โพสต์ 5 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 25 พ.ค. 57 3,202 Views

มะเร็งกล่องเสียง

มะเร็งกล่องเสียง

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงระยะสุดท้ายที่ โรคลุกลามมากจนไม่สามารถรักษาหรือควบคุมโรคได้ เช่น มะเร็งกระจายไปยังอวัยวะสำคัญ เช่น กระดูก ปอด สมอง เส้นเลือดใหญ่ เป็นต้น การรักษาพยาบาลก็ยังพอจะมีบทบาทอยู่บ้าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาแบบประคับประคองและรักษาตามอาการ ป้องกันและบรรเทาความทุกข์ทรมานต่างๆ รวมทั้งดูแลปัญหาอื่นๆ ให้ครบถ้วนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

 

อาการที่พบได้บ่อย คือ ความเจ็บปวด มีเสมหะ หายใจลำบาก เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปากแห้ง ท้องผูก วิตกกังวล นอนไม่หลับ น้ำหนักลด เป็นต้น

การรักษาทางด้านร่างกายนั้น ก็คือ ให้ยาแก้ปวด ยาคลายเครียด ให้อาหารและสารน้ำ เมื่อ ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เจาะคอ (Tracheostomy) เพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น และดูดเสมหะออกจากหลอดลมเมื่อมีปริมาณเสมหะมากหรือค่อนข้างเหนียว

การรักษาด้านจิตใจนั้นก็มีความสำคัญพอๆ กับการรักษาทางด้านร่างกาย ผู้ ป่วยระยะนี้มักต้องการการประคับประคองทางด้านจิตใจอย่างมาก กลัวถูกทอดทิ้ง รู้สึกโดดเดี่ยว ซึมเศร้า วิตกกังวล สับสน ดังนั้นบุคคลใกล้ชิดจึงควรพูดคุยและรับฟังผู้ป่วยด้วยความเข้าใจจริง รวมทั้งต้องมีจิตใจที่หนักแน่น มั่นคง มีสติ และเอาใจเขามาใส่ใจเรา การดูแล และใกล้ชิดต่อผู้ป่วยนั้นควรกระทำให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ บางครั้งอาจต้องพึ่งศาสนา และความเชื่อ โดยนำคำสอน และหลักธรรมทางศาสนา ความศรัทธา ขนบธรรมเนียมประเพณีหรือบุคคลที่ผู้ป่วยเคารพ (เช่น พระหรือผู้นำทางศาสนา) มาปลอบประโลมจิตใจผู้ป่วยเพื่อปลดเปลื้องความขัดแย้งในจิตใจ และทำให้จิตใจของผู้ป่วยสงบขึ้น นอกจากนั้น กลุ่มบุคคลอาสาสมัคร ก็สามารถเข้ามามีส่วนช่วยด้านความเข้าใจจิตใจและสังคมได้ เพื่อให้ผู้ป่วยค้นพบคุณค่าของตนเอง รวมทั้งเข้าใจชีวิตและเพื่อนมนุษย์มากขึ้น เช่นบุคคลที่เคยได้รับการรักษาโรคมะเร็งกล่องเสียงมาก่อน ก็สามารถนำประสบการณ์ตรงของตนเองมาอธิบาย บอกเล่าให้ผู้ป่วยฟังได้ ทำให้ผู้ป่วยได้มีกำลังใจและพบว่ายังมีอีกหลายๆ คนที่ป่วยเป็นโรคเดียวกับตนเอง

การรักษาเหล่า นี้ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคที่เป็น แต่ทำให้ผู้ป่วยไม่ทุกข์ทรมาน มีสติ มีความเข้าใจต่อตนเอง โรคและสังคม และในที่สุดเพื่อให้เขาได้จากไปด้วยจิตใจที่สงบ

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

174 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทารกในครรภ์ที่ไม่ค่อยดิ้น

17 กุมภาพันธ์ 2557 3.281

ทารกในครรภ์จะเริ่มมีพัฒนาการของระบบกล้ามเนื้อ เมื่อ 6 สัปดาห์ แขน ขา จะเริ่มเคลื่อนไหวได้ โดยสามารถพิสูจน์ได้จากการใช้เครื่องตรวจพิเศษ แต่จะไม่แรงพอที่จะทำให้ผู้เป็นมารดารู้สึกได้ จะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวก็เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สองตอนกลาง ๆ แต่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในคนที่เคยมีบุตรมาก่อน จะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวหรือเด็กดิ้นได้ เมื่อตั้งครรภ์ได้ 18 สัปดาห์ หรือ 4 เดือนครึ่ง ในสตรีที่ตั้งครรภ์แรก จะรับรู้ถึงการดิ้นของทารก เมื่อ 20 สัปดาห์ หรือ 5 เดือน การดิ้นหรือการเคลื่อนไหวเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อ

กระโดดเชือก

17 กุมภาพันธ์ 2557 3.141

การกระโดดเชือกสมัยท่านเป็นเด็ก ก็ถือเป็นการออกกำลังกายชนิดแอโรบิคที่ดีได้อย่างหนึ่ง โดยที่ท่านไม่ต้องเดินทางไปเต้นแอโรบิค หรือไปว่ายน้ำที่ศูนย์กีฬาต่างๆนอกบ้าน

การเต้นรำเพื่อสุขภาพ

17 กุมภาพันธ์ 2557 3.613

การเต้นรำถือเป็นกิจกรรมเพื่อสันทนาการอย่างหนึ่ง ซึ่งนอกจากให้ความสนุกสนานแล้วยังมีผลต่อสุขภาพร่างกายด้วย

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ