โพสต์ 7 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 25 พ.ค. 57 4,447 Views

สิ่งที่ควรรู้เมื่อน้ำท่วม (ตอนที่ 1)

สิ่งที่ควรรู้เมื่อน้ำท่วม (ตอนที่ 1)

 ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2554 มีฝนตกหนักเกือบทุกวัน ทำให้ในหลายพื้นที่มีปัญหาน้ำท่วมขัง อีกทั้งน้ำที่เอ่อท่วมจากลำน้ำ น้ำป่าไหลหลาก จนเขื่อนกั้นน้ำหลายแห่งต้องพังทลาย จนเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่สร้างความเสียหายให้แก่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แถบภาคเหนือ ภาคอิสาน และภาคกลาง หลายคนต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำมาหากิน มีการขาดแคลนอาหาร น้ำสะอาด เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ยิ่งกว่านั้นความแรงของกระแสน้ำในครั้งนี้ยังทำให้ถนน และสะพานหลายแห่งเสียหายชำรุดจนไม่สามารถใช้การได้ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2554 มีพี่น้องประชาชนเดือดร้อนประมาณ 8.2 ล้านคน เสียชีวิต 283 ราย สูญหายอีก 2 ราย กระจายในพื้นที่ 600 อำเภอ 61 จังหวัดทั่วประเทศไทย ดังนั้นการเตรียมตัวป้องกันที่ดีเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ควรมีการเตรียมพร้อมและตื่นตัวอยู่ตลอด ตรวจสอบข้อมูลให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ จัดเตรียมอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็นเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูป น้ำสะอาด และอุปกรณ์สื่อสารในกรณีฉุกเฉินเพื่อร้องขอความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
 
ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้รวบรวมข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม และแนวทางในการดูแลตัวเองเบื้องต้นกรณีที่ต้องเจอปัญหาน้ำท่วมสำหรับพี่น้องประชาชน ซึ่งประกอบ ไปด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้
 
1. ควรจะต้องเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันปัญหาที่มากับน้ำท่วมอย่างไร
2. โรคติดต่อและอันตรายอะไรบ้างที่พบได้บ่อยในภาวะน้ำท่วม และจะป้องกันได้อย่างไร
3. ในภาวะน้ำท่วมเช่นนี้จะทำให้น้ำ และอาหารสะอาดและปลอดภัยได้โดยวิธีใดบ้าง
4. ทำไมการล้างมือให้สะอาด และขับถ่ายให้ถูกสุขลักษณะ จึงมีความสำคัญมากในภาวะน้ำท่วม
5. สถานที่สำคัญที่ให้ข้อมูลและช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
 
ก่อนอื่นคงจะต้องทราบกันก่อนว่าการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมจากทางหน่วยงานราชการเป็นอย่างไร การเตือนภัยจะแจ้งเป็นระดับของการเตือนภัยครับ แบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามระดับความรุนแรงดังนี้
 
1. ภาวะปกติ เหตุการณ์อยู่ในภาวะปกติ หรือเป็นพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม
2. การเฝ้าระวังน้ำท่วม มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมและอยู่ในระหว่างการสังเกตูการณ์อย่างใกล้ชิด
3. การเตือนภัยน้ำท่วม เป็นการเตือนว่าจะเกิดน้ำท่วมขึ้น
4. การเตือนภัยน้ำท่วมรุนแรง เป็นการเตือนว่าจะมีภาวะน้ำท่วมอยู่ในระดับที่รุนแรง
 
มีข่าวแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมแถวบ้านเราแล้ว จะต้องทำอะไรก่อนดี
 
1. ตั้งสติ อย่าตกใจหรือกลัวจนขาดสติ ควรเตรียมตัว เตรียมใจรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ และมีสติ โดย ควรทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
 
2. ติดต่อหน่วยงานราชการที่ดูแลเรื่องน้ำท่วม (ศูนย์ข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย, www.thaiflood.com) ตรวจสอบให้ ชัดเจนในประเด็นต่อไปนี้
  • บริเวณที่เราอาศัยอยู่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมมากน้อยเท่าไหร่
  • ในบริเวณนี้น้ำเคยท่วมสูงสุดมากแค่ไหน เพื่อเตรียมจัดทำคันดินกั้นน้ำโดยรอบและเตรียมกระสอบทรายเพื่อเสริมคันกันน้ำให้สูงขึ้น
  • เราจะทราบความเร็วของกระแสน้ำได้หรือไม่ หรือเรามีเวลาอีกนานเท่าไหร่ในการเตรียมตัวก่อนที่น้ำจะท่วม
  • จะรับทราบวิธีการเตือนภัยได้อย่างไร และเมื่อไหร่
  • เส้นทางไหนบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง และแนะนำให้เดินทางโดยวิธีใด
3. ติดตามรายงานของทางราชการอย่างต่อเนื่องและปฎิบัติตามคำเตือนภัยอย่างเคร่งครัด
 
4. ศึกษาขั้นตอนในอพยพ ระบบการเตือนภัย เส้นทางการเคลื่อนย้ายในกรณีเร่งด่วน สถานที่ของศูนย์อพยพที่ใกล้เคียงพร้อมเบอร์ โทรศัพท์ติดต่อ และสามารถไปถึงได้เร็วที่สุด
 
5. ติดเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์ทุกเครื่อง สำหรับทุกคนในครอบครัวของคุณ พร้อมทั้งชาร์ตแบตเตอร์รี่ให้เต็ม
 
6. แจ้งทางหน่วยงานราชการกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ได้แก่ มีคนชรา หรือคนพิการอยู่ที่บ้าน
 
7. สำรวจสายไฟ ปลั๊กไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในระดับต่ำ ต้องรีบย้ายให้อยู่ในที่สูงพ้นระดับน้ำที่เคยท่วมมาก่อน หรือปลดคัท เอ๊าท์ทันทีกรณีที่น้ำท่วมแล้ว และไม่ควรใช้งานจนกว่าจะตรวจสอบสภาพก่อน
 
8. เตรียมอาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋องพร้อมกับที่เปิดกระป๋องสำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ น้ำดื่มที่เก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทและ อุปกรณ์ทำน้ำให้สะอาด ได้แก่ เม็ดคลอรีน ไว้สำรองในกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้
 
9. เตรียมภาชนะที่ปิดสนิทป้องกันน้ำเข้าเพื่อบรรจุอุปกรณ์ทำแผล ยาสำหรับโรคประจำตัว และยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ ยาลดไข้ ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้น้ำกัดเท้า ยาทาแผล และยาแก้พิษจากการกัดต่อยของตะขาบ แมงป่อง งู และสัตว์อื่นๆ ที่หนีน้ำมาอาศัยอยู่ ในบริเวณบ้านของเรา
 
10. เตรียมไฟฉาย ถ่านไฟฉายสำรอง เทียนไข และไฟแชค ไว้กรณีไฟฟ้าดับ
 
11. เตรียมวิทยุพร้อมถ่านสำรอง เพื่อฟังติดตามข่าวสารและรายงานสภาพอากาศจากหน่วยงานราชการ
 
12. ถ้ามีรถยนต์ควรเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ในรถให้พร้อม และนำไปจอดในที่สูงพ้นระดับน้ำที่เคยท่วมมาก่อน
 
13. รองเท้าบู๊ต ถุงมือกันน้ำ กางเกงใน ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมเด็ก
 
14. ยาทากันยุง ยาฆ่าแมลง เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เพื่อป้องกันยุง หรือแมลงกัดต่อยที่มาจากน้ำท่วมขัง
 
ท่วมแล้ว น้ำท่วมบ้านแล้ว จะทำยังไงต่อดีละทีนี้ ตั้งสติเหมือนเดิมแล้ว สูดหายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ แล้วควรทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
 
1. ปลดคัทเอ๊าท์ และสำรวจปิดแก๊สหุงต้มทุกจุดในบ้าน อยู่ในอาคารที่แข็งแรงและสูงพ้นระดับน้ำที่เคยท่วมมาก่อน
2. หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำ แช่น้ำเป็นเวลานาน หรือใส่เสื้อผ้าที่เปียกชื้นนะครับ และทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ
3. อย่าขับขี่รถฝ่ากระแสน้ำ
4. ระวังสัตว์มีพิษ ที่หนีน้ำท่วมมาอาศัยอยู่บนบ้าน บนหลังคากัดต่อย ได้แก่ ตะขาบ แมงป่อง งู
5. ติดตามเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดจากวิทยุ หรือโทรทัศน์ และทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
6. เตรียมพร้อมอยู่เสมอสำหรับการเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์อพยพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิต คนในครอบครัวมากกว่าทรัพย์สินในบ้าน

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดสถานการณ์ โรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โดย ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

2 สิงหาคม 2556 16.532

ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ถึง 500,000 รายต่อปีและทุกปีมีคนไทยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สูงถึง 20%

รองเท้าส้นสูง

27 สิงหาคม 2556 5.953

เรื่องความสูงของส้นรองเท้านั้นมีหลายคนเขียนไว้แตกต่างกัน บางท่านก็ แบ่งเพศว่า ชายสูงไม่เกิน 3.5 ซม. หญิงสูงไม่เกิน 4.5 ซม. จึงได้มีผู้ทำการศึกษาวิจัยโดยทำการทดลองให้ใส่รองเท้าส้นสูงในขนาดต่างๆ กันแล้วให้เดินสายพาน ในความเร็วประมาณ 4 กม. ต่อชั่วโมง

โรควัวบ้าเป็นอย่างไร

2 สิงหาคม 2556 3.341

โรควัวบ้า เป็นโรคติดต่อที่เกิดขึ้นกับวัว สารที่เป็นสาเหตุของโรควัวบ้าสามารถติดต่อมายังคน และทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมในคน สาเหตุของการเกิดโรคนี้เป็นสารโปรตีนที่เรียกว่า พรีออน (prion) ที่ทำให้เกิดโรคสมองพรุนในสัตว์จำพวกแพะ แกะ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ