โพสต์ 2 มิ.ย. 61 ปรับปรุง 2 มิ.ย. 61 858 Views

รถไฟฟ้า

มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มีตารางชีวิตที่ใกล้เคียงกัน ผมก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น จำใจลาจากความฝันด้วยการแยกเปลือกตาจากกันในตอนเช้าตรู่ แต่งตัวออกจากบ้าน ไปทำงานด้วยรถไฟฟ้า เข้างาน 8 โมงเช้า นั่งจ้องตากับเพื่อนที่ชื่อคอมพิวเตอร์ มีชีวิตประจำวันที่แสนจะซ้ำซากจำเจ พอตัวเลขบอกเวลา 5 โมงเย็นก็กลับบ้านด้วยวิธีการเหมือนย้อนเทปกลับจากตอนเช้า เป็นอย่างนี้ตลอดมาและคงตลอดไป

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เพื่อนๆค่อยๆห่างออกไป จนทุกวันนี้แทบไม่ได้เจอเพื่อนคนไหนเลย พ่อแม่พี่น้องอยู่ต่างจังหวัดกันหมด นานๆถึงจะกลับไปหาสักที เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ทำงาน เวลาว่างถ้าไม่นอนก็ดูทีวีที่แม้จะมีช่องเพิ่มขึ้นมาจากเมื่อหลายปีก่อนมากแต่ก็มีแต่รายการซ้ำๆเดิมๆ สุขภาพก็เหมือนจะแย่ลง ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาพอยืนนานๆแล้วรู้สึกว่าขาชา และดูเหมือนจะยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ แม่บอกว่าผมอาจจะกินอาหารไม่ค่อยดีเท่าไร ในอินเตอร์เน็ตก็บอกว่าคงจะขาดวิตามินไม่ก็เป็นเบาหวาน ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า

วันนี้ก็เหมือนเดิม เป็นเย็นวันพุธที่เหนื่อยล้า แต่ที่ต่างไปจากวันอื่นๆที่มีแต่ความธรรมดา คือผมติดงานพัวพันจนเลิกช้าไป 15 นาที ใครจะไปรู้ว่าเศษหนึ่งส่วนสี่ของชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นมานี้ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อก้าวเท้าเข้ารถไฟฟ้ามุ่งหน้ากลับบ้าน สายตาก็มองไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนพิงผนังอยู่ แวบแรกที่มองเห็นเธอผมรู้สึกได้ทันทีว่าเธอคนนี้พิเศษกว่าใคร เหมือนสายฟ้าฟาดเข้ามาที่กลางอก หัวใจผมเต้นระรัวราวกับกลองในเพลงร็อค ผมมองเธอไม่วางตา ไม่สนด้วยว่าใครจะสังเกตเห็นหรือไม่ นี่เป็นครั้งที่สามในชีวิตนอกเหนือจากตอนเด็กๆที่กำลังจะจมน้ำกับตอนถูกสุนัขบางแก้ววิ่งไล่กวดที่ผมตื่นเต้นขนาดนี้ แต่แล้วเสียงประกาศได้ฉุดผมออกจากภวังค์ ผมต้องก้าวลงที่สถานีพระรามเก้านี้ ขาพาตัวเองมาที่ประตู แต่ใจยังคงอยู่ที่หญิงสาวผมดำคนนั้น หากมีวาสนาต่อกันเราคงได้เจอกันอีก

คืนนั้นทั้งคืนผมนอนหลับๆตื่นๆ จิตใจไม่สงบคิดถึงแต่ภาพเธอตลอดเวลา อะไรดลบันดาลให้ผมได้พบเธอ เราจะได้เจอกันอีกไหม เธอกำลังจะไปที่ไหน คำถามมากมายเกิดขึ้นตลอดหลายชั่วโมง และในวันถัดมาผมก็เลือกที่จะกลับบ้านเวลา 5 โมง 15 นาทีอย่างมีความหวัง และอาจเป็นพรหมลิขิตหรือบุพเพสันนิวาสที่ทำให้ผมได้พบเธอยืนอยู่ที่เดิมในตู้รถไฟฟ้าขบวนเดิม ผมไม่กล้าเข้าไปทักกลัวเธอจะรู้สึกไม่ดีที่ผมทำลายความเป็นส่วนตัวของเธอ ได้แต่มองอยู่ห่างๆและตั้งใจจะตามเธอไปจนสุดทาง แต่พอเลยจากสถานีพระรามเก้าขาเจ้ากรรมของผมมันก็รู้สึกชาขึ้นมาอย่างรุนแรงกว่าเดิม แม้พยายามเอามือจับห่วง เสา และราวไว้สุดแรง แต่ขาของผมกลับยิ่งชาขึ้นเรื่อยๆจนผมทนไม่ไหวจำต้องลาจากเธอลงจากรถไฟฟ้ามาเปลี่ยนขบวนที่สถานีจตุจักร และโบกแท็กซี่กลับบ้านด้วยความอาลัยอาวรณ์

วันถัดมาผมซื้อวิตามินที่ในอินเตอร์เน็ตบอกว่าช่วยเรื่องเหน็บชามากิน วันนี้ผมต้องยืนได้นานกว่าเดิม และตามเธอไปถึงสถานีปลายทางได้แน่ๆ เมื่อเข็มสั้นของนาฬิกาเลยเลข 5 และเข็มยาวชี้เลข 3 ผมรีบดีดตัวออกจากเก้าอี้สะพายกระเป๋าตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่จริงผมควรจะพาตัวเองไปนั่งอยู่ที่ร้านคาราโอเกะแถวเอกมัยเนื่องในโอกาสเลี้ยงรับน้องๆเข้าทำงานใหม่ แต่วินาทีนี้คงไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่าเธอคนนี้อีกแล้ว เธอที่ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าผมดังเช่นสองวันก่อน ผมแอบมองเธออยู่ตลอดไม่ให้หายไปลับตา เธอนิ่งอยู่ไม่ไปไหน แต่ขาของผมเริ่มไม่ไหว คราวนี้ต้องยอมแพ้เพียงแค่สถานีลาดพร้าวเท่านั้น อาการชาที่จู่โจมมามันช่างทรมานเกินกว่าความสนใจที่ผมมีต่อเธอ

ผมยังคงเจอเธอทุกวันที่เดิมเวลาเดิมบนรถไฟฟ้าแต่ไม่มีวันไหนเลยที่ผมสามารถทนยืนร่วมทางไปกับเธอจนถึงจุดหมายได้ และนับวันอาการชาขาของผมยิ่งมากขึ้นๆ จนผมตัดสินใจไปสถาบันโรคกระดูกสันหลังในอีก 7 วันถัดมา ยอมเสียเงินรักษาอาการชาดีกว่าปล่อยให้เธอหายไปโดยที่ในใจผมยังไม่ชัดเจน ผลการตรวจทำให้ผมต้องแปลกใจ ผมไม่ได้ขาดวิตามินหรือเป็นโรคเบาหวาน แต่แค่มีปัญหาเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกสันหลังไปเบียดเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดร้าวๆร่วมกับการชา หมอบอกให้ใจชื้นว่ารักษาได้ ส่วนใหญ่แค่ทำกายภาพและกินยาก็ดีขึ้น แต่ถ้ายังไม่หายต่อไปคือฉีดยาลดการอักเสบที่กระดูกสันหลัง ผมกลับบ้านมาพร้อมกับถุงยาด้วยความอุ่นใจ

วันถัดมาผมนำเสนองานอย่างตะกุกตะกัก หัวหน้าคิดว่าผมคงตื่นเต้นที่ต้องพูดต่อหน้าผู้บริหาร แต่เปล่าเลย ผมตื่นเต้นที่วันนี้อาการชาหายไปและจะได้มีโอกาสจบเรื่องราวของความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่เต็มอกนี้เสียที ตัวเลขบนนาฬิกาเครื่องตอกบัตรพลิกมาเป็นเลข 17.15 ผมรีบใส่กระดาษบันทึกเวลาลงไปอย่างรีบเร่ง แล้วรีบพาตัวเองมาถึงชานชาลาสถานีที่เดิม เมื่อประตูเปิดออก ภาพที่ผมเห็นจนเริ่มชินตาแต่ไม่ชาชินใจก็กลับมาฉายบนเรตินาอีกครั้ง เธอยังอยู่ที่เดิม หากเจ้าของใบหน้าที่จิ้มลิ้มพริ้มเพรานี้ยังไม่มีเจ้าของถือว่าน่าเสียดายยิ่งนัก เรายืนร่วมทางกันไปในระยะห่างพอให้ไม่อึดอัด ผ่านสถานีแล้วสถานีเล่า ไม่มีอาการชาเลยแม้แต่นิดเดียว ต้องยกความดีความชอบให้ทั้งคุณหมอและนักกายภาพบำบัดฝีมือเยี่ยม ถึงสถานีปลายทาง เธอแตะบัตรแล้วเดินออกจากสถานี มีผมตามไปไกลๆ ยังไม่ใช่เวลาที่ผมจะลดระยะห่างของสองเรา

เธอเดินมาเรื่อยๆถึงถนนใหญ่

หยุดรอ

ข้ามไป

แต่ไม่ถึงอีกฝั่งถนน

ผมเห็นเหมือนเป็นภาพซ้อน

รถหกล้อพุ่งชนเธออย่างรุนแรง ทั้งที่ตอนนั้นรถติดเต็มถนน

ร่างเล็กๆกระเด็นไปนอนนิ่งไม่ไหวติง

และค่อยๆจางหายไป...ทั้งเธอและรถสิบล้อคันนั้น...

นี่คือคำตอบที่ผมตามหามาหลายวัน เธอคนนี้ถูกรถชนและวิญญาณวนเวียนไม่ไปไหน ยังคงทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมตั้งแต่เริ่มวันและจบในที่ๆลมหายใจของเธอดับลง เหมือนการดูภาพยนตร์แล้วกดเล่นซ้ำไปมา ความน่ารักของเธอทำให้ผมสนใจมอง และความจริงแสดงให้เห็นว่าเธอไม่มีขาทั้งสองข้าง ต้องขอบคุณเธอมากๆเพราะเสี้ยววินาทีนั้นนอกจากจะทำให้ผมได้ตื่นเต้นกับการที่รู้ว่าผีมีจริงแล้วยังทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีความพิเศษ รู้สึกมีคุณค่าในการมีชีวิตอยู่เป็นครั้งแรก พรุ่งนี้เช้าผมจะทำบุญให้เธอ ผมคิดว่าคงเป็นวิธีที่ทำให้เธอไปสู่สุคติได้ แต่หากตอนเย็นเรายังพบกัน อาจจะเป็นวันที่ผมต้องลองคุยกับเธอดูสักที


philophobia

ขอขอบคุณ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปัจจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก

27 สิงหาคม 2556 3.312

ช่วงนี้งานวิจัยเกี่ยวกับไข้หวัดนกออก มามากเหลือเกินครับ ล้วนน่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง มีอยู่เรื่องหนึ่งที่พูดถึงปัจจัยทางพันธุกรรมว่าเกี่ยวกับการกับติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดนก อันนี้ฟังแล้วต้องตามไปดูผลการวิจัยเลยล่ะครับ

ต่อมลูกหมากอักเสบ (prostatitis)

22 สิงหาคม 2556 12.782

ต่อมลูกหมากอักเสบ (prostatitis) เป็นการอักเสบ หรือการระคายเคืองของต่อมลูกหมาก พบในเพศชายทุกอายุ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อยขัดต้องเบ่ง บางครั้งมีอาการปวดเอว ปวดหลัง และปวดท้องน้อยร่วมด้วย

ต่อมลูกหมากโต

21 สิงหาคม 2556 9.319

โรคต่อมลูกหมากโตพบได้ในเพศชายอายุตั้งแต่ 40 ปี และจะยิ่งพบมากขึ้นตามอายุ ประมาณว่าเมื่อถึงอายุ 80 ปี ร้อยละ 80 จะเป็นโรคต่อมลูกหมากโต โดยทั่วไปถึงแม้ว่าต่อมลูกหมากจะโตขึ้น จะพบว่าร้อยละ 40-50 ของผู้ป่วยเท่านั้นที่จะมีอาการของโรคนี้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ