โพสต์ 7 ก.พ. 60 ปรับปรุง 19 ก.พ. 60 320 Views

รู้ทัน 5 โรคยอดฮิตของคนไทยที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากเป็น

ทุกวันนี้คนไทยหลายคนมีโรครุมเร้ามากมายอันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตประจำวันที่เอื้อให้เกิดความเครียด จนหลาย ๆ คนกลายเป็นโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งวิถีชีวิตที่มีความเร่งรีบตลอดเวลา จนทำให้ไม่มีเวลาออกกำลังกายและดูแลรักษาสุขภาพ ในทุก ๆ ปีกระทรวงสาธารณสุขจะออกมาประกาศโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบมากที่สุดในคนไทย 5 อันดับ ซึ่งแน่นอนว่าอันดับหนึ่งที่ครองแชมป์ติดต่อกันมายาวนานหลายปีซ้อน ได้แก่ โรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นโรคยอดฮิตที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับหนึ่งมายาวนาน โดยกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกใจว่า โดยเฉลี่ยในทุก ๆ ชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งถึง 6 คน แม้ว่าในปัจจุบันวิวัฒนาการเครื่องมือแพทย์และยารักษาโรคจะพัฒนาก้าวหน้าไปมาก แต่คนส่วนใหญ่มักละเลยอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แสดงถึงความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง แล้วจึงมาพบแพทย์เมื่อมะเร็งอยู่ในขั้นลุกลามและยากต่อการรักษา โดยมะเร็งที่พบมากที่สุดในชายไทย ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งตับ วิธีป้องกันโรคมะเร็งที่ง่ายที่สุดคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงตัวการที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง อาทิ การสูบบุหรี่ การกินอาหารปิ้งย่างบ่อย ๆ และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เพื่อปรึกษาแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

โรคเบาหวาน

โรคยอดฮิตของคนไทย รองลงมาจากโรคมะเร็ง โรคเบาหวานมีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนอินซูลินมากเกินไป จนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ร่างกายจึงไม่สามารถใช้พลังงานจากน้ำตาลได้อย่างเหมาะสม และตับอ่อนทำงานผิดปกติ จึงทำให้มีระดับน้ำตาลคงเหลืออยู่ในกระแสเลือดสูงนั่นเอง ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะมีอาการเริ่มต้น คือ ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ดื่มน้ำเยอะ เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทรายสาเหตุ เป็นแผลง่าย เมื่อเป็นแล้วหายยยากหรือมักติดเชื้อ อักเสบ และลุกลาม ผู้ที่มีอาการดังกล่าวนี้ควรหมั่นเช็กความผิดปกติของร่างกายและพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจและการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ ส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ชอบทานอาหารหวานหรืออาหารที่มีไขมันสูง และไม่ออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นผู้ที่มีภาวะเสี่ยงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและหมั่นออกกำลัง ควบคุมน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ

โรคความดันโลหิตสูง

ปกติคนธรรมดาจะมีความดันเฉลี่ยอยู่ที่ 90-119/60-79 มิลลิเมตร/ปรอท ส่วนผู้ที่อยู่ในภาวะความดันโลหิตสูง จะมีความดันสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตร/ปรอท โรคความดันโลหิตสูงเป็นบ่อเกิดของโรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจ โรคไต ฯลฯ เนื่องจากเมื่อมีความดันโลหิตสูง หลอดเลือดจะแข็งและตีบ ส่งผลให้เกิดปัญหาเมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย สาเหตุที่ก่อให้เกิดความดันโลหิตสูงมีทั้งชนิดทราบและไม่ทราบสาเหตุ อาทิ พันธุกรรม การทำงานที่ผิดปกติของฮอร์โมน โรคอ้วน เนื้องอกในสมอง และโรคเครียด สาเหตุหลักที่พบมากในปัจจุบัน อาการระยะเริ่มต้นของโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ อาการวิงเวียนศีรษะ เจ็บหน้าอก ใจสั่น ปวดศีรษะติดต่อกันหลายวันโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ที่มีอาการควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยยา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และพยายามไม่เครียด เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่ตามมาจากโรคความดันโลหิตสูง

โรคหัวใจ

คำว่าโรคหัวใจนั้นมีความหมายค่อนข้างกว้าง เนื่องจากหหัวใจเป็นอวัยวะที่มีความซับซ้อนและมีส่วนประกอบที่หลากหลาย อาทิ เยื่อหุ้มหัวใจ หลอดเลือด และกล้ามเนื้อหัวใจ เป็นต้น โดยอาการที่พบมากในคนไทย ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด อันเนื่องมาจากสาเหตุต่าง ๆ อาทิ หลอดเลือดแดงตีบและไขมันอุดตันในเส้นเลือด ผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีอาการน่าเป็นห่วงและควรไปพบแพทย์โดยด่วน ได้แก่ ผู้ที่มีอาการแน่นหน้าอก อึดอัด ขณะออกกำลังกาย เดินเร็ว ขึ้นบันได เมื่อออกแรงทำกิจกรรมต่าง ๆ จะมีอาการเหนื่อยง่าย หอบ หายใจเร็ว ในรายที่รุนแรงอาจมีอาการหน้ามืดและหมดสติ

โรคหลอดเลือดสมอง

คือการที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เนื่องจากหลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก เนื้อเยื่อสมองจึงถูกทำลาย ส่งผลให้การทำงานของสมองหยุดชะงัก สาเหตุที่พบมากที่สุดที่ก่อให้เกิดภาะวะสมองขาดเลือด ได้แก่ การเกิดลิ่มเลือดไหลไปอุดตันหลอดเลือดสมอง หรืออาจเกิดลิ่มเลือดในสมองแล้วมีขนาดใหญ่ขึ้นจนอุดตันหลอดเลือด อีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากไขมันสะสมในเส้นเลือด ซึ่งทำให้เส้นเลือดตีบจึงทำให้ประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง

ส่วนโรคหลอดเลือดสมองแตกนั้นส่วนมากพบในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หลอดเลือดเมื่อเจอความดันจึงโป่งพองแล้วแตกออก ทำให้เลือดออกในสมอง ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ การป้องกันเบื้องต้นคือหมั่นตรวจเช็กอาการและพบแพทย์เป็นประจำ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด รักษาระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันอาการของโรคหลอดเลือดในสมองเบื้องต้นได้

ปัจจุบันกระแสรักสุขภาพที่กำลังมาแรงมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคภัยต่าง ๆ มากมาย ทั้งการออกกำลังกายที่หลากหลายขึ้น เมนูอาหารคลีนที่ปราศจากไขมันและน้ำตาล คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความเข้าใจในปัจจัยเสี่ยงของโรคมากขึ้น รวมทั้งเทคโนโลยีและวิวัฒนาการในการรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญในการหลีกเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รวมทั้งโรคยอดฮิตทั้ง 5 ประเภทนี้ก็คือ การหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รักษาสุขภาพด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่างหรือของหมักดอง ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ทำจิตใจปลอดโปร่งและไม่เกิดความเครียดสะสม ที่สำคัญคือการหมั่นตรวจเช็กอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย อาทิ ก้อนเนื้อ, อาการเจ็บป่วยเรื้อรังหรืออาการป่วยฉับพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ แล้วพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

ที่มา ภคินี iPrice

ขอขอบคุณ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม

3 สิงหาคม 2556 1.232

การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม นับเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกที่ได้ผล การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียมสามารถเปลี่ยนได้ทั้งส่วนคอ(Cervical)หรือส่วนเอว(Lumbar) เป็นการใส่หมอนรองกระดูกเข้าไปแทนที่หมอนรองกระดูกเดิม

การตรวจภายในและการตรวจแป๊ปเสมียร์ (Pap Smear)

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.367

การตรวจภายในและการตรวจแป๊ปเสมียร์ (Pap Smear) เป็นวิธีตรวจหามะเร็งปากมดลูกระยะก่อนลุกลามที่ดีที่สุดซึ่งทำได้ง่าย ไม่มีข้อห้าม ไม่เจ็บปวด ไม่มีอันตราย ค่าใช้จ่ายน้อย ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะความผิดปกติของปากมดลูกก่อนเกิดมะเร็งระยะลุกลาม ซึ่งจะทำให้รักษาได้ง่าย ผลการรักษาดีมาก ร้อยละ 80 ของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก สามารถป้องกันได้โดยการตรวจภายในและตรวจแป๊ปเสมียร์ อย่างน้อยปีละครั้ง

สเต็มเซลล์คืออะไร

7 มิถุนายน 2556 1.355

สเต็มเซลล์ (Stem Cell) หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโต แบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง เซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกายของมนุษย์จะทำหน้าที่จำเพาะอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่ย้อนกลับมา

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ