โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 21 พ.ค. 57 7,347 Views

ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด

ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด

ภาวะตัวเหลือง (Jaundice) เกิดจากการที่ร่างกายมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า บิลิรูบิน (Bilirubin) ในกระแสเลือดมากกว่าปกติ

บิลิรูบิน เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง โดยมีตับเป็นอวัยวะสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงสารสีเหลืองนี้ เพื่อขับออกทางท่อน้ำดี โดยออกมากับอุจจาระ และขับออกมาทางปัสสาวะด้วย

สาเหตุ

ภาวะปกติที่ไม่ใช่โรค (physiological jaundice) พบเป็นส่วนใหญ่ในทารกหลังคลอด เนื่องจากขณะอยู่ในครรภ์มารดา ทารกมีจำนวนเม็ดเลือดแดงมากกว่าทารกหลังคลอด เม็ดเลือดแดงส่วนเกินนี้จะถูกทำลาย สารฮีมภายในถูกเปลี่ยนเป็นบิลิรูบิน แม้ทารกที่มีสุขภาพแข็งแรงดี ประมาณ 50-60% ก็อาจมีตัวเหลืองได้ตั้งแต่อายุ 2-3 วัน และมักจะหายเหลืองเมื่อมีอายุ 5-7 วัน

ภาวะตัวเหลืองที่เกิดจากการแตกทำลายของเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น เช่น
หมู่เลือดของมารดาและทารกไม่เข้ากัน มักพบในมารดาหมู่เลือดโอ และทารกหมู่เลือด เอ หรือ บี และอาจพบตัวเหลืองมากๆ ได้ ในมารดาที่มีหมู่เลือด Rh ลบ โดยที่ทารกมี Rh บวก ฯลฯ
ทารกที่มีความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง หรือขาดเอนไซม์บางอย่างในเม็ดเลือดแดง เช่น G 6 PDทำให้เม็ดเลือดแดงแตกทำลายง่าย

ทารกมีเม็ดเลือดแดงจำนวนมาก โดยเฉพาะทารกที่คลอดจากมารดาที่เป็นเบาหวาน

ทารกมีเลือดออกหรือเลือดคั่งเฉพาะส่วน เช่น บวมโนที่ศีรษะจากการคลอด ทารกหน้าคล้ำหลังคลอด เป็นต้น

การติดเชื้อในทารกแรกเกิด ซึ่งมักมีอาการซึม ไม่ดูดนม อาจท้องอืด อาเจียน มีไข้ หรือไม่มีก็ได้ ฯลฯ
 

สาเหตุอื่นๆ

นมแม่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่เด็กทารกที่ดูดนมแม่อาจพบมีภาวะตัวเหลืองในปลายอาทิตย์แรก และอาจเหลืองนานเกิน 7-10 วันได้

โรคบางอย่างทำให้ทารกมีภาวะตัวเหลืองนาน เช่น ภาวะพร่องฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ทารกที่มีการทำงานของตับไม่ดี เช่น ตับอักเสบ

โรคอื่นๆ ที่พบน้อยมาก เช่น มีการอุดตันในทางเดินอาหาร ในกระเพาะอาหาร ลำไส้ หรือท่อน้ำดี สารสีเหลืองจึงขับออกมาไม่ได้

ทารกคลอดก่อนกำหนด เนื่องจากตับทำงานได้ไม่ดีเท่าทารกที่คลอดครบกำหนด จึงอาจพบภาวะตัวเหลืองได้สูงกว่าปกติ

สารสีเหลืองนี้จะอยู่ในกระแสเลือด และไปจับตามเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย เช่น ที่ผิวหนังผิวทารกจึงเป็นสีเหลืองที่ตา จึงเห็นตาขาวเป็นสีเหลืองและที่อันตราย คือ บิลิรูบินที่สูงเกินสำหรับทารกนั้นไปจับกับเซลล์สมองอาจทำให้มีอาการผิดปกติ เช่น ซึมไม่ดูดนม ร้องเสียงแหลมชักเกร็ง หลังแอ่น ทารกมีปัญญาอ่อน พิการหูหนวกตามมาได้

การรักษา

การฉายแสง โดยใช้หลอดไฟพิเศษ ที่ให้แสงสีฟ้า ซึ่งสารสีเหลืองที่ผิวหนังจะจับไว้ได้ดี และถูกเปลี่ยนเป็นสารที่ขับออกได้ง่ายทางอุจจาระและปัสสาวะ ขณะฉายแสงจะถอดเสื้อผ้าทารก ปิดตา และแพทย์จะตรวจเลือดดูระดับสารสีเหลืองเป็นระยะๆ จนลดลงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย โดยปกติแล้ว ผลเสียของการส่องไฟ มีเพียงอาจทำให้ขาดน้ำ น้ำหนักลดบ้าง เนื่องจากร่างกายจะเสียน้ำเพิ่มขึ้นจากการส่องไฟเท่านั้น

การถ่ายเลือดหรือเปลี่ยนเลือด คือ การเอาเลือดเด็กทารกที่มีบิลิรูบินสูงออกจากตัวเด็ก และเติมเลือดอื่นเข้าไปแทน จะใช้วิธีนี้กรณีที่ทารกตัวเหลืองมากส่องไฟแล้วไม่ดีขึ้น จนเกรงว่าอาจเป็นอันตรายต่อสมองได้
 

วิธีสังเกตว่าลูกตัวเหลืองหรือไม่

ทารกบางคน เห็นได้ชัดเจนว่ามีตาและตัวเหลือง กรณีที่ไม่แน่ใจ ในห้องที่มีแสงสว่างพอให้ใช้นิ้วมือกดลงบนผิวหนังเด็ก เมื่อปล่อยมือควรจะเห็นสีขาวซีดกลับเห็นเป็นสีเหลือง ถ้าเห็นชัดเจนที่บริเวณใบหน้าลงมาจนถึงท้อง ควรพามาพบแพทย์ ความเชื่อเก่าๆ เกี่ยวกับตัวเหลืองที่ไม่ถูกต้อง เช่น ให้ทารกดื่มน้ำมากๆ มีผลเสียที่ทำให้ทารกดูดนมน้อยเพราะอิ่มน้ำ การนำทารกไปผึ่งแดด ปัจจุบันไม่แนะนำแล้ว

คลินิกกุมารเวช รพ.กรุงเทพ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสก่อโรคระบบทางเดินหายใจ

2 สิงหาคม 2556 4.179

ไวรัสเป็นจุลชีพชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถผ่านแผ่นกรองได้ง่ายดายกว่าแบคทีเรียซึ่งไม่สามารถผ่านได้ ปัจจุบันพบว่าไวรัสมีมากมายหลายร้อยชนิด ไวรัสที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่ ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในคน ไวรัสของสัตว์ ไวรัสของพืช ไวรัสของแบคทีเรีย

โรค/กลุ่มอาการครูซอง Crouzon syndrome

20 กุมภาพันธ์ 2557 2.926

(usually pronounced "krooz-on") เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า craniofacial dysostosis ภาษาไทยเรียกว่าโรคกะโหลกปิดก่อนเวลาอันควร เป็นโรคพันธุกรรมที่พบได้น้อยศัลยแพทย์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Dr. Crouzon ได้บันทึกไว้ในวารสารทางการแพทย์

หยุดหายใจ / หัวใจหยุดเต้นในขณะแข่งขันฟุตบอล

26 สิงหาคม 2556 5.260

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวฮือฮาไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ที่มีนักฟุตบอลอดีตทีมชาติอังกฤษตั้งแต่รุ่นเยาวชน ฟาบริซ มูอัมบ้า วัย 23 ปี กองกลางของทีมโบลตัน วันเดอเรอร์ส ทีมดังในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ฟุบหมดสติหยุดหายใจในนาทีที่ 41 ขณะแข่งขัน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ