โพสต์ 6 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 8 มี.ค. 57 2,961 Views

ลิ-ปิ-ทอร์ (Lipitor)

ลิ-ปิ-ทอร์ (Lipitor)

เป็นยาลดไขมันที่ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา จัดเป็นยาค่อนข้างใหม่ที่มีราคาแพง (ถึงแพงมาก) การใช้ยานี้จำเป็นต้องใช้เวลานานพอสมควร เพื่อติดตามผลการรักษาและประสิทธิภาพของยา และควรปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเหมาะสม ตามแนวทางการบำบัดภาวะไขมันในเลือดสูงที่แพทย์แนะนำ พึงระลึกไว้เสมอว่ายาไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการลดระดับไขมันในเลือด
 
ข้อมูลสำหรับผู้บริโภค
 
ยานี้มีชื่อว่า Atorvastatin calcium ใช้ในการรักษาโรคไขมันในเลือดสูง ใช้รับประทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ มื้อใดก็ได้ เนื่องจากอาหารไม่มีผลต่อการดูดซึมของยาเข้าสู่ร่างกาย ที่สำคัญคือท่านต้องแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ หากว่า
 
(1) ท่านตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
 
(2) ท่านเป็นโรคตับ อาจต้องตรวจเลือดเพื่อประเมินสมรรถภาพของตับก่อนใช้ยานี้ หรือตรวจเลือดเป็น
ระยะๆระหว่างที่ใช้ยานี้ ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกราย ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ตรวจ
 
(3) ท่านกำลังใช้ยาอื่นร่วมด้วย หรือซื้อยาบางชนิดมาใช้เอง ไม่ว่าจะเป็นยาขนานใด แขนงใด หรือแผนใดก็ตาม
 
(4) ท่านมีอาการปวดกล้ามเนื้อร่วมกับครั่นเนื้อครั่นตัว
 
(5) เมื่อใช้ยานี้แล้ว ท่านมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น มวนท้อง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาการเหล่านี้พบได้บ้างประปราย
 
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาที่น่ารู้
 
(1) Lipitor (atorvastatin calcium) เป็นยาลดไขมันชนิดสังเคราะห์ ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการทำงานของเอ็มซัยม์ HMG-CoA reductase จึงจัดเป็นยาลดไขมันในกลุ่ม HMG-CoA reductase inhibitor
 
(2) เอ็มซัยม์ 3-hydroxy-3-methylglutaryl-coenzyme A (HMG-CoA) reductase ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยน HMG-CoA ไปเป็น mevalonate 
ซึ่งเป็นสารในระยะเริ่มต้นของขบวนการสังเคราะห์ cholesterol ในร่างกาย
 
(3) ยาเม็ดสำหรับรับประทานมี 4 ขนาด 10, 20, 40 และ 80 mg
 
(4) ออกฤทธิ์ที่ตับโดยตรง ตับเป็นแหล่งที่มีการสร้าง cholesterol ที่สำคัญที่สุดในร่างกาย ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการทำงานของเอ็มซัยม์ HMG-CoA  reductase โดยที่ เอ็มซัยม์ 3-hydroxy-3-methylglutaryl-coenzyme A (HMG-CoA) reductase ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยน HMG-CoA ไปเป็น mevalonate ซึ่งเป็นสารในระยะเริ่มต้นของขบวนการสังเคราะห์ cholesterol ในร่างกาย
 
(5) เมื่อกินยานี้ ร่างกายจะดูดซึมยาได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-2 ชั่วโมง ถึงระดับยาสูงสุดในเลือด ประสิทธิภาพของยาไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะกินก่อนหรือหลังอาหาร เช้าหรือกลางวันหรือเย็นเวลาใดก็ได้ (แม้ว่าระดับยาในเลือดแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย) ยาที่กินเข้าไปเกือบทั้งหมดจับกับโปรตีนในเลือด การทดลองในหนูพบว่ายาผ่านมาทางน้ำนมได้มาก เมื่อเปลี่ยนสภาพไปก็ยังออกฤทธิ์ลดไขมันในเลือดได้เช่นกัน ทั้งหมดถูกขับถ่ายออกจากร่างกายทางน้ำดี ภายในเวลาครึ่งชีวิต 14 ชั่วโมงเกี่ยวกับยากลุ่ม statins
 
ยากลุ่ม Statins เป็นยาลดไขมัน cholesterol ที่ดีมากในปัจจุบัน สามารถลดระดับไขมัน cholesterol ลงได้มากกว่าร้อยละ 30-40 มีข้อมูลยืนยันว่า สามารถลดโรคแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดลงได้อย่างที่ไม่เคย มียาลดไขมัน กลุ่มใดทำได้มาก่อน ยาลดไขมัน cholesterol กลุ่ม "Statins" อาจช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น
 
สำหรับการเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก และป้องกันกระดูกหัก ในผู้สูงอายุนี้เป็นเรื่องใหม่ การศึกษาทั้ง 4 รายงานล้วนเป็นการศึกษาแบบ case- control ทั้งสิ้น ซึ่งการศึกษาแบบนี้มีระดับความน่าเชื่อถือปานกลางเท่านั้น แต่การที่ ผลการศึกษา ทั้งหมดก็ไปในแนวทางเดียวกัน ได้ตัวเลขใกล้เคียงกันนั้นเป็นเรื่องน่า สนใจไม่น้อย คงต้องตามดูกันต่อไป หากเป็นจริงก็เป็นเรื่องดี เพราะผู้สูงอายุที่มีไขมัน ในเลือดสูงก็มัก จะมีกระดูกเปราะอยู่แล้ว การรับประทานยาตัวเดียวจึงได้ผลดีหลาย ประการ แต่ในผู้ที่ไขมันปกติยังไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานยา Statins นี้เพื่อบำรุงกระดูก
 
 
ไขมันในเลือดสูงในวัยทำงานเป็นอันตราย
 
อย่าเพิ่งนึกว่าอายุยังไม่มาก แล้วรับประทานอาหารอุดมไขมัน หรือปล่อยให้มีไขมันใน เลือดสูงตั้งแต่อายุไม่มากนะครับ คุณหมอ Jeremiah Stamler 
ได้นำเอาข้อมูลจาก 3 การศึกษาใหญ่ๆ ใน Chicago สหรัฐอเมริกามาวิเคราะห์ เพื่อดูว่าผู้ชายอมริกันที่มีไขมัน ในเลือดสูงตั้งแต่เมื่ออายุน้อยกว่า 40 ปี (อายุ 18-39 ปี) นั้น เมื่อติดตามไประยะยาว หลายๆสิบปี (16-34 ปี)จะเป็นอย่างไรบ้าง ผลปรากฏว่า เมื่อตัดเรื่องปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ออกหมดแล้ว ผู้ชายที่มี ไขมัน cholesterol สูงมากกว่า 240 มก./ดล.ตั้งแต่อายุน้อยกว่า 40 ปี มีโอกาสเสียชีวิต จากโรคหัวใจมากขึ้น 2.15 - 3.63 เท่า และ เสียชีวิตจากโรค หลอดเลือดต่างๆ (เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต) มากขึ้น 2.1 - 2.87 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับ ผู้ที่ไขมัน cholesterol น้อยกว่า 200 มก./ดล. ทำให้มองเห็นภาพว่า การป้องกันโรคหัวใจ และ หลอดเลือดนั้น ไม่ใช่จะไปเริ่มป้องกันเมื่ออายุมาก โรคของหลอดเลือดนี้อาศัยเวลา ในการก่อตัว ดังนั้น หากจะป้องกันก็ต้องเริ่มตั้งแต่วัยรุ่นเลยทีเดียว
 
การศึกษาที่อ้างถึงคือ Chicago Heart Association Detection Project in Industry (CHA), the Chicago Peoples Gas Company Study (PG) และ the Multiple Risk Factor Intervention Trial (MRFIT)

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

7 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ หมอ – คนไข้

6 มิถุนายน 2556 1.823

ค่านิยมของคนไทยค่อนข้างให้ความเคารพนับถือและเกรงใจต่อผู้ใหญ่ และผู้มีความรู้ ในอดีตผู้คนฝากความไว้ใจเชื่อถือและพึ่งพาต่อบุคคลในอาชีพหรือสถานะที่อาจถือเป็นเสาหลักของความเคารพและเชื่อใจ

การรักษาโรคเมลิออยโดสิส

18 กรกฎาคม 2556 7.700

โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งไม่มีอาการจำเพาะ ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด หรือมีอาการรุนแรง เช่น พบเนื้อตาย แผล ฝีหนองที่ปอด ตับ หรือม้าม หรือพบการติดเชื้อในกระแสโลหิตอย่างรวดเร็ว

คำถามยอดฮิตพิชิตเบาหวาน

7 สิงหาคม 2559 8.571

ตอบคำถามจากการสำรวจออนไลน์เกี่ยวกับเบาวาน และคำแนะนำจากคุณหมอ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ