โพสต์ 27 ม.ค. 58 ปรับปรุง 14 ส.ค. 60 8,941 Views

มะเร็งในระบบสืบพันธุ์สตรี

เมื่อกล่าวถึงมะเร็ง คงเป็นสิ่งไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นกับตัวเรา ทุกๆท่านคงทราบดีแล้วว่า มะเร็งคือเนื่อเยื่อในร่างกายที่มีการกลายพันธุ์ มีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติไปจากเดิม ทำให้ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะที่มะเร็งนั้นได้เติบโตอยู่ หรือลุกลามไปยังอวัยวะต่างๆโดยตรง หรือกระจายผ่านทางระบบโลหิต หรือระบบน้ำเหลือง  ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ขอเสนอเรื่องมะเร็งในระบบสืบพันธุ์สตรี ซึ่งมีอยู่หลายส่วนดังนี้

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่ได้บ่อยเป็นอันดับสองของสตรี รองมาจากมะเร็งเต้านม จากสถิติในประเทศไทยที่เก็บข้อมูลโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ปี พศ. 2552 พบว่าคนไข้มะเร็งปากมดลูกรายใหม่ของประเทศไทย มีจำนวนถึง 298 ราย คิดเป็นร้อยละ 14.4 โดยช่วงอายุที่พบจะอยู่ที่ 35-65 ปี  ซึ่งสาเหตุสำคัญคือมีการติดเชื้อไวรัส เอชพีวี หรือ Human papilloma virus ซึ่งติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์  โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ 16 และ 18 อาการที่ตรวจพบได้แก่ การมีเลือดออกผิดปกติในช่วงวัยหมดระดู, เลือดออกทางช่องคลอดกระปริดกระปรอย,  เลือดออกทางช่องคลอดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ และการมีตกขาวผิดปกติเรื้อรัง สำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกนั้น ปัจจุบันเราสามารถตรวจได้หลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก3 ปี หรืออายุมากกว่า 21 ปีเป็นต้นไป วิธีการตรวจคือการป้ายบริเวณปากมดลูกด้วยไม้พาย หรือแปรง เพื่อเก็บเอาเซลล์บริเวณปากมดลูกมาตรวจวินิจฉัยโดยพยาธิแพทย์ ซึ่งปัจจุบันนี้การตรวจมีความไว และจำเพาะมากขึ้น ทำให้การวินิจฉัยแม่นยำและรักษาโรคได้รวดเร็ว การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค ซึ่งมีตั้งแต่ ตัดชิ้นเนื้อ, ตัดปากมดลูก,  ตัดมดลูก, ฉายแสง หรือการให้เคมีบำบัด

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในสตรีรองลงมาจาก มะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งปอด ตามลำดับ โดยมากแล้วจะพบในสตรีวัยหมดระดู อายุเฉลี่ยที่พบประมาณ 58 ปี  อย่างไรก็ตาม ประมาณ หนึ่งในสี่ของสตรีที่เป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก สามารถพบได้ในช่วงก่อนวัยหมดระดู ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนแบบเดี่ยว, มีภาวะอ้วน, เบาหวาน, รวมถึงสตรีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมและได้รับการรักษาด้วยการใช้ยากลุ่ม SERM (selective estrogen receptor modulators) ได้แก่ Tamoifen  ส่วนใหญ่มากว่าร้อยละ 90 ผู้ป่วยจะมีเลือดออกผิดปกติหลังวัยหมดระดู หรือมีตกขาวผิดปกติ ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อแนะนำที่ชัดเจนเรื่องการตรวจคัดกรอง แต่การตรวจโดยคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อวัดความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกในสตรีวัยหมดระดูแล้วอาจช่วยในการวินิจฉัยได้ สำหรับการวินิจฉัยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกที่เป็นวิธีมาตรฐานได้แก่ การขูดมดลูกแบบแยกส่วน (Fractional and curettage) คือการขูดเอาเนื้อเยื่อส่วนเยื่อบุปากมดลูกด้านใน และเยื่อบุโพรงมดลูก  ซึ่งจำเป็นจะต้องทำในห้องผ่าตัด หรือในปัจจุบันอาจทำได้ที่แผนกผู้ป่วยนอก โดยวิธีการดูดเอาเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาส่งตรวจ (endometrial aspiration) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องได้รับการดมยาสลบ สำหรับการกำหนดระยะของโรคจะทำโดยการผ่าตัด ซึ่งก็จะถือเป็นการรักษาไปด้วย และอาจทำร่วมกับการฉายแสงและ การให้เคมีบำบัด ตามระยะของโรค

 

มะเร็งรังไข่ พบได้ประมาณร้อยละ 3.7 ของมะเร็งที่พบทั้งหมดในสตรีไทย พบบ่อยในช่วงอายุ 54-64 ปี ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ มีประวัติมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านมในครอบครัว, ไม่เคยมีบุตรมาก่อน, มีภาวะอ้วน อาการผิดปกติที่ทำให้สงสัยว่าเป็นมะเร็งรังไข่ได้แก่ อืดแน่นท้อง, มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด, เบื่ออาหาร, น้ำหนักลด, คลื่นไส้อาเจียน, คลำพบก้อนในท้องน้อย เป็นที่น่าเสียดายว่ามะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มต้นมักจะไม่ค่อยมีอาการผิดปกติให้ทราบจนกระทั่งก้อนมะเร็งรังไข่มักโตได้ถึงขนาด 10-12 ซม. หรือโรคมักอยู่ในระยะลุกลามแล้ว  ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ แต่แนะนำให้ทำการตรวจภายในเป็นประจำทุกปี รวมถึงมาพบแพทย์ถ้ามีอาการผิดปกติดังกล่าว  การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือการเจาะตรวจระดับสารเคมีในเลือด อาจช่วยในการวินิจฉัยได้ สำหรับการประเมินระยะของโรคจำเป็นที่จะต้องผ่าตัด ซึ่งนอกจากจะประเมินระยะของโรคแล้ว ยังเป็นการรักษาโดยการผ่าตัดเอาเนื้อมะเร็งออกไปอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการรักษาโดยการให้เคมีบำบัดหรือร่วมกับการฉายแสง เพื่อยืดโอกาสการมีชีวิตรอดของผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ให้ยาวนานขึ้น

  

มะเร็งช่องคลอด พบได้น้อยมากเพียงแค่ร้อยละ 1-2 จากมะเร็งทั้งหมดในสตรีเท่านั้น  โดยมากแล้วมักเกิดจากการกระจายตัวของมะเร็งในอวัยวะอื่นเข้ามา ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งปากช่องคลอด, มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก อายุโดยเฉลี่ยมักพบที่ 60 ปี ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ การติดเชื้อเอชพีวี, ช่องคลอดมีการอักเสบเรื้อรัง, เป็นมะเร็งปากมดลูก  โดยร้อยละ50 ของคนไข้ที่เป็นมะเร็งช่องคลอดนั้นเคยได้รับการตัดมดลูกมาก่อนแล้ว อาการที่พบมักจะคล้ายกันกับมะเร็งปากมดลูกคือมีตกขาวผิดปกติ มีเลือดปน, บางรายอาจมีเลือดออกทางช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์, ในรายที่มีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย โรคมักอยู่ในระยะลุกลามแล้ว  การตรวจวินิจฉัยทำโดยการใช้เครื่องมือส่องตรวจในช่องคลอดร่วมกับการตรวจทางทวารหนัก  และตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจเพื่อยืนยันผล  การรักษาส่วนมากทำโดยการฉายแสง หรือร่วมกับเคมีบำบัด ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะของโรค

  

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยในระบบสืบพันธุ์สตรี  เมื่อท่านทราบแล้วก็อย่านิ่งนอนใจนะครับ  คุณผู้หญิงทั้งหลาย ปีนี้ท่านได้ตรวจภายในหรือยัง หรือถ้าท่านมีอาการผิดปกติเข้าข่ายสงสัยโรคมะเร็งต่างๆดังที่กล่าวมา  อย่านิ่งนอนใจนะครับ  โรคมะเร็งยิ่งเราตรวจพบได้เร็วเท่าใด โอกาสในการหายจากโรคก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น  อย่ามัวแต่อายเลยครับ  รีบปรึกษาสูตินรีแพทย์ประจำตัวของท่านเพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง สุขภาพที่ดีจะได้อยู่คู่กับชีวิตของไปตราบนานเท่านานครับ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Handbook of gynecologic oncology 2nd edition, RR Barakat, et. Al, Memorial Sloan-Kettering Cancer center, Martin Dunitz Ltd 2000, United kingdom
  2. Overview of gynecologic oncology, the blue book 11th edition, RK Reynolds, Department of Obstetrics and Gynecology, University of michigan, 2010
  3. Hospital base cancer registry 2009, National cancer institute : department of medical service : ministry of public health, Thailand, รำไทยเพรส 2010

ขอขอบคุณ

Author

พ.ต. นพ. จักรพันธ์ ศุภเดช

สูติศาสตร์-นรีเวชศาสตร์ (อนุสาขาเวชศาสตร์เจริญพันธ์)

6 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคหอบหืดและภูมิแพ้ช่วงฤดูหนาว

15 กุมภาพันธ์ 2557 663

นับเป็นข่าวโด่งดังในช่วงนี้สำหรับความโหดร้ายของโรคภูมิแพ้และหอบหืดที่เพียงย่างเข้าสู่ฤดูหนาวไม่กี่วันเท่านั้นก็คร่าชีวิตของผู้คนในสังคมไปแล้วหลายราย จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ได้นำสาระน่ารู้เกี่ยวกับโรคหอบหืดและภูมิแพ้

ถาม-ตอบ เราจะติดเอดส์ได้จากไหนบ้าง

8 สิงหาคม 2556 216.463

เอดส์ ไม่ได้ติดกันง่ายๆ อย่างที่เข้าใจกัน ขนาดไปยุ่งกับคนมีเชื้อเอดส์ก็ไม่ได้แปลว่า จะต้องติดเสมอไปมันมีปัจจัยมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ปริมาณไวรัส (Viral Load) ถ้าสิ่งสัมผัสนั้นมีปริมาณไวรัสมาก โอกาสติดเชื้อมาก ถ้ามีไวรัสน้อยโอกาสติดเชื้อน้อย

SARS [Severe Acute Respiratory Syndrome]

28 สิงหาคม 2556 2.427

1. โรคนี้คืออะไร? คำตอบ - เป็นโรคระบบทางเดินหายใจชนิดร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และพบว่ามีรายงานการเกิดโรคนี้ในทวีบเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ