โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 1,206 Views

สัตว์ป่าที่เป็นภัยต่อนักท่องเที่ยว

สัตว์ป่าที่เป็นภัยต่อนักท่องเที่ยว

ในการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ หรือในทะเล อันตรายจากสัตว์ป่านับว่ามีน้อยมาก ยิ่งได้รับการระมัดระวังเป็นอย่างดีแล้ว อันตรายจากสัตว์ป่าแทบจะไม่มีเลย อย่างไรก็ตาม สัตว์ที่นับว่าเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นงูชนิดต่างๆ งูที่พบในประเทศไทยประมาณ 178 ชนิด มี 110 ชนิดที่นับเป็นพิษเป็นภัย โดยเป็นงูที่มีพิษรุนแรงทำลายระบบประสาท 12 ชนิด ทำลายระบบกล้ามเนื้อ 29 ชนิด ทำลายระบบโลหิต 1 ชนิด ที่เป็นพิษค่อนข้างแรงทำลายระบบโลหิต 11 ชนิด พิษอ่อน 52 ชนิด และที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอีก 4 ชนิด จากสถิติพบว่างูที่คนไทยถูกกัดบ่อยที่สุดได้แก่ งูกะปะ รองลงมา ได้แก่ งูเขียวหางไหม้ งูเห่า และงูแมวเซา ตามลำดับ

การท่องเที่ยวซึ่งอาจจะเป็นการท่องเที่ยวป่าหรือทะเล โดยไม่รวมถึงการท่องเที่ยวในเมืองแต่อย่างใด อาจจะกล่าวได้ว่ามีสัตว์จำนวนน้อยมากที่เป็นพิษเป็นภัย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์จำพวกนก จะมีอยู่บ้างก็คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะสัตว์ผู้ล่า เช่น เสือ หมี หมาป่า เป็นต้น แต่สัตว์ป่าเหล่านี้มีจำนวนค่อนข้างน้อย โอกาสที่จะพบเห็นตัวค่อนข้างยาก ผู้ที่พบเห็นตัวอาจจะกล่าวได้ว่าโชคดีมากกว่าที่จะเป็นพิษเป็นภัยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เหล่านี้กลัวคนมาก เมื่อได้กลิ่นหรือได้ยินเสียงคนมักจะหนี ยกเว้นเป็นสัตว์ลำบาก เช่น บาดเจ็บ ซึ่งอาจจะถูกคนล่า หรือ อาจจะเกิดการต่อสู้ในสัตว์ป่าด้วยกันเอง และพบกันโดยบังเอิญ เป็นต้น สัตว์ที่อาจจะเป็นภัยอยู่บ้างก็เห็นจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์จำพวกงู อย่างไรก็ตามงูทุกชนิดไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยไปทั้งหมด

imageในจำนวนงูพิษที่พบบ่อยในประเทศไทย และนับว่าเป็นอันตรายมากต่อนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในป่า เป็นงูชนิดที่มีพิษร้ายแรง โดยพิษจะเข้าไปทำลายระบบประสาทมีจำนวนทั้งสิ้น 12 ชนิด ทั้งหมดจะจัดไว้ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า ลักษณะสำคัญของงูในวงศ์นี้ที่นักท่องเที่ยวควรรู้จักคือ หัวป้อมมน เกล็ดบนหัวใหญ่ โดยเฉพาะเกล็ดกระหม่อมเป็นคู่ที่ใหญ่ที่สุด ตาดำมน เกล็ดลำตัวมักเป็นเกล็ดเรียบ ลำตัวตัวเรียวยาว มีเขี้ยวพิษยาวอยู่ด้านหน้า เป็นชนิดที่แผ่แม่เบี้ยได้ เนื่องจากมีกระดูกคอ (transverse process of nuchal ribs) ยาว และหนังคอยืดได้มาก ได้แก่ กลุ่มงูเห่า และงูจงอาง เป็นงูบก ปีนต้นไม้ได้ งูเห่าบางชนิดมีลายดอกจันเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปวงกลม รูปตัวอักษรยู (U) รูปเกือกม้า และบางชนิดพ่นพิษได้

งูที่มีพิษร้ายแรงทำลายระบบกล้ามเนื้อทั้งหมดเป็นงูทะเลจัดไว้ในวงศ์งูทะเล อาจจะเป็นพิษเป็นภัยต่อการท่องเที่ยวในทะเล งูเหล่านี้ที่น่าสังเกตคือ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทะเลตลอดเวลา ไม่ขึ้นบก ยกเว้นสกุลเดียวคือ งูทะเลในสกุลงูสมิงทะเลซึ่งพบ 2 ชนิด คือ งูสมิงทะเลปากเหลือง และงูสมิงทะเลปากดำ โดยจะขึ้นมาวางไข่บนบก งูทะเลส่วนมากจะมีสีเทา เทาเหลืองลายเป็นปล้องหรือลักษณะชายธงขว้างตามตัว หางแบนเป็นพาย บางชนิดมีขนาดเล็กมาก เช่น งูแสมรังหัวเข็ม แต่ตัวใหญ่ และหางเป็นพาย และมีเขี้ยวพิษด้านหน้า

นอกจากนี้ยังมีงูอีก 52 ชนิดที่มีพิษแต่เป็นพิษอย่างอ่อน เมื่อถูกกัดจะรู้สึกเจ็บ และแผลอาจจะบวมโต ไม่ถึงกับเสียชีวิต ลักษณะของงูพิษอ่อนที่ควรทราบคือมีเขี้ยวพิษอยู่ด้านในสุดของขากรรไกรบน ลักษณะรูปร่างและสีสันแตกต่างกันมาก เช่น พวกที่หากินบนต้นไม้มักมีหัวโต คอเล็ก ตัวเรียว หางยาว พิษทำให้ปวดบวมเล็กน้อย ได้แก่ งูปล้องทอง งูเขียวดง และงูต้องไฟ บางชนิดปากเรียวยาว ยื่นออกมา เช่น งูเขียวปากแหนบ งูพิษอ่อนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นงูขนาดกลาง

ลักษณะของงูที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อพบimage

งูขนาดใหญ่ และสามารถแผ่แม่เบี้ยได้ บริเวณคอมีลายดอกจัน มีลายตัวอักษรยู (U) วงกลม รูปเกือกม้าหรือลวดลายอื่นๆ งูกลุ่มนี้อาจเป็นงูจงอาง หรือกลุ่มงูเห่า
งูที่มีลักษณะลำตัวเป็นปล้องขาวสลับดำ หรือเหลืองสลับดำ ภาคตัดขวางของลำตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งอาจเป็นงูทับสมิงคลา หรืองูสามเหลี่ยม
งูที่มีหัวเป็นรูปสามเหลี่ยมชัดเจน ลำตัวค่อนข้างอ้วนสั้น หางสั้น ลำตัวมักมีสีเหลืองหรือสีเขียว โดยส่วนมากมักพบม้วนตัว พาดตัวเกาะอยู่บนพุ่มไม้ กิ่งไม้ริมลำคลองซึ่งอาจจะเป็นงูในกลุ่มของงูเขียวหางไหม้
งูที่พบนอนพาดตัวนิ่งอยู่บนถนนลูกรัง ถนนลาดยางมะตอยในเวลาเย็น พลบค่ำ หรือ หัวค่ำ อย่าไปแหย่ หรือเข้าใกล้ ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาจเป็นงูในกลุ่มงูกะปะ งูแมวเซา หรืองูเขียวหางไหม้ ซึ่งจะออกมาดูดซับความร้อนจากพื้นดิน พื้นถนน เพื่อยกระดับอุณหภูมิของร่างกายให้สูงขึ้นจนถึงระดับที่ร่างกายสามารถออกแสดงพฤติกรรมต่างๆได้ดี
ควรหลีกเลี่ยงงูที่เจอคนแล้วไม่เลื้อยหนี แต่จะม้วนตัวตั้งท่าเตรียมพร้อมคอยต่อสู้ซึ่งเป็นพฤติกรรมของงูในกลุ่มงูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้ นอกจากนี้ยิ่งต้องลหีกเลี่ยงงูที่สามารถส่งเสียงขู่ได้ทั้งจากการเป่าลมหายใจ หรือใช้หางสั่นกระทบวัตถุต่างๆ เพื่อให้เกิดเสียง
งูที่มีลักษณะหัวแดง หรือหางแดง คอแดง หรืองูที่มีลักษณะสีสันสดใส และมีลักษณะเป็นปล้องๆ ซึ่งมักจะมีพิษรุนแรง
สถิติงูพิษที่กัดคนในประเทศไทย ในแต่ละปีคาดว่ามีผู้ถูกงูพิษกัดในประเทศไทยประมาณ7,000 ราย แต่จำนวนผู้เสียชีวิตจากงูกัดนั้นน้อยมาก เนื่องจากสาธารณสุขมูลฐานขยายไปสู่ชนบทได้ทั่วถึงมากขึ้น และความก้าวหน้าของการรักษาผู้ที่ถูกงูพิษแต่ละชนิดกัด งูพิษที่กัดคนไทยมากที่สุด คือ งูกะปะ รองลงมาคือกลุ่มงูเขียวหางไหม้ อันดับสามคืองูเห่า อันดับสี่คืองูแมวเซา งูพิษอื่นๆ นอกจากนี้มีอัตราการกัดหรือทำอันตรายต่อคนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับงูทั้งสี่ชนิดดังกล่าว งูพิษที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมาเป็นอันดับหนึ่งและสอง คือ งูเห่า และงูแมวเซา ตามลำดับ

หลักง่ายๆ เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากงูในระหว่างการท่องเที่ยวมีดังต่อไปนี้

การกางกระโจมพักแรมตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ควรพยายามเลือกทำเลที่เป็นที่โล่ง เก็บอาหารไว้ให้ห่างจากบริเวณที่นอน เนื่องจากพวกหนูจะเข้ามากินอาหาร จึงอาจชักนำงูที่กินหนูเป็นอาหารเข้ามาในบริเวณกระโจมได้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว
ในบริเวณบ้านพักรับรอง ต้องเปิดไฟเพื่อทำการสำรวจทุกซอกทุกมุมก่อนเข้าพัก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีงูหลบซ่อนในบ้านพัก ในระหว่างการใช้บ้านพักควรเก็บข้าวของสัมภาระต่างๆให้เป็นระเบียบ ไม่ควรกองสุมกัน เพราะอาจทำให้หนูเข้ามาหาอาหาร และงูเข้ามากินหนูอีกที ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว
ในการเดินไปมาระหว่างการท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าให้เรียบร้อย ไม่ควรเดินลุยในที่รกทึบ การเดินทางในเวลากลางคืนต้องพกไฟฉายและส่องไฟตลอดเวลาเพื่อป้องกันงู
ก่อนจะสวมรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าบู๊ทควรตรวจสอบเสียก่อนว่ามีงูหลบซ่นอยู่ในรองเท้าหรือไม่
ควรหลีกเลี่ยงการงัดแงะ ขุด คุ้ย ก้อนหิน ขอนไม้ หรือการใช้มือ เท้า หรือ มุดเข้าไปในโพรงที่ทึบ เนื่องจากอาจมีงูหลบซ่อนอยู่ได้
เมื่อเจองูควรหลีกเลี่ยงอยู่ห่างๆ อย่าเข้าใกล้

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การลดการกดของหมอนรองกระดูกโดยการใช้เข็มความถี่สูง

3 สิงหาคม 2556 900

การลดการกดของหมอนรองกระดูกสันหลัง โดยการใช้เข็มคลื่นเสียงความถี่สูง หรือที่เรียกว่า Radio Frequency วัตถุประสงค์ของการใช้การรักษาโดยวิธีนี้ เพื่อที่จะทำให้เกิดการยุบตัว และการลดขนาดของหมอนรองกระดูกสันหลัง ซึ่มีผลลดแรงกดที่เส้นประสาท

อาการบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟ

7 มิถุนายน 2556 873

กีฬากอล์ฟนั้น ก็อาจสามารถทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้เหมือนกีฬาประเภทอื่นเช่นกัน

เรื่องต้องรู้...ก่อนการผ่าตัดในผู้ป่วยเบาหวาน

15 กุมภาพันธ์ 2557 439

ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้เช่นเดียวกับคนปกติ การผ่าตัดถือได้ว่าเป็นแรงกดดันที่มีต่อผู้ป่วยเบาหวาน ทำให้มีอาการเปลี่ยนแปลงต่อระบบสมดุลของร่างกาย มีการหลั่งฮอร์โมนหลายชนิดที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วย และมีผลต่อเนื่องกับการหายของแผล และการติดเชื้อ ดังนั้นก่อนได้รับการผ่าตัด ผู้ป่วยควรจะได้รับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในระดับปกติหรือใกล้เคียงปกติเสียก่อน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ