โพสต์ 15 ก.พ. 57 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 1,811 Views

ฟ.ฟัน ทั้งชีวิต! Whole life under dental involvement

ฟ.ฟัน ทั้งชีวิต! Whole life under dental involvement

 

นั่งทบทวนอยู่นาน เรื่องฟันหรือเรื่องทันตกรรมมีหลายร้อยเรื่องมากที่สามารถหยิบยกเอามาแลกเปลี่ยนกับคุณผู้อ่านได้ ผมลองนึกถึงเรื่องต่างๆ จนสามารถนำมาขมวดเป็นตอนแรกได้ว่า จริงๆ แล้ว “ฟัน” เกี่ยวข้องกับเราตั้งแต่เกิดจนตาย   “ฟัน”มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่มีฟันอาจไม่ทำให้ถึงตาย แต่ถ้าไม่มีฟันจะทำให้ชีวิตคุณขาดชีวาไม่มีความสุขได้เลยละครับ มาเริ่มต้น ฟ.ฟัน ตอนแรกของเรากันเลยดีกว่า.... 

เมื่อพูดถึง “ฟัน” คนส่วนใหญ่จะเอาไปล้อว่าหมอฟันชอบฟัน เป็นต้น (ขอโทษนะครับถ้าไม่สุภาพ) แต่ส่วนลึกในจิตใจของคน ไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่อง ฟ.ฟัน และไม่ค่อยจะกล้ายิ้ม หรือกล้าพูดเรื่องการดูแลทำความสะอาดฟัน อาจจะเพราะอายที่จะพูด เป็นปมด้อยของใครบางคน หรืออาจเพราะกลัวหมอฟัน หรือกลัวเจ็บหรือกลัวถูกฟันเรื่องค่าใช้จ่าย แต่อย่ากระนั้นเลยเรามาเปิดอกคุยในเรื่องลับๆ ก็เรื่องฟันให้รู้ทะลุปรุโปร่งกันไปเลยว่ามันเป็นยังไง จะได้มั่นใจเวลาพูดถึงเรื่องฟัน รู้แบบถูกต้อง ไม่ใช่รู้ผิดหรือรู้แบบผิวๆ แล้วเอาไปเล่ากันต่อ และที่สำคัญ

คนไทยจะได้ฟันไม่ผุสักที คนไทยส่วนใหญ่เวลามีปัญหาเรื่องเหงือกหรือฟันจะไม่กล้ามาปรึกษากับทันตแพทย์โดยตรง เพราะกลัว ไม่อยากทำตอนนั้น ซ้ำร้ายถ้าคุณเจอหมอฟันที่ชอบฟัน เรื่องก็ยิ่งเลวร้ายเข้าไปใหญ่ (ผมไม่ได้ว่าหมอฟันจะชอบฟันทุกคนนะครับ แต่ในสังคมก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไปเท่านั้นเอง) อาจจะเป็นเพราะการทำฟันในอดีตจนถึงปัจจุบัน ราคายังสูงอยู่ อีกทั้งการรับรู้ของคนไทยส่วนใหญ่ยังคิดว่าทุกคนต้องฟันผุและต้องถอนฟัน ถ้าอายุมากเข้าก็ต้องใส่ฟันปลอมนั่นเอง หากแต่บทความนี้จะช่วยทำให้คุณเข้าใจเรื่องฟันมากขึ้น ปัญหาจะสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ มากกว่าที่จะกล้าๆกลัวๆไปหาคุณหมอ แต่อย่างไรก็ตามการไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจฟันก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งนะครับ

ผมเป็นทันตแพทย์คนหนึ่งที่เคยรับราชการ ดังนั้นคนที่มาใช้บริการทางทันตกรรมส่วนใหญ่จะได้รับข้อมูลเพียงว่า ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และใส่ฟันปลอม เท่านั้น แต่ไม่ค่อยเจอคนไข้ที่มาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟัน (Dental check up) เลย .. เอาละครับ ผมบ่นมาเยอะแล้ว เรามาทำความรู้จัก ฟ ฟัน กันดีกว่า ว่ามันคืออะไร แล้วทำไมมันปวดจัง ปวดสุดๆ เวลาฟันผุมากๆ จนอยากจะเอาฆ้อนใส่ปากทุบฟันให้แตกเป็นสองเสี่ยงไปเลย และฟันมีส่วนเกี่ยวข้องกับเราทั้งชีวิตอย่างไร
  

ฟ. ฟัน คืออะไร

ฟันของคนเรา มีหน้าที่หลักคือช่วยในเรื่องการเคี้ยวอาหาร โดยใช้ฟันหลังกัด และใช้ฟันหน้าในการกัดฉีกอาหารโดยฟันจะมีขึ้นมา 2 ชุด คือฟันน้ำนม และฟันแท้

ฟันน้ำนม จะมีขนาดเล็ก มีสีขาวมากกว่าฟันแท้ และมีทั้งหมด 20 ซี่ ในเด็กจะเริ่มมีฟันขึ้นตั้งแต่อายุ 6 เดือน และจะจำนวนซี่ฟันเพิ่มขึ้นตามอายุของเด็กจนครบ 20 ซี่ เมื่ออายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับฟันน้ำนม เพราะคิดว่าเดี๋ยวฟันแท้ก็ขึ้นมาแทนที่ แต่คุณกำลังเข้าใจผิดและมองข้ามสิ่งสำคัญไป เพราะฟันน้ำนมนอกจากจะมีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความฉลาดและการออกเสียงแล้ว ยังมีผลต่อฟันแท้ที่กำลังจะขึ้นมาแทนที่อีกด้วย หากฟันน้ำนมไม่ได้รับการดูแล หรือถูกถอนก่อนกำหนด จะทำให้ฟันแท้ที่ขึ้นมามีโอกาสซ้อนเกหรือขึ้นผิดตำแหน่งได้ พ่อแม่ส่วนใหญ่คิดว่าการเสียค่าอุดฟันหรือรักษารากฟันในฟันน้ำนมเป็นเรื่องสิ้นเปลือง เดี๋ยวฟันก็จะหลุดออกไปเมื่อเด็กโตขึ้น คิดแบบนี้ไม่ได้นะครับ เพราะผลเสียจะตามมามากมาย หากคุณรักลูกคุณจริงๆ ลองหันมาดูแลสุขภาพช่องปากของลูก แปรงฟันให้ลูกน้อย (เด็กไม่สามารถแปรงฟันได้สะอาด พ่อแม่ต้องช่วยแปรงซ้ำทุกครั้ง หรือหากเป็นไปได้ก็ต้องแปรงฟันให้เด็กด้วยตัวเองเลยนะครับ)

ถ้ามีเด็กไทย อายุ 3 ปี ซึ่งมีฟันน้ำนมขึ้นมาแล้ว อยู่ในช่องปากประมาณ 2 ปีครึ่ง มาอ้าปากให้เราดู 10 คน คุณคิดว่า จะมีเด็กที่ในปากไม่มีฟันผุเลยสักกี่คนครับ คำตอบคือ เด็ก 10 คน ฟันผุไปแล้ว 6 คน เกินครึ่งเลยทีเดียว

 

ฟันแท้ มีทั้งหมด 32 ซี่ ฟันแท้ซี่แรกที่ขึ้นคือฟันกรามซึ่งจะเริ่มขึ้นเมื่ออายุ 6 ขวบ โดยจะขึ้นถัดจากฟันน้ำนมซี่สุดท้าย จากนั้นฟันแท้ซี่อื่นๆ จะขึ้นตามมาเรื่อยๆ จนครบ 32 ซี่ ปัจจุบันพบว่าคนส่วนใหญ่มีฟันแท้ขึ้นเพียง 28 ซี่ อีก 4 ซี่ก็คือฟันกรามซี่สุดท้ายที่ขึ้นไม่ได้ หรือเรียกว่าฟันคุดนั่นเอง

เห็นไหมครับว่า ฟันเกี่ยวข้องกับเรา และมีความสำคัญ ตั้งแต่เกิดจนตาย หมอฟันจะพบกับกลุ่มคนไข้ทุกเพศทุกวัย และปัญหาที่ถูกถามบ่อยๆ มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง


 
ฟันแท้ มีทั้งหมด 32 ซี่ ฟันแท้ซี่แรกที่ขึ้นคือฟันกรามซึ่งจะเริ่มขึ้นเมื่ออายุ 6 ขวบ โดยจะขึ้นถัดจากฟันน้ำนมซี่สุดท้าย จากนั้นฟันแท้ซี่อื่นๆ จะขึ้นตามมาเรื่อยๆ จนครบ 32 ซี่ ปัจจุบันพบว่าคนส่วนใหญ่มีฟันแท้ขึ้นเพียง 28 ซี่ อีก 4 ซี่ก็คือฟันกรามซี่สุดท้ายที่ขึ้นไม่ได้ หรือเรียกว่าฟันคุดนั่นเอง

เห็นไหมครับว่า ฟันเกี่ยวข้องกับเรา และมีความสำคัญ ตั้งแต่เกิดจนตาย หมอฟันจะพบกับกลุ่มคนไข้ทุกเพศทุกวัย และปัญหาที่ถูกถามบ่อยๆ มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

วัยเด็ก

1. คำถาม ลูกควรทำฟันตั้งแต่อายุเท่าไหร่

คำตอบ ในช่วงแรกก่อนฟันขึ้นจนถึงอายุประมาณ 3 ปี ผู้ปกครองควรใส่ใจในการใช้ผ้าสะอาดเช็ดเหงือกและแปรงฟันให้ลูกทุกครั้งก่อนนอนและตอนเช้า โดยไม่ต้องใช้ยาสีฟันหรือถ้าใช้ให้บีบยาสีฟันเท่าเม็ดถั่วเขียวเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กกลืน และให้เลิกให้ขวดนมเด็กดูดเวลานอน และเมื่อเด็กอายุประมาณ 3 ปี ควรให้เด็กมาพบทันตแพทย์ เพื่อสร้างความคุ้นเคย

เคล็ดลับ  ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จะคิดว่าพาเด็กมาทำฟันก็ตอนเขาปวดเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่นะครับ พามาตอนเด็กสุขภาพจิตดี ทันตแพทย์จะเริ่มจากง่ายไปยาก เช่น  ขัดฟัน เคลือบฟลูออไรด์ อุดฟัน ไปจนถึงถอนฟัน ซึ่งจะทำให้เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อการทำฟันและกับหมอฟัน

2. คำถาม ฟันน้ำนมขึ้นซ้อนกับฟันแท้ ควรจะถอนก่อนไหม ?

คำตอบ ถ้าฟันน้ำนมไม่ยอมหลุดในเวลาที่เหมาะสม ก็ควรถอนออกออกเพื่อให้ฟันแท้ขึ้นมาได้

เคล็ดลับ พบเสมอว่าบางครั้งฟันแท้เพิ่งขึ้นมา แต่ผู้ปกครองอยากให้ถอนออก ซึ่งตามธรรมชาติฟันน้ำนมจะหลุดไปเอง

วัยรุ่น

1. คำถาม "หนูต้องจัดฟันไหมค่ะ"

คำตอบ พิจารณาจากฟันซ้อนเกไหม หรือฟันยื่น ฟันล่างคร่อมฟันบน เป็นต้น รวมถึงปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟันร่วมด้วยครับ ว่าจำเป็น หรือยากง่ายอย่างไร

เคล็ดลับ เหตุผลหลักของการจัดฟัน มี 2 กรณีคือ เพื่อความสวยงาม ให้ฟันเรียงสวย และ เพื่อแก้ไขความผิดปกติของการบดเคี้ยว

2. คำถาม "ผ่าฟัดคุด จำเป็นไหม?"

คำตอบ หากคนไข้มีอายุเกิน 21 ปี หมายถึง ฟันกรามซี่ในสุดจะไม่ขึ้นมาอีก แนะนำให้เอาออกครับ เพราะถ้าไม่เอาออก ฟันคุดอาจจะปวดได้ในอนาคต และเสี่ยงต่อการเป็นถุงน้ำ หรือถ้าฟันคุดขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้ว และมีเศษอาหารติดฟัน มีกลิ่นปาก และทำให้ฟันข้างเคียงผุได้

เคล็ดลับ การเอาฟันคุดออกตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้แผลหายเร็ว เพราะหากเอาออกตอนอายุมากอาจพบปัญหาตามมาได้

วัยทำงาน

1. คำถาม"ฟอกสีฟันจะทำให้เนื้อฟันบางลง ?"

คำตอบ การฟอกสีฟัน ไม่ทำให้เนื้อฟันบางลง แต่ทำให้มีอาการเสียวฟันหลังจากฟอกสีฟันไป สีฟันจะขาวขึ้นมากน้อยแล้วแต่ผิวฟันของแต่ละคน ความขาวเช่นกัน จะขาวนานหรือไม่ ก็แล้วแต่พฤติกรรมของแต่ละคน เช่น ชอบดื่มกาแฟเป็นประจำหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งปกติฟันจะขาวประมาณ 1-1.5 ปีครับ

เคล็ดลับ การฟอกสีฟันมี 2 แบบ คือ ฟอกที่คลินิก และฟอกที่บ้าน ให้ผลเหมือนกันครับ

2. คำถาม "เสียวฟันเวลาดื่มน้ำ เกิดจากอะไรได้บ้าง?"

คำตอบ อาการเสียวฟัน หมายถึง เนื้อฟันมีการเผยแผ่ต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดได้กรณี ฟันผุถึงเนื้อฟัน ฟันสึกที่เกิดจากการนอนกัดฟัน เหงือกร่นและการแปรงฟันแรงจนฟันสึก รวมไปถึงฟันกร่อนที่เกิดจากการทานของเปรี้ยวเป็นประจำหรือคนที่ชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ

เคล็ดลับ หากมีอาการเสียวฟัน ควรรีบมาตรวจฟัน เพื่อการรักษาทันที เพราะสัญญาณนี้หมายถึงเนื้อฟันกำลังถูกทำลาย หากปล่อยไว้อาจจะถึงโพรงประสาทฟันได้

3. คำถาม "อยากอุดฟัน ทำไมคุณหมอบอกอุดไม่ได้แล้ว?"

คำตอบ ที่บอกว่าอุดไม่ได้แล้ว ไม่ใช่คุณหมอเล่นตัวนะครับ จริงๆ แล้วคือฟันผุทะลุโพรงประสาทฟันแล้ว ถ้าอุดปิดทางระบายหรือจุดระบายหนองที่เชื่อมโยงระหว่างหนองในโพรงประสาทฟันกับสิ่งแวดล้อมภายนอกจะทำให้หลังจากอุดฟันไป จะปวดมาก หรือปวดฟันสุดๆ นั่นเอง

เคล็ดลับ ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว ควรรักษารากฟันหรือถอนออกเท่านั้นครับ มีให้เลือกเพียงสองทาง

วัยสูงอายุ

1. คำถาม "ฟันปลอมแบบไหนดีที่สุด?"

คำตอบ แท้จริงแล้ว การใส่ฟันปลอมไม่ว่าจะแพงแค่ไหน วัสดุดีเลิศขนาดไหน ก็สู้การที่เรารักษาฟันของเราไว้ให้นานที่สุดไม่ได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ฟันปลอมซึ่งมีหลายแบบ ทั้งแบบติดแน่นและแบบถอดได้ รวมไปถึงรากเทียม ซึ่งความเหมาะสมแล้วแต่ชนิดของช่องว่างที่จะต้องใส่ครับ ปรึกษาทันตแพทย์ก่อน อย่าเพิ่งคิดไปเอง

เคล็ดลับ ราคาของฟันปลอม แต่ละชนิดก็แตกต่างกัน แล้วแต่ว่ากำลังทรัพย์ของเรามากน้อยขนาดไหน ทางที่ดีเก็บฟันแท้ของเราไว้ใช้นานๆ นะครับ

2. คำถาม "พอแก่ตัว ฟันก็จะโยก และต้องถูกถอน เป็นเรื่องปกติ"

คำตอบ เป็นความเชื่อที่ผิดครับ การเกิดฟันโยกไม่ใช่ธรรมชาติของความชราภาพ แต่เกิดจากโรครำมะนาด หรือปริทันต์อักเสบ นั่นเอง ซึ่งสามารถรักษาได้

เคล็ดลับ ปริทันต์อักเสบหรือรำมะนาด เป็นโรคเรื้อรัง กว่าผู้ป่วยจะทราบว่าาเป็นโรคนี้ก็แทบจะต้องสูญเสียฟันไปแล้ว เพราะจะมีหนองที่เหงือก ฟันจะโยกมาก ดังนั้นจึงควรมาตรวจฟันและเหงือกอย่างสม่ำเสมอนะครับ

 เมื่อเสียชีวิต

1. คำถาม "จะทราบได้อย่างไร ว่าผู้เสียชีวิตคือใคร?"

คำตอบ ทราบได้โดยการตรวจพิสูจน์ฟันของผู้เสียชีวิตเปรียบเทียบกับประวัติการทำฟันจากคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ผู้เสียชีวิตเคยไปรักษา หรือนำดีเอ็นเอที่ได้จากโพรงประสาทฟันไปตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรมต่อว่าเป็นใคร

เคล็ดลับ ผมเคยได้มีโอกาสไปตรวจฟันของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ที่จังหวัดพังงา วัดย่านยาว  เมื่อในปี พ.ศ. 2547 พบว่าการใช้ประวัติการทำฟันร่วมกับการตรวจลักษณะฟันของผู้เสียชีวิต ทำให้สามารถระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ญาติได้พบผู้เสียชีวิตอันเป็นที่รักอีกครั้งโดยไม่มีคำถามค้างคาใจ

คงไขข้อข้องใจของทุกท่านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ .. เรื่อง “ฟ. ฟัน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคุณอีกต่อไป

ที่มา  ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ  เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ
ขอขอบคุณ    ผู้เรียบเรียงบทความ ทพ.กฤษณะ พลอยบุษย์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

คอนแทคเลนส์

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.730

เลนส์สัมผัส หรือที่เราเรียกกันทับศัพท์ง่ายๆ ว่า คอนแทคเลนส์นั้น เป็นวิวัฒนาการทางจักษุวิทยาที่นำมาใช้แทนแว่นตา ช่วยแก้ปัญหา และขจัดความรำคาญของการใช้แว่นตา

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ด้วยการใช้ภาพเสมือน (Virtual Colonoscopy)

2 สิงหาคม 2556 3.150

จาก ข่าวการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ของ ฯพณฯท่านนายกรัฐมนตรี หลายท่านคงสงสัยว่า เราใช้เทคโนโลยีใดในการตรวจ มาลองทำความเข้าใจกันดูนะครับ

โรคภูมิแพ้ที่ผิวหนัง (skin allergy)

16 กุมภาพันธ์ 2557 5.625

เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้กลไกต่างๆ กัน ที่พบได้บ่อยมี 3 โรค ได้แก่ ลมพิษ ผื่นผิวหนังอักเสบชนิด สัมผัส และผื่นผิวหนังอักเสบอะโทปิก ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ที่ผิวหนังจะมีอาการคันมาก เนื่องจากอาการ คันเป็นผลจากสารฮิสตามีนที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาการแพ้ การค้นหาสาเหตุที่แพ้บางครั้งอาจทำได้ ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เป็นชนิดเรื้อรัง ถ้าตรวจพบสาเหตุ ผล

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ