โพสต์ 30 ม.ค. 56 ปรับปรุง 28 พ.ค. 60 3,312 Views

รู้ทัน ป้องกัน โรคมือเท้าปาก

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพฯ เตือน หน้าหนาวนี้หวั่น โรคมือเท้าปาก ระบาดในเด็กเล็ก รายงานจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่าในปี 2557 ทั่วประเทศมีผู้ป่วยเสียชีวิตมากถึง 65,668 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยที่ในกรุงเทพมีการระบาดในสถานศึกษา 115 แห่ง และต้องปิดโรงเรียนถึง 24 แห่ง ปิดชั้นเรียนบางส่วน 44 แห่ง นอกจากนี้ในต้นปี 2558 เริ่มพบผู้ป่วยในศูนย์เด็กเล็กจำนวน 822 ราย

เน้นผู้ปกครองเข้มงวดเรื่องความสะอาด ให้เด็กล้างมือเป็นประจำ แนะนำโรงเรียนอนุบาลหรือศูนย์ดูแลเด็กเล็กหมั่นทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ของเล่นเด็ก ตรวจเช็คสุขภาพเด็กทุกเช้า ถ้าพบเด็กป่วยให้แยกเด็กและแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโดยด่วน

โรคมือ เท้า ปาก หรือที่เรียกว่า Hand-foot-and-mouth disease เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลัน เกิดตุ่มน้ำใสขึ้นที่ปาก มือ เท้า ก้น และบริเวณอวัยวะเพศ

เกิดจากเชื้อไวรัสหลายตัวแต่ตัวที่รุนแรงชื่อว่า “เอนเทอโรไวรัส 71” มักระบาดเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่เกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี โรคนี้แพร่กระจายติดต่อถึงกันได้โดยผ่านทางอุจจาระหรือละอองน้ำมูกน้ำลาย

โรคมือเท้าปากติดต่อจากคนสู่คน ด้วยการสัมผัสโดยตรงกับเชื้อไวรัสที่ออกมาทาง น้ำลาย น้ำมูก หรืออุจจาระของผู้ป่วย นอกจากนี้การไอ จาม รดกันสามารถแพร่กระจายเชื้อได้เช่นกัน

หลังจากเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายแล้วจะมีการเพิ่มจำนวนเชื้อภายในลำคอและต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง และมีการเพิ่มปริมาณเชื้อภายในระบบทางเดินอาหารส่วนล่างลงมา

จากนั้นเชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระแสเลือดไปตามอวัยวะต่างๆ ได้แก่ กระพุ้งแก้ม ผิวหนังบริเวณมือ และเท้า

เชื้อโรคใช้เวลาฟักตัว ประมาณ 72 ชั่วโมง ก่อนที่จะทำให้เกิดอาการป่วย และหลังจากนั้นเชื้อไวรัสจะถูกกำจัดออกมาจากลำไส้พร้อมกับอุจจาระ โดยอาจตรวจพบเชื้อไวรัสในอุจจาระได้นาน 6 – 8 สัปดาห์

ขอขอบคุณ

Author

ร.อ. นพ. พันเลิศ ปิยะราช

ระบาดวิทยาคลินิค, ระบาดวิทยาโรคติดเชื้อ

16 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ก้อนที่โคนลิ้น (ตอนที่ 1)

6 สิงหาคม 2556 19.129

โคนลิ้น เป็น ส่วนประกอบส่วนหนึ่งของลิ้น โดยที่โคนลิ้นนั้นกินอาณาบริเวณ 1 ใน 3 ด้านหลังของลิ้น เมื่อเราอ้าปากขึ้นส่องกระจก จะพบว่าสองข้างของโคนลิ้นจะประกอบไปด้วย ฟันกรามล่าง (ซี่ในสุด) และต่อมทอนซิล…

กรณีที่เคยผ่าคลอดทางหน้าท้อง

17 กุมภาพันธ์ 2557 648

ความเชื่อที่ว่า ครั้งหนึ่งที่เคยผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องแล้ว จะต้องผ่าตัดคลอดตลอดไปนั้น ไม่เป็นความจริงเสมอไป ถ้าการผ่าตัดคลอดนั้นไม่ใช่เกิดจากความผิดปกติของช่องทางคลอด หรือการผิดสัดส่วนของทารก ซึ่งมักจะเกิดซ้ำซ้อน เช่น สภาวะรกเกาะต่ำ สภาวะทารกเครียด ซึ่งมักจะไม่เกิดซ้ำซ้อนในครรภ์ต่อมา และในปัจจุบันการผ่าตัดคลอดส่วนใหญ่แพทย์จะทำแนวผ่าตัดที่เนื้อมดลูกในแนวขวาง

เครื่องช่วยฟังสำหรับคนหูตึง

28 สิงหาคม 2556 1.800

บ่อยครั้งที่ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีประสาทหูพิการตัดสินใจไปซื้อเครื่องช่วยฟังมาใช้ โดยอ่านเอาจากโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่หรือบางรายซื้อมาแล้วก็ไม่ได้ใช้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ