โพสต์ 7 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 4,753 Views

วางแผนรักษามะเร็งที่ลิ้น

วางแผนรักษามะเร็งที่ลิ้น

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ลิ้น ขั้นตอนต่อไปก็คือการวางแผนการรักษาโดยทั่วไป แผนการรักษามะเร็ง ประกอบไปด้วยการผ่าตัด การให้รังสีรักษา การให้เคมีบำบัด โดยอาจเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งหรือใช้หลายๆ วิธีร่วมกันไป การจะเลือกใช้วิธีใดนั้นแพทย์จะพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

 

1.  ปัจจัยเรื่องโรคมะเร็ง โดยพิจารณว่า เป็นเซลมะเร็งชนิดใด มะเร็ง อยู่ในระยะใด (ปกติ มะเร็งแบ่ง

เป็น4 ระยะ ระยะที่หนึ่งเป้นน้อยที่สุด ระยะที่สี่เป็นมากที่สุด)

2.  ปัจจัยเรื่องสุขภาพโดยทั่วไปของผู้ป่วย มีโรคประจำตัวใดๆ หรือไม่ หรือพร้อมที่จะรับการรักษาด้วย

การผ่าตัดหรือไม่ รับประทานยาอะไรที่อาจมีผลต่อการให้การรักษาหรือไม่

3.  ปัจจัยเรื่องแพทย์ที่ให้การรักษา เช่นแพทย์ที่จะรักษามีความสามารถในการผ่าตัดด้านต่างๆ ดีหรือ

ไม่เครื่องมือที่ใช้ในการให้รังสีรักษาเหมาะสมหรือไม่ทีมงานในการให้การรักษาด้วยการให้เคมีบำบัด

มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด

 

การที่จะทำให้ได้ข้อมูลดังกล่าวเบื้องต้น 

แพทย์จำเป็นที่จะต้องใช้การตรวจเพิ่มเติม เช่นการหาระยะของโรคอาจมีความจำเป็นในการทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ การเจาะเลือดเพื่อประเมินการทำงานของระบบต่างๆ การตัดชิ้นเนื้อตรวจการใช้เข็มเจาะดูดเพื่อเอาเซลไปตรวจ การตรวจอัลตรซาวด์ช่องท้องหรืออาจต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมาช่วย เช่นการทำ Pet/CT เป็นต้นเมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้ว จึงนำมาประกอบการพิจารณาในการวางแผน
การรักษาดังนี้

1.  ตั้งวัตถุประสงค์ของการรักษา ว่าต้องการรักษาให้หาย หรือต้องการรักษาแบบประคับประคองอาการ เช่นผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งในระยะสุดท้าย ที่มีการกระจายไปอวัยวะอื่นๆ แล้วการรักษา อาจมีจุดประสงค์เพียงแค่การประคับประคองอาการเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และไม่ทรมานจากโรคมะเร็งที่เป็นอยู่

2.  วางแผนว่าจะใช้วิธีใดในการรักษาบ้าง จะใช้วิธีเดียว หรือใช้แบบหลายวิธีร่วมกัน

 

สำหรับมะเร็งที่ลิ้น

 หากเป็นมะเร็งตั้งแต่ระยะที่สองขึ้นไปแพทย์มักจะให้การรักษาด้วยการใช้หลายวิธีร่วมกันเนื่องจากเป็นมะเร็งที่ค่อนข้างรุนแรง โอกาสเกิดใหม่รวมทั้งโอกาสของการกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆค่อนข้างสูงแพทย์จะมักจะเลือกวิธีการผ่าตัดก่อนแล้วตามด้วยการรักษาด้วยการใช้รังสีรักษา ในบางกรณี อาจจำเป็นต้องให้การรักษาด้วยเคมีบำบัดไปพร้อมๆกันด้วยสำหรับมะเร็งที่ลิ้นในระยะแรก แพทย์อาจเลือกให้การรักษาด้วยการผ่าตัด หรือการให้รังสีรักษา อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป

 

การรักษาด้วยการผ่าตัด 

เป็นการรักษาที่นำเนื้อมะเร็งออกจากร่างกายได้เร็วที่สุดการผ่าตัดรักษาโรคมะเร็งจำเป็นที่จะต้องตัดเนื้อมะเร็งห่างออกจากขอบของมะเร็งที่มองเห็นด้วยตาออกไปโดยรอบประมาณ 1 เซ็นติเมตร เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถตัดเนื้อมะเร็งออกไปทั้งหมดในคราวเดียว นอกจากนั้นยังต้องคำนึงถึงการซ่อมแซมอวัยวะส่วนที่ตัดออกไปเพื่อให้กลับมาทำหน้าที่ได้เหมือนเดิม สำหรับลิ้นจะต้องคำนึงถึงหน้าที่ในการเคี้ยว และกลืนอาหาร รวมทั้งหน้าที่ในการพูดเพื่อให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

 

การรักษาด้วยการให้รังสีรักษา

 เป็นการให้สารกัมตภาพรังสี เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลทำให้เซลมะเร็งซึ่งมักมีการแบ่งตัวเร็วอยู่แล้ว มีความผิดปกติเกิดขึ้นโดยทั่วไป เซลมะเร็งไม่ได้ตายทันทีที่ได้รับแสง แต่จะเกิดความผิดปกติภายในและเมื่อแบ่งตัว ก็จะทำให้เกิดเซลที่ผิดปกติมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆจนเซลที่แบ่งตัวตายไปในที่สุด ดังนั้นการรักษาด้วยวิธีนี้จะกินเวลาค่อนข้างนาน กว่าเซลมะเร็งจะตายหรืออาจมีอาการแทรกซ้อนจากผลของรังสี ที่จะไปทำลายเนื้อดีรอบๆ ด้วยอย่างไรก็ตาม การให้รังสีรักษามีข้อได้เปรียบที่ผู้ได้รับการรักษามักไม่มีความเจ็บปวดใดๆและยังสามารถเก็บรักษาอวัยวะนั้นไว้ได้ทำให้ไม่มีปัญหาของคุณภาพชีวิตมากนักในกรณีที่เป็นมากแพทย์มักเลือกการรักษาด้วยการใช้หลายวิธีร่วมกันและมักจะเลือกรักษาด้วยการผ่าตัดก่อน ตามหลังด้วยการให้รังสีรักษาด้วยเหตุผลหลายประการคือ

1.  การหายของแผลจะเป็นไปได้เร็วกว่า เนื่องจากหากให้รังสีรักษาก่อนการผ่าตัด จะทำให้การหายของแผลล่าช้าออกไป เกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย

2.  การผ่าตัด ทำให้รู้ชนิดของมะเร็งที่แน่นอน รู้ระยะของโรคที่แน่นอน รวมทั้งสามารถทราบแนวโน้มของการกระจาย โดยดูจากผลการตรวจทางพยาธิวิทยา ที่จะบอกว่า มีแนวโน้มของการกระจายมายัง
ต่อมน้ำเหลือง หรือกระจายไปตามกระแสเลือดหรือไม่ ทำให้การวางแผนการรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสม และจำเพาะเจาะจงมากขึ้นได้

จะเห็นว่า ก่อนการรักษาโรคมะเร็ง แพทย์จำเป็นต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ ความทันสมัยของเครื่องมือที่ใช้รวมทั้งทีมแพทย์ที่ให้การรักษา ก็เป็นสิ่งสำคัญการทำความเข้าใจวิธีการรักษา ข้อมูลด้านการรักษาโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในการรักษาด้วยวิธีต่างๆจะต้องนำมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจร่วมกัน ระหว่างแพทย์ ผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วยด้วย

อ่านเรื่อง การรักษามะเร็งที่ลิ้นด้วยการผ่าตัด ในตอนต่อไป

ขอขอบคุณ

Author

นพ. สมศักดิ์ หวานกิจเจริญ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรค หู คอ และ จมูก

15 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

หยุดหายใจ / หัวใจหยุดเต้นในขณะแข่งขันฟุตบอล

26 สิงหาคม 2556 7.122

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวฮือฮาไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ที่มีนักฟุตบอลอดีตทีมชาติอังกฤษตั้งแต่รุ่นเยาวชน ฟาบริซ มูอัมบ้า วัย 23 ปี กองกลางของทีมโบลตัน วันเดอเรอร์ส ทีมดังในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ฟุบหมดสติหยุดหายใจในนาทีที่ 41 ขณะแข่งขัน

โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis)

1 สิงหาคม 2556 11.591

เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งไม่มีอาการจำเพาะ ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด หรือมีอาการรุนแรง เช่น พบเนื้อตาย แผล ฝีหนองที่ปอด ตับ หรือม้าม หรือพบการติดเชื้อในกระแสโลหิตอย่างรวดเร็ว โรคเมลิออยโดสิสเป็นโรคติดเชื้อที่เป็นปัญหาของหลายประเทศ

ความอ้วนกับข้อเข่าเสื่อม

27 สิงหาคม 2556 11.005

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่ผิวข้อกระดูกอ่อนเกิดการสึกหรอ สึกกร่อน เกิดอาการอักเสบ ปวด บวมเเดงร้อนที่ข้อเข่า เข่าโก่ง สุดท้ายจะเจ็บเข่ามาก จนเดินไม่ได้ เราพบว่า โรคข้อเข่าเสื่อม นั้น มีปัจจัย มากมายหลายอย่างที่กระตุ้น ทำให้เป็นโรคนี้เร็วขึ้น เเละมากขึ้น

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ