเครียดได้ง่ายขึ้น เมื่อมาเจอกับภาวะวัยทองก็อาจทำให้ยิ่งแย่ลงไปได้อีกจนอาจเกิดเป็นโรคทาง สภาพจิตใจได้ง่ายขึ้นกว่าวัยอื่นๆ หากมีการปรับตัวรับมือกับความเครียดได้ไม่ดีก็เป็นการเพิ่มโอกาสการทำร้าย ตัวเองได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับเพศชาย

ดังนั้นเมื่อเราได้รู้ถึงปัญหาสุขภาพที่เราจะเจอได้แล้วนั้น การดูแลสุขภาพและการป้องกันด้วยการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำ เป็นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายผู้หญิงในวัยกลางคน
เคล็ดลับดูแลตัวเองง่ายๆที่จะมาแนะนำในวันนี้ ได้แก่

  1. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยป้องกันการเกิดโรคทางหลอดเลือดและโรคมะเร็ง ลดภาวะกระดูกพรุนและลดความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า จากการศึกษาของ The American Cancer Society พบว่าการออกกำลังกายระดับปานกลางจะช่วยเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันและป้องกันการ เกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มมวลกระดูกซึ่งทำให้สามารถป้องกันภาวะ กระดูกพรุนได้อีกด้วย การออกกำลังกายที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ ได้แก่ ออกกำลังกายระดับปานกลาง 5 ชั่วโมง/อาทิตย์ หรือออกกำลังกายที่เคลื่อนไหวร่างกายมากๆ 2.5 ชั่วโมง/อาทิตย์ ร่วมกับออกกำลังกายแบบ Weight Training เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 ครั้ง/อาทิตย์
    • การออกกำลังกายในกลุ่ม Cardio Exercise เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง เดินเร็ว กระโดดเชือก แอโรบิค ปั่นจักรยาน
    • กลุ่ม Weight Training เช่น เล่นอุปกรณ์ยกน้ำหนักและอุปกรณ์ออกกำลังกายอื่นๆ  พิลาทิส
    • กลุ่มเพิ่มความหยืดหยุ่นและทรงตัว เช่น โยคะ รำไทชิ รำไทเก๊ก เป็นต้น
  2. การควบคุมอาหาร เป้าหมายคือปรับพฤติกรรมการกินโดยให้เลือกทานกลุ่มผัก ธัญพืช และโปรตีนที่ย่อยง่ายมากขึ้น เช่นปลา ลดการทานอาหารกลุ่มแป้ง น้ำตาลและไขมัน (ไขมันโดยเฉพาะ Trans Fat ที่พบมากจากไขมันสัตว์และน้ำมันพืชบางชนิด) เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะต้องการโปรตีนไปซ่อมแซมร่างกายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการควบคุมน้ำหนักที่ดีด้วย เพราะเมื่อน้ำหนักคงที่ ก็จะลดความเสี่ยงการเกิดเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วนและโรคอื่นๆอีกมากมาย
  3. การตรวจคัดกรองโรคของผู้หญิงวัยกลางคนทั่วๆไปที่สำคัญ ได้แก่
    • ตรวจร่างกายทั่วไปประจำปี ตรวจเลือดดูภาวะซีด การทำงานของตับและไต เอ็กซ์เรย์ปอด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจปัสสาวะ เป็นต้น ซึ่งจะมีเกณฑ์ตรวจแต่ละช่วงอายุต่างกันไป
    • การตรวจ Pap Smear ทุกปี หากไม่พบความผิดปกติติดต่อกัน 2 ปีก็จะเว้นระยะการตรวจห่างขึ้นได้ตามแต่แพทย์จะพิจารณา
    • การตรวจเต้านมด้วยตัวเองซึ่งแนะนำให้ทำทุกวัน และการเริ่มตรวจ Mammography หรือที่เรียกกันว่า แมมโมแกรม เมื่ออายุ 50 ปี (ในกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมจะตรวจที่อายุน้อยกว่า 50 ปี ตามแพทย์เฉพาะทางแนะนำ)
    • การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ด้วยการส่องกล้องเมื่ออายุ 50 ปี
    • ตรวจมวลกระดูก (Bone Mass Density) โดยทั่วไปจะเริ่มตรวจเมื่อมีอายุ 65 ปี แต่หากเข้าสู่วัยทองในอายุน้อย เช่น ได้รับการผ่าตัดเอารังไข่ออก ก็ควรได้รับการตรวจมวลกระดูกเร็วขึ้นกว่าคนทั่วไป

เอกสารอ้างอิง

  1. WHO, women’s health fact sheet  N°334 , November 2009
  2. Patricia D. Martin, Health and Fitness for Women Age 45-60 . Curriculum Development in occupational Education & Training July 24, 2000 . Southwest Virginia Community College
  3. R.K. Pathak* and Purnima Parashar. Age at Menopause and Associated Bio-Social Factors of Health in Punjabi Women. The Open Anthropology Journal, 2010, 3, 172-180

 

ที่มา : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

ผู้เรียบเรียงบทความ : พญ. วีรนุช โรจน์ยินดีเลิศ  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ (Internal Medicine)

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

อาการปวดหลังเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ

3 สิงหาคม 2556 2.616

ความเครียดทางด้านจิตใจ เป็นสาเหตุที่สำคัญประการนึงของอาการปวดหลัง โดยเฉพาะอาการปวดหลังเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุพบว่าในผู้ป่วยที่ต้องทำงานเครียดอยู่กับภาระงานบนโต๊ะหรือผู้ที่ทำงานอยู่ในออฟฟิศหรือที่เรียกว่า Office Syndrome นั้นทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง

เบาหวานกับต้อกระจก

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.920

โรคต้อกระจก ส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ และเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของโรคเบาหวานแม้ว่าต้อกระจกไม่ใช่โรคทางพันธุกรรมโดยตรง แต่ปัจจุบันพบว่า มีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง

เครื่องช่วยฟังสำหรับคนหูตึง

28 สิงหาคม 2556 3.864

บ่อยครั้งที่ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีประสาทหูพิการตัดสินใจไปซื้อเครื่องช่วยฟังมาใช้ โดยอ่านเอาจากโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่หรือบางรายซื้อมาแล้วก็ไม่ได้ใช้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ