โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 1,119 Views

รอบรู้เรื่องใกล้ตัว เสื้อชั้นใน

รอบรู้เรื่องใกล้ตัว เสื้อชั้นใน

พูดถึงเสื้อชั้นใน หรือ Brassiereแล้ว ท่านสุภาพสตรีทุกท่านคงรู้จักกันดี ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่จะใส่โชว์เหมือนเครื่องแต่งกายอื่นๆ แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สาวน้อยสาวใหญ่ทุกท่านให้ความเอาใจใส่กันอย่างยิ่ง การเลือกและใส่เสื้อชั้นในนั้น ก็ดูเป็นรสนิยมอย่างหนึ่ง ลองมาทำความรู้จักกับเสื้อชั้นในกันสักเล็กน้อยดีไหม

เสื้อชั้นในนั้นได้มีการใช้กันตั้งแต่สมัยกรีกโบราณประมาณ 6 พันกว่าปีก่อน เพื่อใส่ในการออกกำลังกายหรือทำให้เต้านมของสตรีดูเล็กลงคล้ายบุรุษ แต่ที่เสื้อชั้นในมีลักษณะคล้ายกับที่ใส่ในปัจจุบันได้เริ่มขึ้นเมื่อ 200 กว่าปีก่อน โดยช่างตัดเสื้อชาวฝรั่งเศส ซึ่งผลิตเสื้อชั้นในเป็น 2 ส่วน และต่อมา Mary Phelps Jacob ได้นำมาจดลิขสิทธิ์ และผลิตจนเป็นที่แพร่หลายในอเมริกา เสื้อชั้นในได้มีการพัฒนาทั้งรูปแบบ รูปทรง และวัสดุมาเรื่อยๆ ตามสมัยนิยมจนเป็นลักษณะที่เห็นกันในปัจจุบัน

ประโยชน์ของการใส่เสื้อชั้นในสตรีนั้น มีทั้งในด้านการแพทย์และทางสังคม

ในทางการแพทย์นั้นเสื้อชั้นในจะสามารถช่วยพยุงเต้านมที่คล้อยตัวหรือหย่อนให้กระชับและลดการแกว่งตัวระหว่างการเคลื่อนไหว ทำให้ลดความไม่สบายตัวหรืออาการเจ็บที่เกิดจากการเคลื่อนไหวมากเกินไปของเต้านม ส่วนจะช่วยป้องกันการคล้อยตัวหรือการหย่อนยานของเต้านมนั้นยังไม่ปรากฎ หลักฐานแน่ชัด
ในทางสังคมนั้นเสื้อชั้นในช่วยทำให้เต้านมของสตรีดูสวยงาม ดูดี และเป็นแรงดึงดูดความสนใจมากขึ้น ดังนั้นเสื้อชั้นในจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งกายที่ได้รับการเอาใจใส่ และมีการพัฒนาเป็นเสื้อชั้นในชนิดต่างๆ ให้เหมาะสมกับกิจกรรม และโอกาส เช่น เสื้อชั้นในสำหรับใส่เล่นกีฬา สำหรับงานราตรี สำหรับใส่นอน สำหรับวัยรุ่น สำหรับคนตั้งครรภ์ ฯลฯ
การเลือกเสื้อชั้นในให้เหมาะสมนั้น มีปัจจัยที่ควรคำนึงถึง นอกจากเรื่องขนาด cup size และเนื้อผ้าแล้ว ยังต้องดูรูปทรงของเสื้อชั้นใน เพราะในแต่ละแบบนั้น ได้รับการออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ทั้งแบบเต็มตัว ไร้สาย เสริมทรงและดันทรง ฯลฯ

หลักทั่วไป คือ ใส่แล้วต้องไม่คับ หรือรัดจนแน่นเกิน แนวเสื้อชั้นในรอบตัวควรอยู่ในแนวราบเสมอกันไม่ถูกรั้งให้สูงขึ้น เนื้อเต้านมต้องไม่ถูกกดทับ หรือล้นออกทางด้านล่างและด้านข้าง ส่วนทางด้านบนของเสื้อชั้นในควรจะราบไปกับเนื้อเต้านมเมื่อสวมใส่ นอกจากนี้ ขนาดของเต้านมยังมีการเปลี่ยนแปลงตามอายุ น้ำหนักตัว และรอบประจำเดือน ดังนั้น อาจต้องมีเปลี่ยนเสื้อชั้นในให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย

image ผู้เขียน : รศ.นพ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

17 กุมภาพันธ์ 2557 3.549

ในปัจจุบัน การผ่าตัดมีความก้าวหน้า และพัฒนาด้านเครื่องมือ เทคโนโลยี รวมทั้งเครื่องมือต่างๆ เป็นอย่างมากทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาที่ดีขึ้น มีแผลผ่าตัดเล็กลงนอนโรงพยาบาลน้อย ใช้เวลาพักฟื้นน้อยลง สามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น โดยแพทย์สอดกล้องผ่านผนังหน้าท้องเข้าไปในช่องท้อง ทำให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยโรค และดูอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูก ปีกมดลูก รวมทั้งสามารถทำผ่าตัดได้ในขณะเดียวกัน โดยเปิดแผลเล็กๆ 2-3 แผล ขนาด 0.5-1.0 เซนติเมตรเท่านั้น และสามารถทดแทนการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิมที่ต้องเปิดแผลกว่างได้เก็บทั้งหมด โดยเป็นที่นิยม และยอมรับในต่างประเทศ ทั้งยุโรป และสหรัฐอเมริกา

โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง Musculotendinous Strain ตอนที่ 2

17 สิงหาคม 2556 1.519

การป้องกันโรคปวดกล้ามเนื่อหลัง โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยระวังรักษาท่านั่ง ท่ายืน ท่ายกของ ให้ถูกต้อง หมั่นออกกำลัง กล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ และนอนบนที่นอนแข็ง โรคปวดหลังป้องกันได้ไม่ยาก

การสวดมนต์ภาวนารักษาโรคได้จริง

15 กุมภาพันธ์ 2557 680

ความเครียดในชีวิตประจำวัน ทีละเล็กทีละน้อย ที่ค่อย ๆ สะสมทุก ๆ วัน อาจเป็นบ่อเกิดของโรคเรื้อรังหลายโรคได้ ในผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ 100 คน จะมีผู้ป่วยถึง 80-90 คน เป็นโรคที่เกิดจากความเครียดที่ส่งผลต่อร่างกาย เช่น โรคท้องผูก นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูง ปวดท้อง ปวดข้อ และโรคซึมเศร้า เป็นต้น สำหรับในผู้ป่วยมะเร็งและโรคเอดส์พบว่า โรคเหล่านี้บางครั้ง การรักษาทางยาก็ไม่ได้ผลดีเท่าใดนัก การผ่อนคลายความเครียดโดยสมาธิอาจช่วยแก้ที่เหตุโดยตรงได้และได้ผลดี ผู้ป่วยมีอาการทุกข์ทรมานน้อยลง

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ