โพสต์ 8 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 10,537 Views

ภาวะเลือดกำเดาไหล (ตอนที่ 1)

ภาวะเลือดกำเดาไหล (ตอนที่ 1)

เลือดกำเดาไหลนั้นเป็นภาวะที่พบได้และเกิดขึ้นได้บ่อยในผู้ป่วยทุกเพศทุกวัยทั้งในเด็ก-วัยรุ่น-ผู้ใหญ่ และคนชราเลือดกำเดาไหลมักสร้างความตกใจวิตกกังวลให้ตัวผู้ป่วยเองและคนใกล้ชิดได้อย่างมาก

สาเหตุหลักๆ ของเลือดกำเดาไหลนั้นมีอยู่หลายประการด้วยกัน ดังต่อไปนี้

การกระทบกระเทือน อาทิเช่น การสั่งน้ำมูกแรงๆ การแกะจมูกซึ่งมักพบในเด็กอุบัติเหตุที่บริเวณศีรษะและใบหน้า การผ่าตัดบริเวณโพรงจมูกและไซนัสสิ่งเหล่านี้มีผลต่อเส้นเลือดโดยตรง ทำให้เส้นเลือดฉีกขาดได้อุบัติเหตุที่ศีรษะและใบหน้านั้น ผู้ป่วยอาจมีกระดูกแตกมีแผลฉีกขาดร่วมด้วย ส่วนถ้าฐานของกระโหลกศีรษะแตก อาจพบมีเลือดออกจากหูและกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นอัมพาตได้

·     โรคหวัดเรื้อรัง หรือโรคภูมิแพ้ทางจมูก ที่ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม

·     การอักเสบติดเชื้อ เช่นโพรงจมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบสำหรับไซนัสอักเสบนั้นผู้ป่วยอาจจะมีอาการคัดแน่นจมูก มีเสมหะไหลลงคออาจมีไข้ปวดศรีษะ และปวดบริเวณไซนัสที่อักเสบ เช่น บริเวณที่หน้าผากหรือโหนกแก้ม

·     เนื้องอกของโพรงจมูก ที่เรียกว่าริดสีดวงจมูก และเนื้องอกของตัวเส้นเลือดเอง

·     มะเร็งที่โพรงจมูก มะเร็งที่ไซนัส มะเร็งที่ฐานของกระโหลกศีรษะผู้ป่วยที่มีมะเร็งที่ด้านหลังของโพรงจมูก อาจมีอาการหูอื้อและต่อมน้ำเหลืองที่คอโตนำมาก่อนที่ผู้ป่วยจะมีเลือดกำเดาไหลก็ได้

·     ผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่นโรคเลือดไหลไม่หยุด (Hemophilia) อาจพบมีจ้ำฟกช้ำ ดำเขียวตามเเขนขาและลำตัว, โรคเบาหวาน ซึ่งจะพบมีน้ำตาลในเลือดสูงและโรคความดันโลหิตสูง จะมีผลทำให้เส้นเลือดเปราะและแตกง่าย, โรคตับและไตเช่นไตวายเรื้อรัง ก็จะทำให้เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติไป

·     ผู้ป่วยที่รับประทานยาบางประเภท ยาแก้ปวดบางชนิด ยาแอสไพริน ยาละลายลิ่มเลือด ยาเหล่านี้จะทำให้เลือดไหลง่ายกว่าปกติ

·     ภาวะการขาดสารอาหาร จำพวกวิตามิน เช่น วิตามินซี (C) วิตามินเค (K)

ขอขอบคุณ

Author
ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งตับ (liver cancer)

2 สิงหาคม 2556 11.308

มะเร็งตับ (liver cancer) เป็น มะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และอันดับ 2 ในเพศหญิง และเป็นมะเร็งที่มีการดำเนินโรคเร็วมาก มักจะเสียชีวิตใน 3 -6 เดือน

พัฒนาการการดื้อยาต้านไวรัสเอชไอวีในประเทศไทย

19 พฤศจิกายน 2556 4.242

โรคติดเชื้อเอชไอวีเป็นโรคเรื้อรังที่ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด ผู้ติดเชื้อต้องได้รับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอไปตลอดชีวิต เพื่อควบคุมระดับไวรัสในร่างกายให้อยู่ในระดับต่ำ

การติดตามการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์

6 มิถุนายน 2556 4.203

หลังจากที่แพทย์ให้การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ได้รับ การรักษา ด้วยการผ่าตัดอย่างเดียว หรือได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับการให้ไอโอดีนเคลือบสารรังสี สิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ก็คือการติดตามการรักษา

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ