โพสต์ 6 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 1,148 Views

ยาตีกัน

ยาตีกัน

คำว่า "ยาตีกัน" ที่เราเรียกกันนั้น เป็นปฏิกิริยาต่อกันของยาซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยได้รับยามากกว่าหนึ่งชนิดขึ้นไป ผลของปฏิกิริยาต่อกันของยาอาจจะไปเพิ่มหรือลดฤทธิ์ของยาอีกตั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ เช่น การใช้ยาประเภทซัลฟาร่วมกับยาไตรเมโธปริม(Trimethoprim) จะมีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อแบคทีเรียมากกว่าใช้ยาเพียงตัวเดียว แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี เช่น ในกรณีที่เป็นการเพิ่มฤทธิ์ก็อาจทำให้เกิดเป็นพิษมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตได้ หรือในกรณีที่เป็นการลดฤทธิ์ ก็ทำให้ยาไม่ได้ผลทางการรักษา
ปฏิกิริยาต่อกันของยาเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงอย่างยิ่ง เพราะผลอาจมีความรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้ เช่น กรณีที่ผู้ป่วยได้รับยานอนหลับ หรือยากล่อมประสาท และดื่มแอลกฮฮอล์ร่วมด้วย ยาและแอลกอฮอล์จะมีผลเสริมฤทธิ์กันในแง่ของการกดประสาท อาจทำให้ผู้ป่วยหยุดหายใจได้ เนื่องจากศูนย์ควบคุมการหายใจถูกกด
ปฏิกิริยาต่อกันของยาเกิดขึ้นได้ทุกระยะที่ยาเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระยะที่ยาดูดซึมในทางเดินอาหาร ระยะที่ยาออกฤทธิ์ ระยะที่ยาถูกทำบายที่ตับ จนถึงระยะที่ยาถูกขับถ่ายออกมา วิธีที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาต่อกันของยาก็คือ ใช้ยาน้อยชนิดที่สุดที่มีผลในการรักษา และควรใช้ยาเฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ที่สำคัญและที่เป็นปัญหาในชนบท คือการใช้ยาชุด ยาชุดนั้นจะมีตัวยาตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป บางชุดมีถึง 10 เม็ด โอกาสที่ยาจะตีกันนั้นมีได้มาก นับว่าอันตรายอย่างมาก ไม่ควรใช้อย่างยิ่ง การปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรในเรื่องการใช้ยาจะช่วยหลีกเลี่ยงจากอันตรายของยาตีกันได้

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

กระดูกสันหลังคด

27 สิงหาคม 2556 2.481

ความผิดปกติของโรคเกี่ยวกับกระดูกและข้อ ที่พบได้บ่อยในวัยรุ่น ได้แก่ กระดูกสันหลังคด พบได้ในวัยรุ่นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ส่วนใหญ่เป็นชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ และมักพบในครอบครัวที่มีญาติพี่น้องเคยมีกระดูกสันหลังคด

โรคลมชักโรแลนดิก

17 กุมภาพันธ์ 2557 2.935

โรคลมชักโรแลนดิก (benign rolandic epilepsy) หรือ benign childhood epilepsy with centrotemporal spikes พบในช่วงอายุ 3-13 ปี มักมีอาการชักตอนกลางคืนและคลื่นสมองมีลักษณะ high-amplitude midtemporal-central spikes และ sharp waves โดยเฉพาะเวลาหลับไม่ลึก

ปัจจัยความสำเร็จของฟุตซอลไทย ใน ฟุตซอลโลก 2012

18 กุมภาพันธ์ 2557 1.660

ผมขออนุญาตเขียนถึงฟุตซอลไทยอีกสัปดาห์หนึ่ง เพราะได้มีโอกาสเข้าไปเป็นแพทย์ประจำทีมฟุตซอล ทีมชาติไทย ที่ไปร่วมแข่งขันฟุตซอลโลกที่บราซิล (FIFA Futsal World Cup Brazil 2008) และมีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณอดิศักดิ์ เบญจศิริวรรณ ผู้จัดการทีม

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ