โพสต์ 7 ส.ค. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 3,469 Views

วิตามินซีกับต่อมน้ำลาย

วิตามินซีกับต่อมน้ำลาย

เวลาที่ผู้ป่วยมีภาวะต่อมน้ำลายอักเสบ แพทย์จะให้ยาเพื่อลดอาการอักเสบ ลดไข้ แก้ปวด และแนะนำการปฏิบัติตัว รวมทั้งให้อมวิตามินซี (ASCORBIC ACID) วิตามินซีนั้นมีรสเปรี้ยวซึ่งจะกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายขับน้ำลายออกมาหล่อเลี้ยงช่องปากมากขึ้น มีผลทำให้ต่อมน้ำลายลดอาการอักเสบ และลดอาการบวมได้เร็วขึ้นจริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเป็นวิตามินซีก็ได้บางท่านอาจดื่มน้ำผลไม้หรือรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวหรือแม้แต่อมลูกอมรสเปรี้ยวๆ ก็จะมีผลเช่นเดียวกัน

เนื่องจากเราต้องการรสเปรี้ยวของอาหารมากระตุ้นเพื่อให้ต่อมน้ำลายขับน้ำลายออกมาเพราะฉะนั้นวิตามินซีที่รับประทานจึงควรอมให้ละลายในปากก่อนที่จะกลืนส่วนวิตามินซีที่มีความเข้มข้นมากๆ นั้น อาจไม่เหมาะในการนำมาอมในช่องปากเพราะอาจมีรสชาติที่เปรี้ยวเกินไปจนทำให้เกิดภาวะอักเสบของเยื่อบุช่องปากได้

วิตามินซีมีข้อดีต่อต่อมน้ำลาย และยังมีข้อดีในการช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย และทำให้ผิวพรรณสดใสรวมทั้งเป็นหนึ่งในสารต้านมะเร็งด้วย และเป็นวิตามินที่ไม่สะสมในร่างกายนั้นคือถ้าร่างกายได้รับวิตามินซีเข้าไปในปริมาณที่มากเกินความต้องการวิตามินวีส่วนเกินก็จะขับออกมาทางปัสสาวะหมด ส่วนข้อเสียของวิตามินซี คือ มีความเป็นกรด จึงระคายเคืองกระเพาะ อาหารและทางเดินอาหารได้ และทำให้ฟันสึกได้ นอกจากนั้นวิตามินซีที่ใช้อมนั้นมักจะมีส่วนผสมของน้ำตาลเพื่อให้ได้รสชาติที่น่าพอใจ น้ำตาลเหล่านี้อาจเป็นตัวก่อให้เกิดภาวะฟันผุได้วิตามินวีที่มีความเข้มข้นมากๆ ในปัสสาวะอาจก่อให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้และอาจทำให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ด้วย

ดังนั้นเมื่อจะรับประทานวิตามินซีควรดื่มน้ำตามเยอะๆ และปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาจะดีที่สุดค่ะ

ขอขอบคุณ

Author
ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยาพาราเซตามอล

6 มิถุนายน 2556 2.281

พาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดที่บำบัดอาการปวดปานกลาง เช่น ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ และเป็นยาลดไข้

9 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกลุ่มโรคเรื้อรัง NCDs

31 มีนาคม 2560 13.141

ประกอบด้วย โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคเบาหวาน ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคเรื้อรัง NCDs เกิดจากพฤติกรรม การสูบบุหรี่ รับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด ออกกำลังกายไม่เพียงพอ และดื่มสุรามาเกินไป

ปัจจัยเสี่ยง...ปวดหลัง

17 สิงหาคม 2556 4.503

ปวดหลังเป็นอาการไม่ใช่โรค อาการปวดหลังเป็นอาการ ที่พบได้บ่อยและมักจะหายไปได้เอง โดยอาจมิต้องการรักษาใดๆ ร้อยละ 90 ถึง 95 เป็นอาการปวดหลังที่ไม่ทราบสาเหตุคือ แพทย์ไม่สามารถจะจับตัวต้นเหตุแห่งอาการปวดได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ