โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 11 มี.ค. 58 4,849 Views

สารเมลามีน

สารเมลามีน (melamime)

     มีสูตรโครงสร้างทางเคมีที่มีธาตุไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ แต่เมลามีนก็ไม่ใช่สารอาหารโปรตีน สารเมลามีนมีสูตรทางเคมีว่า C3H6N6 ซึ่งหมายความว่า ทุกๆ หนึ่งโมเลกุลของสารเมลามีน ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน 3 อะตอม ธาตุไฮโดรเจน 6 อะตอม และธาตุไนโตรเจน 6 อะตอม สารเมลามีนมีชื่อทางเคมีว่า 1,3,5-triazine-2,4,6-triamine ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบสูงถึงร้อยละ 66

     สารเมลามีนเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติกหรือใช้ทำกาว แต่เมลามีนไม่ได้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตอาหาร เนื่องจากสารเมลามีนนี้มีคุณสมบัติทนความร้อน จึงนิยมใช้ทำผลิตภัณฑ์พลาสติก ไม่ว่าจะเป็นภาชนะพลาสติก ถุงพลาสติก น้ำยาดับเพลิง น้ำยาทำความสะอาด กาว หมึกสีเหลือง รวมถึงพบในยาฆ่าแมลงด้วย ส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยกับถ้วยชามเมลามีนหรือจานเมลามีนที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไป

     สารเมลามีนเป็นผงสีขาว ลักษณะคล้ายนมผงจนแยกไม่ออก เมื่อนำไปละลายน้ำ หรือผสมในนมจะตรวจพบปริมาณไนโตรเจนสูงซึ่งการจะตรวจว่าน้ำนมนั้นมีโปรตีนสูงหรือไม่ จะวัดจากค่าของไนโตรเจน ดังนั้นถ้าผสมสารเมลามีนซึ่งมีไนโตรเจนสูงเข้าไปในน้ำนม จะถูกทำให้เข้าใจว่าน้ำนมมีโปรตีนสูง

 

พิษของสารเมลามีน

  - ฤทธิ์ของสารเมลามีนนั้น ไม่จำเป็นต้องรับประทานเข้าไปโดยตรง เพียงแค่สูดดมเข้าไป หรือผิวหนังสัมผัสก็ทำให้เกิดการระคายเคือง จนส่งผลให้ผิวหนังอักเสบได้แล้ว เมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายไม่สามารถย่อยสารเมลามีนได้ ไตจึงไม่สามารถขับสารพิษออกมาทางปัสสาวะ

  - เมื่อสารเมลามีนเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไป สะสมจนกลายเป็นนิ่วในไต ก่อให้เกิดมะเร็งที่กระเพาะปัสสาวะ ทำลายระบบสืบพันธุ์ และทำให้ไตวายได้อย่างเฉียบพลัน เช่นเดียวกับเด็กทารกชาวจีนทั้ง 4 คนที่เสียชีวิต เพราะรักษาไม่ทันการณ์ ขณะที่ยังมีเด็กอีกกว่า 53,000 คน ทั้งชาวจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเก๊า กำลังป่วยเป็นนิ่วในไตอันเป็นผลพวงมาจากสารเมลามีน

  - ในส่วนของภาชนะที่ทำจากเมลามีนก็ต้องระวังการใช้เช่นกัน แม้ผู้ผลิตจะบอกว่า สามารถทนความร้อนได้ถึง 100 องศา แต่ก็ควรใช้งานที่อุณหภูมิไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส เนื่องจากหากใช้งานกับความร้อนสูง เช่น น้ำเดือด ๆ อาหารที่ทอดใหม่ ๆ ก็อาจทำให้สารฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งแพร่ออกมาได้

 

มาตรฐานความปลอดภัย

     หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป ( European Food Safety Authority : EFSA ) ได้เสนอให้มีการกำหนดค่าอนุโลมในการบริโภคเมลามีนต่อวันของมนุษย์และสัตว์ ไว้ที่ระดับ 0.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ของน้ำหนักตัวต่อวัน ทั้ง นี้ค่าอนุโลมดังกล่าวได้ครอบคลุมถึงสารประเภทเดียวกันอันได้แก่ ammeline, ammelide และ cyanuric acid ซึ่งจากการที่ EFSA ได้กำหนดค่า TDI ของเมลามีนสำหรับมนุษย์และสัตว์ให้เท่ากันนั้น เนื่องจากผลวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ในสัตว์ยังไม่เป็นที่ชัดเจน ดังนั้น ทาง EFSA จึงขอให้มีการกำหนดค่า TDI ของเมลามีนสำหรับสัตว์ให้เท่ากับสำหรับมนุษย์ รวมทั้งได้กำหนดค่า TDI ของเมลามีนในภาชนะที่สัมผัสกับอาหารไว้ที่ระดับ 30 mg/kg ด้วย ค่า TDI ดังกล่าวเป็นเพียงค่าที่ตั้งขึ้นเป็นการชั่วคราว หาก ภายหลังที่ EU ได้รับผลการวิจัยจากกลุ่มประเทศสมาชิกในเรื่องของเมลามีนที่ชัดเจนแล้ว จะได้มีการปรับ-ลดค่าดังกล่าวให้สอดคล้องกับผลการวิจัยนั้นๆ ซึ่งค่า TDI ที่จัดตั้งในครั้งนี้เป็นค่าที่สอดคล้องกับค่า TDI ที่กำหนดขึ้นไว้โดยทางการของสหรัฐอเมริกา

 

   

การส่งออกสารเมลามีน 

      ในประเทศจีนนั้น มีการผลิตเมลามีนจำนวนมาก และออกวางขายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะได้รับการรับรองมาตรฐาน ซึ่งสารเมลามีนนี้จะใช้ในกระบวนการผลิตภาชนะ อาหารสัตว์ และนอกจากจีนจะขายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปขายยัง 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซียในรูปของเศษเมลามีนที่เหลือจากโรงงานพลาสติก ซึ่งมีราคาถูก โดยผู้ขายจากจีนจะใช้ชื่อว่า " ไบโอโปรตีน " หรือโปรตีนเทียม แทน ชื่อเมลามีน ให้ผู้เลี้ยงสัตว์นำไปผสมในอาหารสัตว์ เพราะมีราคาถูกกว่าโปรตีนอื่น ๆ ที่เป็นพวกธัญพืชหรือเนื้อสัตว์เกือบ 5 เท่า จึงลดต้นทุนการผลิตได้ แต่ในประเทศไทยเองยังตรวจไม่พบว่ามีสัตว์เสียชีวิตจากสารอันตรายนี้

 

สารเมลามีนปนเปื้อนในอาหารสัตว์และในนมผง

- ในการผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป บริษัทผู้ผลิตจำเป็นต้องใส่สารอาหารโปรตีนผสมลงไป เพื่อให้ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์นั้นมีปริมาณสารอาหารโปรตีนพอเพียง ปกติสารอาหารกลุ่มโปรตีนมีธาตุไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบมากกว่าสารอาหารกลุ่ม อื่น ดังนั้น จึงใช้ปริมาณธาตุไนโตรเจนเป็นตัวชี้วัดของปริมาณโปรตีนในอาหารได้ ถ้าบริษัทผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปต้องการลดต้นทุนการผลิตและเอาเปรียบลูกค้า โดยนำสารอื่นปลอมปนในอาหารสัตว์ ปริมาณโปรตีนในผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์นั้นจะต่ำกว่ามาตรฐาน เนื่องจากสารเมลามีนมีปริมาณธาตุไนโตรเจนสูงกว่าที่พบในสารอาหารโปรตีนอื่นถึง 4 เท่า แต่สารเมลามีนไม่ใช่สารอาหารโปรตีน จึงมีราคาถูกกว่าวัตถุดิบที่เป็นสารอาหารโปรตีนตัวจริง

- วัตถุดิบที่เป็นสารอาหารโปรตีนตัวจริงที่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์มีหลายชนิด ที่นิยมใช้มากชนิดหนึ่ง คือ โปรตีนกลูเต็นสกัดจากแป้งข้าวสาลี แต่ก็มีราคาแพงกว่ามาก จึงมีบริษัทผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ในจีนลักลอบผสมสารเมลามีนในแป้งกลูเต็นสกัด จากข้าวสาลี เมื่อนำแป้งกลูเต็นที่มีเมลามีนปนเปื้อนนั้นไปวัดหาปริมาณธาตุไนโตรเจน ก็จะพบว่าแป้งกลูเต็นที่มีเมลามีนปน เปื้อนนั้นมีปริมาณธาตุไนโตรเจนสูง ทำให้คนเข้าใจว่าแป้งกลูเต็นที่มีเมลามีนปนเปื้อนเป็นของแท้ แต่ความจริงไม่ใช่ กลายเป็นว่ามีสารเมลามีนซึ่งเป็นตัวหลอกอยู่แทนที่ เมื่อ บริษัทผู้ผลิตส่งแป้งกลูเต็นที่มีสารเมลามีนปนเปื้อนออกจำหน่ายเป็นวัตถุดิบ สำหรับการทำผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ก็จะทำให้มีสารเมลามีนปนเปื้อนไปตลอดสายการผลิตอาหารสัตว์ และเกิดอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงในที่สุด

- กรณีการปนเปื้อนสารเมลามีนในนมผงใช้เลี้ยงทารกในลักษณะคล้ายคลึงกัน เนื่องจากนมเป็นอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูง และเป็นอาหารสำหรับทารก นมผงสำเร็จรูปที่ใช้ทดแทนนมมารดาถูกผลิตจากนมโคบริสุทธิ์ จะมีปริมาณโปรตีนมาตรฐานอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่ง ตรวจสอบได้โดยการวัดปริมาณธาตุไนโตรเจนในตัวอย่างนมผงนั้น ถ้าบริษัทผู้ผลิตนมผงต้องการลดต้นทุนการผลิต โดยแอบผสมสารอื่นปลอมปนในนมผง ปริมาณโปรตีนในนมผงที่ถูกปลอมปนนั้น จะต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ดังนั้น เพื่อหลบเลี่ยงการถูกตรวจพบ ก็ต้องใช้ผงของแป้งอาหารอื่นที่มีปริมาณธาตุไนโตรเจนใกล้เคียงกับของผงนมโคบริสุทธิ์มาผสมแทนก็จะตรวจไม่พบ

- แป้งกลูเต็นสกัดจากข้าวสาลีหรือแป้ง อาหารอื่นนั้น มีการปนเปื้อนสารเมลามีนอยู่ก่อนแล้ว ทำให้ผลิตภัณฑ์นมผงนั้นถูกปนเปื้อนด้วยสารเมลามีนไปโดยปริยาย ยิ่งมีการทดแทนผงนมโคบริสุทธิ์ด้วยผงแป้งอื่นๆ ที่ปนเปื้อนด้วยสารเมลามีนมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์นมผงสำเร็จรูปนั้นมีปริมาณสารเมลามีนสูงขึ้นตามไปด้วย

- เท่าที่มีรายงาน มีบริษัทผลิตนมผงในประเทศจีนไม่น้อยกว่า 22 บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์นมผงมากกว่า 70 ชนิดที่มีสารเมลามีนปนเปื้อน สิ่งที่เป็นความบกพร่องของทางบริษัทผู้ผลิตที่เห็นได้ชัดคือการขาดมาตรฐานที่เชื่อถือได้ในการควบคุมคุณภาพขั้นสุดท้ายก่อนกระจายสินค้าออกสู่ตลาด

 

การลักลอบใช้สารเมลามีน

      พบว่ามีจากการลับลอบใช้เมลามีนผสมในอาหารสัตว์ และใช้เมลามีนผสมในอาหารสำเร็จรูป อาทิเช่น ขนมปัง เส้นพาสต้า พิซซ่า อาหารเด็ก และอาหารสำหรับผู้แพ้กลูเตนอีกด้วย

 

โรคนิ่วไต

  - การรับประทานนมผงที่ปนเปื้อนด้วยสารเมลามีนทำให้เกิดโรคนิ่วไต เมื่อมีสารเมลามีนปนเปื้อนในอาหารที่รับประทาน เมลามีนจะถูกดูดซึมเข้าร่างกายได้ง่าย เนื่องจากเมลามีนเป็นสารโมเลกุลเล็ก ร่างกายขับเมลามีนออกทางปัสสาวะ ถ้าหากปัสสาวะมีความเข้มข้นมาก หรือร่างกายได้รับเมลามีนจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย จะเกิดการตกผลึกของสารเมลามีนในเนื้อไต หากการตกผลึกนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่องจะได้ผลึกสารเมลามีนที่มีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ผลึกเมลามีนยังอาจทำปฏิกิริยากับสารก่อนิ่วอื่นๆ ที่มีในปัสสาวะของคนทั่วไปอยู่ก่อนแล้ว เช่น แคลเซียม ออกซาเลต กรดยูริก หรือฟอสเฟต เป็นต้น ทำให้เกิดผลึกเชิงซ้อนที่มีขนาดโตขึ้นอย่างรวดเร็วได้

  - การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า เมื่อให้หนูกินอาหารที่ผสมสารเมลามีนไปด้วยในปริมาณตั้งแต่ 2– 8 กรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม เป็นเวลาประมาณ 3 เดือน หนูทดลองจะเกิดนิ่วทีกระเพาะปัสสาวะ ในระยะยาวเกิดนิ่วที่ไต โรคไตวาย และโรคมะเร็งที่กระเพาะปัสสาวะ

  - ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลชัดเจนในคนว่า ต้องได้รับสารเมลามีนมากน้อยเพียงใดจึงจะเกิดโรคนิ่วไต โดยเฉพาะปัญหานี้เกิดในเด็กที่ดื่มนมผงที่ปนเปื้อน จึงจำเป็นต้องนำปัจจัยเรื่องขนาดตัวเด็กมาพิจารณา ถ้าเด็กเล็กที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า ได้รับสารเมลามีนเท่าเด็กโต เด็กเล็กย่อมมีโอกาสเกิดโรคได้มากกว่าเด็กโต

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาวะไขมันในเลือดสูง

24 พฤษภาคม 2559 11.885

คนไข้อยากรู้ คุณหมออยากบอก ตอน ภาวะไขมันในเลือดสูง

สุขภาพดี..อยู่ที่ตัวท่าน

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.563

ในปัจจุบันนี้ มนุษย์เรามีอายุยืนยาวมากขึ้นเรื่อยๆ กว่าในอดีต อายุขัยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นจนกระทั่งใน อนาคตมนุษย์อาจมีอายุขัยเฉลี่ยเป็น 80 ปี โดยที่มีสุขภาพภายและสุขภาพจิตยังดีอยู่ เดินทางไปไหนมาไหนด้วยตนเอง

ความอ้วนกับข้อเข่าเสื่อม

27 สิงหาคม 2556 8.288

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่ผิวข้อกระดูกอ่อนเกิดการสึกหรอ สึกกร่อน เกิดอาการอักเสบ ปวด บวมเเดงร้อนที่ข้อเข่า เข่าโก่ง สุดท้ายจะเจ็บเข่ามาก จนเดินไม่ได้ เราพบว่า โรคข้อเข่าเสื่อม นั้น มีปัจจัย มากมายหลายอย่างที่กระตุ้น ทำให้เป็นโรคนี้เร็วขึ้น เเละมากขึ้น

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ