โพสต์ 1 ก.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 2,227 Views

มาตรฐานการบริการทางการแพทย์และการตรวจสารต้องห้ามในเอเชียนคัพ 2007 (Medical Services and Doping Control in AFC ASIAN CUP 2007)

มาตรฐานการบริการทางการแพทย์และการตรวจสารต้องห้ามในเอเชียนคัพ 2007 (Medical Services and Doping Control in AFC ASIAN CUP 2007)

AFC (ASIAN FOOTBALL CONFEDERATION) หรือสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเซียภายใต้การบริหารงานของประธาน เอ.เอฟ.ซี. คนใหม่ คือ มร.โมฮัมเม็ด บินฮัมมัม และเลขาธิการคนใหม่ คือ มร.พอล โมนี แซมมวล

ซึ่งไม่ใช่ มร.ปีเตอร์ วีราปัน คนเคิม ที่อยู่ในตำแหน่งนานกว่า 30 ปี ได้พยายามที่จะยกระดับการจัดการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยนคัพให้ขึ้นมาทัดเทียมการจัดในทวีปอื่น เช่น ยูโรคัพของยุโรป และพยายามที่จะให้ใกล้เคียงกับฟุตบอลโลก ดังนั้นจึงมีการลงทุนลงแรงอย่างมากมายทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามที่ใช้ในการจัดการแข่งขันต้องได้มาตรฐาน การจัดการที่เน้นความเป็นสากลมากขึ้น รวมทั้งการเน้นเรื่องความปลอดภัยในการจัดการแข่งขันค่อนข้างมากในครั้งนี้ ซึ่งผมคงจะไม่ขอกล่าวถึงในสัปดาห์นี้ แต่คงต้องฝากผู้รับผิดชอบทางฝ่ายไทย LOC (Local Organizing committee) ในส่วนต่างๆ ที่มีผู้รับผิดชอบอยู่ได้ช่วยกันสรุปงานหลังเสร็จสิ้นการจัดการแข่งขันในประเทศไทยแล้ว หรือที่เรียกกันว่า Debriefing ว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานครั้งนี้ อะไรที่เป็นส่วนดี อะไรที่เป็นส่วนไม่ดี ควรมีการจัดทำรายงานการประชุมให้เป็นเรื่องเป็นราวอย่างเป็นทางการ เพราะบุคคลที่ร่วมอยู่ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้หลายคนจะเป็นคีร์แมนสำคัญของการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกในเดือนสิงหาคมนี้ และกีฬาซีเกมส์ที่โคราชในปลายปีนี้

Medical Services and Doping Control

การแข่งขันครั้งนี้มีประธานฝ่ายที่ส่งมาจาก เอ.เอฟ.ซี คือ นพ.ยุน ยัง ซุล ชาวเกาหลีใต้ (AFC Medical Service and Doping Control Officer) และประธานฝ่ายของไทย นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์ (LOC Medical Service and Doping Control Officer) ร่วมกันบริหารจัดการตามกรอบที่ได้กำหนดไว้อย่างละเอียด ดังนี้

  1. การจัดบริการทางการแพทย์ แบ่งออกได้ดังนี้
    • โรงแรมที่พัก จัดเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ตลอดจนรถ
      แอมบูลานซ์ประจำตลอด 24 ชั่วโมง ก่อนการแข่งขันเริ่มต้น 4 วัน และหลังการแข่งขัน 1 วัน ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีการปรับเปลี่ยน โดยตกลงกับทาง เอ.เอฟ.ซี ว่าทุกทีมมีแพทย์ประจำทีมมาด้วย มี
      โรงพยาบาลที่จัดไว้ให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ได้ใช้บริการ คือ รพ.บี เอ็น เอช ถนนคอนแวนท์ อยู่ห่างจากโรงแรมรอยัล ออคิด เชราตัน หากรถไม่ติดใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 10 นาที ดังนั้นจึงไม่มีการจัดบริการทางการแพทย์นี้ตามที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการจัดบริการทางการแพทย์สำหรับเจ้าหน้าที่ เอ.เอฟ.ซี ซึ่งพักที่โรงแรมพลาซ่า เอธินี ซึ่งทางเราและเอ.เอฟ.ซี ก็ได้ตกลงกันว่าไม่จำเป็นต้องจัดเพราะโรงพยาบาลอยู่ใกล้และพร้อมให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในคร้งนี้ก็ได้มีบทพิสูจน์ให้เห็นเพราะรองประธาน เอ.เอฟ.ซี ชาวศรีลังกา ท้องเสียอย่างรุนแรง รถ Ambulance จาก รพ.บี เอ็น เอช สามารถที่จะไปถึงโรงแรมได้ไม่เกิน 10 นาที
    •  
    • สนามฝึกซ้อม ตามข้อกำหนดจะต้องจัด Ambulance Stand by ประจำสนาม มีแพทย์ พยาบาล พร้อมอุปกรณ์ครบถ้วน) ที่แต่ละทีมไปฝึกซ้อมซึ่งส่วนใหญ่จะซ้อมเช้าและเย็น ซึ่งหากเป็นวันที่ไม่มีการแข่งขันจะต้องจัดชุด Stand by 8 ชุด ต่อ 1 วัน ซึ่งในส่วนนี้ก็ได้มีการตกลงกันไว้แล้วว่า สนามฝึกซ้อมอยู่ในเขต กทม. ทั้งหมด และทุกทีมมีแพทย์มาด้วยอยู่แล้ว หากฉุกเฉินแพทย์ประจำทีมจะเป็นผู้ดูแลและประสานงานกับเลซองประจำทีม เรียกรถ Ambulance ให้มารับได้ตลอดอยู่แล้ว ซึ่งในครั้งนี้ก็ไม่พบว่าต้องเรียกรถพยาบาล แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความปลอดภัยสูงสุดก็ควรจัด แต่หากท่านลองคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดดู จะพบว่าสูงมากหากจัดตามที่กำหนดไว้
    •  
    • สนามแข่งขัน จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน
      •  
      • ทีมเปลข้างสนาม 2 ชุดๆ ละ 4 คน จะต้องเป็นผู้มีความรู้พื้นฐานในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
      •  
      • ทีมแพทย์และพยาบาล สำหรับการแข่งขัน จะมี 2 ชุดด้วยกัน คือ ชุดที่ดูแลนักกีฬา
        ขณะแข่งขัน และชุดที่อยู่ในห้องแพทย์ของสนามแข่งขัน (แพทย์ 2 คน พยาบาล 2 คน พลเปล 2 คน รถ Ambulance 2 คัน พร้อมคนขับ) ซึ่งการแข่งขันในระดับนานาชาติจะต้องมีรถพยาบาล 2 คันเสมอ เพราะในกรณีฉุกเฉินที่ต้องนำส่งโรงพยาบาล จะต้องมีรถพยาบาลอยู่ที่สนามอีก 1 คัน และในขณะเดียวกันโรงพยาบาลก็ต้องรีบส่งรถพยาบาลมาทดแทนทันที เพื่อให้มีพร้อมใช้ 2 คันอยู่เสมอ ซึ่งในครั้งนี้เราใช้รถพยาบาลของโรงพยาบาลกรุงเทพ สำหรับสนามราชมังคลากรีฑาสถาน และ รพ. บี เอ็น เอช สำหรับสนามศุภชลาศัย และไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงถึงขนาดต้องรีบส่ง รพ.ทันที
      •  
      • การบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ชมด้านนอกสนาม เราต้องจัดเต็นท์รักษาพยาบาลประจำอยู่ที่บริเวณด้านหน้าอินดอร์สเตเดียม และด้านหน้าของสนามศุภชลาศัย โดยมีพยาบาล 1 คน ,เจ้าหน้าที่เปล 1 คน, รถ Ambulance 1 คันพร้อมคนขับ และอุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐาน ซึ่งในครั้งนี้เราใช้ทีมของ รพ.กรุงเทพพระประแดง เข้ามาสนับสนุนสำหรับครั้งนี้ มีผู้ชมชาวออสเตรเลียสงสัยว่าหัวใจจะวาย ทีมแพทย์ไปดูพบว่าเป็นลมธรรมดา เพื่อนผู้สื่อข่าว ยู.เอ.อี หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง เป็น Hyperventilation Syndrome ซึ่งไม่มีอันตรายร้ายแรงใดๆ และมีเจ้าหน้าที่ดื่มเครื่องดื่มกระป๋องที่ตั้งทิ้งไว้และมีผึ้งตกลงไป พอดื่มเข้าปากจึงถูกผึ้งต่อยที่เพดานปาก มีเหล็กในฝังอยู่ต้องให้แพทย์ของเราเอาออก
    •  
    • สำหรับผู้ตัดสิน เราต้องจัดหมอนวดไว้ประจำสำหรับกลุ่มผู้ตัดสิน และทีมแพทย์ พยาบาล stand by ขณะผู้ตัดสินมีการฝึกซ้อม เพื่อให้มีความฟิตเนส เช่นเดียวกับผู้เล่นเหมือนกัน ร่างกายจึงต้องการฟื้นฟูโดยอาศัยการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทางเราไม่ได้จัดทีม stand by ให้เพราะสามารถเรียกรถ Ambulance ได้รวดเร็วอยู่แล้ว
  2.  
  3. การตรวจสารต้องห้าม (Doping Control)

    ผมได้กล่าวไว้ค่อนข้าละเอียดในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ขอเพิ่มข้อมูลว่าได้สุ่มตรวจนักกีฬาฟุตบอลไปทั้งสิ้น 24 คน (แมทช์ละ 4 คน รวม 6 แมทช์ ยกเว้นวันที่ 16 ก.ค. 50 อิรัคและโอมานไม่มีการตรวจโด๊ป เพราะ
    แข่งขันพร้อมกันกับสนามราชมังคลาฯ) โดยส่งไปตรวจห้องแล็ปที่ปีนัง มาเลเซีย และยังไม่พบว่ามีผลบวกรายงานกลับมา และเพื่อความเข้าใจของท่านผู้อ่าน การตรวจโด๊ปสามารถกระทำได้ในขณะที่ไม่ได้ทำการแข่งขันก็ได้ หรือที่เรียกว่า “Out of Competition Test” เช่นตัวอย่างในโดฮาเอเชี่ยนเกมส์ นักกีฬาไทย
    ถูกเรียกไปตรวจขณะที่กำลังอยู่ในห้องรับประทานอาหาร และมีการนำไปตรวจค้นในห้องพักนักกีฬา เพื่อ
    ดูว่ามีการนำสารต้องห้ามติดตัวมาด้วยหรือเปล่า เพราะหากพบอยู่ในกระเป๋าของนักกีฬาก็จะถือว่าเป็น
    ความตั้งใจที่จะใข้สารต้องห้าม ก็จะมีบทลงโทษต่อไปเช่นเดียวกัน สำหรับนักกีฬาบางประเภท เช่น กรีฑา ยกน้ำหนัก เขาอาจตรวจแน่ๆ สำหรับผู้ที่ได้รับเหรียญรางวัล เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และผู้ที่ได้เหรียญรางวัลจะเป็นผู้ที่ขาวสะอาดจริงๆ

สำหรับกีฬาฮิตมีรางวัลค่อนข้างมากที่สุดในโลก คือ กอล์ฟอาชีพก็เพิ่งจะมีการตื่นตัวที่จะมีการตรวจโด๊ป เช่นเดียวกันในปี 2008 สัปดาห์นี้ขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

52 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การป้องกันอาการปวดหูเมื่อโดยสารด้วยเครื่องบิน

10 สิงหาคม 2556 2.737

อาการปวดหูขณะเครื่องบินขึ้นหรือลง เป็นอาการที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ในคนที่มีอาการน้อยอาจมีแค่หูอื้อเล็กน้อยชั่วครู่ก็หายไป ในรายที่เป็นมากจะมีอาการปวดหู และหูอื้ออยู่นานทำให้ต้องมาพบแพทย์

สาเหตุของการนอนกรน

10 สิงหาคม 2556 2.517

การนอนกรน คือ การนอนหลับที่มีเสียงดังขณะหายใจเข้าหรือออก โดยที่เสียงนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการสั่นสะเทือน (Vibrate) ของอวัยวะส่วนต่างๆในช่องปากและลำคอซึ่งได้แก่ ลิ้นไก่ เพดานอ่อน โคนลิ้น ต่อมทอนซิล และ กล่องเสียง

โรคแพนิค

15 กุมภาพันธ์ 2557 2.356

โรคแพนิค เป็นโรคประสาทกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีอาการเด่นชัด คือ อาการหวาดกลัว วิตกกังวลอย่างสุดขีด เกิดขึ้นเป็นพักๆ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ