โพสต์ 27 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 1,215 Views

ยีนที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน

ยีนที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนจัดเป็นภาวะที่มีเนื้อกระดูกบางตัวลงเนื่องจากมีการสร้างกระดูกน้อยกว่าการทำลายกระดูก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการหัก หรือยุบตัวได้โดยง่ายจุดที่มีการหักบ่อย ได้แก่ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือก่อให้เกิดปัญหาในผู้สูงอายุ พบว่าร้อยละ 50-65 ของสตรีที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเป็นโรคกระดูกพรุน

ในวัยเด็กปริมาณเนื้อกระดูกจะค่อยๆเพิ่มขึ้นจนสูงสุดเมื่ออายุประมาณ 30-35 ปีหลังจากนั้นเนื้อกระดูกจะลดลงอย่างช้า ๆ แต่ในผู้หญิงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนปริมาณเนื้อกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็วทำให้ตลอดชีวิตผู้หญิงจะสูญเสียเนื้อกระดูกมากกว่าผู้ชายถึง 2 - 3 เท่า

สาเหตุที่สำคัญบางประการ

·     ปัจจัยทางพันธุกรรมที่มีผลทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนเป็นยีนควบคุมปริมาณของฮอร์โมนที่มีชื่อว่า growth hormone ในร่างกายฮอร์โมนนี้มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตของกระดูกการศึกษาวิจัยในประเทศอังกฤษโดย Professor Cyrus Cooper แห่งมหาวิทยาลัย Southampton พบว่ายีนดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนโดยพบว่าผู้ป่วยโรคนี้จำนวนมากถึงร้อยละ 15 เกิดการกลายพันธุ์ของยีนที่มีชื่อเรียกว่า GH1 gene

·     ปัจจัยทางด้านโภชนาการเป็นส่วนที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแคลเซี่ยมและโปรตีน

·     ฮอร์โมนเพศหญิงโดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งพบว่านอกจากจะช่วยพยุงเนื้อกระดูกเอาไว้ป้องกันการสูญเสียเนื้อกระดูกแล้วยังสามารถช่วยเพิ่มเนื้อกระดูกได้ด้วยโดยเอสโตรเจรออกฤทธิ์ผ่านแคลซิโตนินและสร้างสารซึ่งมีผลควบคุมการทำงานของเซลสลายกระดูกซึ่งจะช่วยทำให้เซลสร้างกระดูกทำงานได้ดีขึ้น

อาการของโรค

ผู้ป่วยจะไม่มีอาการอะไรจนกระทั้งกระดูกพรุนและจางมากจึงจะเกิดอาการ อาการที่สำคัญได้แก่

1.  เมื่อเกิดการหกล้มที่ไม่รุนแรงก็จะเกิดกระดูกหัก บริเวณกระดูกหักที่พบได้บ่อยได้แก่ กระดูกหลัง กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ

2.  ปวดกระดูกหลัง

3.  น้ำหนักลดเนื่องจากเนื้อกระดูกลดลง

4.  ผู้ป่วยจะหลังโก่ง เตี้ยลงให้วัดส่วนสูงปีละครั้งถ้าหากเตี้ยลงแสดงว่าอาจมีโรคกระดูกโปร่งบาง และอาจสังเกตพบว่ากล้ามเนื้อลีบลง

5.  ผลจากการที่กระดูกหักจะทำให้ผู้ป่วยครึ่งหนึ่งเดินด้วยตัวเองไม่ได้ และจากรายงานการศึกษาวิจัยพบว่ามีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 15-20

การวินิจฉัยโรค

สำหรับการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนในปัจจุบันแพทย์ส่วนใหญ่จะใช้วัดความหนาแน่นของกระดูกในร่างกายคนเราโดยวิธีการทางเอกซเรย์ในขณะนี้การวัดความหนาแน่นของกระดูกจะวัดที่กระดูกสันหลัง กระดูกต้นขากระดูกข้อมือ หรือกระดูกหน้าแข้ง อันใดอันหนึ่งแล้วแต่ว่าเครื่องวัดความหนาแน่นของกระดูกเครื่องนั้นออกแบบมาวัดที่ตำแหน่งใด

การตรวจนี้ใช้แสงเอกซเรย์ปริมาณน้อยมากส่องตามจุดที่ต้องการแล้วใช้คอมพิวเตอร์คำนวณหาความหนาแน่นของกระดูกเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานโดยการเปรียบเทียบกับมวลกระดูกของผู้หญิงอายุ 25 ปี หากมวลกระดูกน้อยกว่า 2.5 เท่าของค่าเบี่ยงบนมาตราฐาน ถือว่าเป็นโรคกระดูกพรุน

แนวทางการรักษา

1.  การที่จะรักษากระดูกที่พรุนแล้วให้กลับเข้าสู่สภาพเดิมนั้น มักจะไม่ค่อยได้ผล ปัจจุบันมีการใช้ยาหลายชนิดได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน, Raloxifene, Alendronate, ฮอร์โมนแคลซิโทนินเป็นต้น

2.  วิธีการเสริมสร้างให้เนื้อกระดูกมีความหนาแน่นมากก่อนเข้าสู่วัยหมดระดู

3.  โภชนาการที่ถูกต้องเน้นอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เช่น นมและเนื้อสัตว์ ร่วมกับวิตามินที่เร่งการดูดซึมคือ วิตามิน ดี และ ซี

4.  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับการป้องกันกระดูกบางหรือพรุนทำได้โดยการเพิ่มต้นทุนของเนื้อกระดูก ให้หนาแน่นมากขึ้นโดยการบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และทานอาหารที่มีส่วประกอบของแคลเซี่ยมร่วมกับการให้วิตามินดี และวิตามิน ซี เพื่อเพิ่มการดูดซึมแคลเซี่ยมและสารที่จะชะลอการดูดซึมแคลเซียม คือกาแฟ บุหรี่ และแอลกอฮอล์ซึ่งจะต้องทำตั้งแต่ก่อนเข้าสู่วัยหมดระดู ก็จะเป็นการป้องกันโดยการชะลอให้เกิดภาวะกระดูกพรุนช้าออกไปอีกได้

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

186 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ระบบโครงกระดูกของมนุษย์

3 สิงหาคม 2556 12.721

ระบบโครงกระดูกของมนุษย์(skeletal system) มีวิวัฒนาการมาอย่างสลับซับซ้อนแต่หลักฐานจากการศึกษากายวิภาคเปรียบเทียบพบว่าสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังทั้งหมดล้วนมีพัฒนาการของระบบโครงกระดูกที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่เป็นตัวอ่อนหรือเอ็มบริโอเมื่อแรกคลอด

ป้องกันแผลในกระเพาะอาหารด้วยการนอนหลับ

15 กุมภาพันธ์ 2557 536

เป็นที่ทราบกันดีว่าการนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด และมีผลสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย แผลในกระเพาะอาหารหรือระบบทางเดินอาหารก็เช่นกัน

FITNESS กับการออกกำลังกาย ตอนที่ 22

19 กุมภาพันธ์ 2557 878

ในสัปดาห์ที่แล้วผมได้กล่าวถึงการฝึก 2 แบบ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บสำหรับนักกีฬาฟุตบอลไปแล้ว ซึ่งมีรายละเอียดของภาพที่อาจทำให้เข้าใจและปฏิบัติตามได้ง่ายยิ่งขึ้นและหากสนใจจริงๆ สำหรับสโมสรฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นของไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ