โพสต์ 7 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 8 มี.ค. 57 4,256 Views

สารระเหย

สารระเหย

ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พุทธศักราช 2519 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2534 แบ่งยาเสพติดออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1. ยาเสพติดให้โทษ 2. วัตถุออกฤทธิ์ และ 3 สารระเหย
 
สำหรับสารระเหย ได้แก่ สารที่ได้มาจากขบวนการผลิตน้ำมันปิโตรเลียม มีลักษณะเป็นไอ ระเหยได้ในอากาศ ซึ่งเมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย
 
สารระเหยที่มีผู้นำมาเสพโดยการสูดดมมีหลายอย่าง เช่น ทินเนอร์ น้ำมันเบนซิน แล็กเกอร์ กาวยางน้ำ น้ำยาล้างเล็บ สีกระป๋องสำหรับพ่น
 
วัยรุ่นจำนวนมากที่หลงผิดหันไปสูดดมสารระเหย โดยไม่รู้ว่าสารระเหยมีพิษร้ายแรงกว่าเฮโรอีนและทำให้เกิดความพิการอย่างถาวรแก่อวัยวะในร่างกาย ไม่สามารถบำบัดรักษาให้หายเป็นปกติได้
 
โทษและภัยของสารระเหยที่มีต่อร่างกาย อาจแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ
 
1. โทษที่เกิดขึ้นทันทีทันใด พิษของสารระเหยทำให้เกิดอาการต่างๆ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของสารระเหยและปริมาณที่เสพ ถ้าเสพในปริมาณสูงเกินขนาดจะทำให้หัวใจหยุดเต้น บางรายทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดหัวใจวายเสียชีวิตได้
2. โทษที่เกิดขึ้นจากการเสพในระยะเวลานาน สารระเหยจะเข้าไปทำลายระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย ทำให้เสื่อมสมรรถภาพ เช่น
  • ทำลายระบบทางเดินหายใจ เกิดการอักเสบของหลอดลม เยื่อบุจมูกมีเลือดออก ปอดอักเสบ
  • ทำลายระบบทางเดินอาหาร เกิดอาการปวดท้องรุนแรง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด และมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร
  • ทำลายระบบโลหิต ทำให้ไขกระดูกหยุดสร้างเม็ดโลหิต ผู้เสพจะมีอาการตัวซีด อ่อนเพลียเลือดออกง่ายและอาจทำให้เกิดมะเร็งในเม็ดโลหิตขาวได้
  • ทำลายระบบประสาทสมอง ทำให้ประสาทอักเสบ ชาตามปลายมือและเท้า ความจำเสื่อมเซื่องซึม ความคิดอ่านช้า ตัดสินใจช้า
  • ทำลายระบบกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อลีบ จนถึงกับเป็นอัมพาตได้
  • ทำลายระบบสืบพันธุ์ ทำให้เด็กที่เกิดมาจากผู้ที่ติดสารระเหย มีอาการไม่สมประกอบ
สุดท้ายขอฝากคาถาป้องกันยาเสพติดทุกประเภทไว้ด้วยว่า "ไม่เริ่ม..ไม่ต้องเลิก" ขอให้โชคดี ไม่มีคนในบ้านติดยาเสพติดเลยนะคะ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

14 เคล็ดลับคงความเป็นหนุ่มสาว

16 กุมภาพันธ์ 2557 1.339

ปัจจุบันศาสตร์แห่งการชะลอวัยเป็นที่พูดถึงอย่างมากในอเมริกาและยุโรป นี่คือเคล็ดลับ 14 ข้อที่จะคงความเป็นหนุ่มสาว จาก แพทย์หญิงพัฒศรี พงษ์สถิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยกรุงเทพ ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ

คณะกรรมการชุดใหม่ในการบริหารงานของฟีฟ่า

18 กุมภาพันธ์ 2557 7.949

ประธานคณะกรรมการฟีฟ่า มร.โจเซฟ เอส. แบลตเตอร์ ได้กล่าวต้อนรับคณะกรรมการชุดใหม่เอี่ยม ที่จัดตั้งขึ้นมาในปีนี้ เพื่อให้ขับเคลื่อนงานที่สำคัญในกิจการของกีฬาฟุตบอล คือ การเล่นกีฬาฟุตบอลอย่างยุติธรรม และ (Fair Play)

อาหารการกินในวัยรุ่น

16 กุมภาพันธ์ 2557 2.919

อาหารการกินในวัยรุ่น วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตในด้านร่างกายอย่างมาก และในวัยนี้เองที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ และจิตใจค่อนข้างสูง มีกิจกรรมต่างๆ ค่อนข้างมาก ทั้งในด้านสังคม กีฬาและบันเทิง ความต้องการสารอาหารย่อมมีมากขึ้นเป็นธรรมดา

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ