โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 2,770 Views

ปัญหาเรื่องปวดเข่าของเด็กหนุ่มวัย 17 ปี

ปัญหาเรื่องปวดเข่าของเด็กหนุ่มวัย 17 ปี

   ผมได้รับอีเมล์จากแฟนๆ เดลินิวส์ที่ติดตามคอลัมน์นี้อยู่เรื่อยๆ ส่วนมากส่งมาปรึกษาเกี่ยวกับการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา บางรายปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั่วๆ ไป รวมทั้งเรื่องยา และอาหารเสริม ผมต้องขอขอบคุณที่ส่งคำถามมาให้ผมตอบ และผมต้องขอโทศด้วยสำหรับบางท่านที่ผมไม่มีเวลาตอบกลับไปให้ด้วยตนเอง

คำถามจากผู้อ่านวันนี้ ผมขอนำจดหมายที่ส่งมาทางอีเมล์ จากเด็กหนุ่มวัย 17 ปี นักเรียน รร.กีฬาแห่งหนึ่งที่ให้ประวัติว่า “หัวเข่าข้างขวาของผม บิดมาประมาณ 9 รอบ คุณหมอมีเวลาไหมครับ ซึ่งมันทรมานมากครับ แต่ตอนนี้ผมก็ยังปวดอยู่ตลอดหลายครั้ง และครั้งล่าสุดที่เจ็บ คือ วันที่ 7 เมษายน 2553 ตอนที่เข่าผมบิดครั้งแรก ประมาณเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และผมก็เจ็บมาเกือบทุกเดือน รวมกันเป็น 9 ครั้ง และทุกครั้งที่ผมเจ็บ ผมก็ไปหาหมอทุกครั้ง และหมอก็บอกว่า หมอนรองกระดูกเข่าขวาฉีก หรือ เอ็นหัวเข่าขวาอักเสบ และฉีกขาด และหมอให้ยามาทานเป็นตัวยา 4 ชนิด คือ 1. ยาบำรุงไขข้อ 2. ยาแก้อักเสบ 3. ยาคลายกล้ามเนื้อ 4. ยาบำรุงแก้เหน็บชา และหมอก็บอกให้พักประมาณ 2-3 อาทิตย์ และมันไม่ปวดแล้ว ผมก็เลยไปเล่นบอลต่อ และก็เจ็บกลับมาอีก มันทรมานมากเลยครับและจะทำตัวอย่างไร”

วิเคราะห์ประวัติการเจ็บป่วย

บาดเจ็บจากการเล่นฟุตบอลครั้งแรก เดือนกรกฎาคม 2552 เข้าใจว่าไปพบแพทย์ แพทย์ให้ยามาทาน และให้พัก 2-3 อาทิตย์ แล้วกลับไปเล่นใหม่
หลังกลับไปเล่น ก็มีการบาดเจ็บอีก บอกว่ามีการเจ็บทุกเดือน และมีการเข่าบิดมา 9 รอบ (คงหมายถึง 9 ครั้ง) ทุกครั้งที่บาดเจ็บก็ไปพบแพทย์ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นแพทย์สาขาใด แพทย์บอกว่า หมอนรองกระดูกเข่าขวาฉีก และเอ็นหัวเข่าขวาฉีกขาด และมีการอักเสบ แพทย์ให้การรักษาด้วยยา 4 ชนิด และให้พักก่อนที่จะลงไปเล่นอีก

จากประวัติข้างต้น ทางการแพทย์อาจกล่าวได้ว่า “มีความผิดปกติเกิดขึ้นภายในข้อเข่าอย่างชัดเจน เพราะเมื่อกลับไปเล่นครั้งใด ก็มีอาการบาดเจ็บทุกครั้ง “ซึ่งแสดงว่าภายในข้อเข่าข้างนั้นน่าที่จะสูญเสียความแข็งแรงจากการฉีกขาดของเอ็นยึดข้อเข่า ซึ่งน่าจะเป็นเอ็นไขว้ หรือที่เรียกว่า ครูซิเอท ลิกกาเมนท์ (Cruciate Ligament) โดยปกติข้อเข่าของคนเราจะมีเอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament) และเอ็นไขว้หลัง (Posterior Cruciate Ligament) การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาส่วนใหญ่จะเกิดการฉีกขาดของเอ็นไขว้หน้า

นอกจากนี้ในข้อเข่ายังมีหมอนรองกระดูกที่เรียกว่า Meniscus เพื่อเสริมความเคลื่อนไหวของข้อเข่า ไม่ให้ผิวข้อของกระดูกที่มาประกอบเป็นข้อต่อ ต้องเสียดสีหรือชนกันโดยตรง หมอนรองกระดูกนี้จะมี 2 ชิ้น อยู่ด้านในเรียก Medial Meniscus และอยู่ด้านนอกเรียก Lateral Meniscus ซึ่งในการบาดเจ็บทางการกีฬา ส่วนใหญ่จะเกิดร่วมกันกับเอ็นไขว้ที่ฉีกขาดไปพร้อมๆ กัน แต่ก็มีบางรายที่ฉีกขาดอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น


ประเด็นสำคัญในการตรวจและวินิจฉัย

แพทย์ที่ให้การรักษาได้ให้การวิเคราะห์โรคว่า หมอนรองกระดูก (Meniscus) และเอ็นหัวเข่าฉีกขาด (น่าจะ Cruciate Ligament) โดยการตรวจร่างกายซึ่งผู้ถามมาไม่ได้บอกว่า มีการส่งตรวจทางเอ็กซเรย์หรือไม่ ซึ่คาดเดาว่าคงไม่มีการส่งตรวจทางเอ็กซเรย์ จึงไม่ได้ระบุมาในจดหมาย

เพื่อให้ผู้อ่านเดลินิวส์ได้เข้าใจเรื่องการตรวจวินิจฉัยให้ได้ผลค่อนข้างจะ 100% สำหรับเอ็นไขว้และหมอนรองกระดูกฉีกขาด แพทย์จะต้องส่งไปตรวจเอ็กซเรย์ชนิดพิเศษที่เรียกว่า เอ็มอาร์ไอ MRI (Magnetic Resonance Imaging) จึงจะเห็นการฉีกขาดของเนื้อเยื่อและเอ็นภายในและรอบๆ ข้อเข่าได้ การส่งเอ็กซเรย์ธรรมดา (Plains X-Ray) จะเห็นตัวกระดูกได้ชัดเจน ส่วนเนื้อเยื่อและเอ็นตลอดจนหมอนรองกระดูก จะไม่สามารถเห็นได้

ดังนั้นในกรณีที่สงสัยเอ็นไขว้ฉีกขาด และหรือหมอนรองกระดูกฉีกขาด และต้องการพิสูจน์ทราบให้ชัดเจน แพทย์จะพิจารณาส่งต่อผู้ป่วยไปตรวจข้อเข่าด้วยวิธีการเอ็มอาร์ไอ การที่แพทย์ไม่ส่งผู้ป่วยไปทำเอ็มอาร์ไอข้อเข่าทุกๆ รายเพราะแพทย์พิจารณาแล้วว่าไม่มีความจำเป็นหรืออาจต้องคำนึงถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำเอ็มอาร์ไอ ซึ่งยังค่อนข้างสูงอยู่ (ประมาณ 5,000 – 6,000 บาทขึ้นไป)

สำหรับกรณีที่ถามมานี้ ผมคงให้ความเห็นว่า น่าจะต้องไปพบแพทย์ด้านออร์โธปิดิกส์ (กระดูกและข้อ) เพื่อทำการตรวจและพิจารณาส่งไปทำเอ็มอาร์ไอของข้อเข่า เพื่อพิสูจน์ว่ามีส่วนใดภายในข้อเข่าฉีกขาดไปบ้าง โดยนำมาพิจารณาร่วมกับการที่แพทย์ตรวจข้อเข่าไว้ก่อนแล้ว


ประเด็นสำคัญในการรักษา

เมื่อได้ข้อมูลการบาดเจ็บ การฉีกขาดของเนื้อเยื่อ เอ็นไขว้ หรือหมอนรองกระดูกแล้วว่ามีมากเพียงใด แพทย์ก็จะสรุปผลทั้งหมดให้ผู้ป่วยได้เข้าใจไปพร้อมกัน ในรายของผู้ถามมีอายุ 17-18 ปี อาจต้องมีพ่อแม่หรือผู้ปกครองหรือครูหรือโค้ช/ผู้ฝึกสอน เข้ามาร่วมฟังด้วย เพราะในบางครั้ง อาจต้องมีการตัดสินใจที่จะเลือกวิธีการรักษาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การรักษาด้วยการเข้าเฝือก รับประทานยา หรือการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งในปัจจุบัน แพทย์ออร์โธปิดิกส์ เลือกที่จะทำผ่าตัดผ่านกล้อง ที่เรียกว่า Arthroscopic Surgery ซึ่งในขณะนี้แพทย์ออร์โธปิดิกส์ ที่สามารถทำผ่าตัดผ่านกล้องนี้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

หากเป็นการฉีกขาดของเอ็นไขว้หรือหมอนรองกระดูกฉีกขาด ผมมีความเห็นว่า ในรายของผู้ถามที่อยู่ในวัย 17 ปี และต้องการที่จะมีความแข็งแรงของข้อเข่ากลับคืนมา แพทย์ออร์โธปิดิกส์คงจะเสนอแนะให้ทำการผ่าตัดผ่านกล้อง โดยจะเอาเอ็นส่วนอื่นภายในบริเวณใกล้ๆ ข้อเข่ามาเสริมหรือทดแทน เอ็นไขว้ที่ฉีกขาด (ในกรณีของผู้ถาม ฉีกขาดมานานแล้ว) เพื่อให้ได้ความแข็งแรงกลับคืนมา ส่วนกรณีหมอนรองกระดูกฉีกขาด แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษา เมื่อเห็นว่ามีการฉีกขาดแบบใด อาจเป็นการเย็บซ่อมหรือเย็บเล็มให้เรียบ กรณีฉีกขาดมากๆ มาเป็นเวลานานๆ อาจพิจารณาเอาออก

สุดท้ายที่สำคัญมากไม่แพ้กัน คือ ผู้ถามจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่จะต้องตั้งใจปฏิบัติตามขั้นตอนก่อน และหลังการผ่าตัด ในด้านการฝึกการสร้างกล้ามเนื้อรอบๆ เข่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อต้นขา ผมเดาเอาว่าขณะนี้กล้ามเนื้อต้นขาของผู้ถามคงลีบเล็กลงจากการที่ใช้งานน้อยลง ดังนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ถามที่จะต้องรู้จักการสร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น โดยปฏิบัติตามแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และนักกายภาพบำบัดที่จะสอนวิธีการให้ ท่านจะต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่มีเครื่องมือหรือวิธีการใดๆ ที่จะทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น และแข็งแรงขึ้น โดยตัวท่านไม่ได้ออกแรงบริหารเอง ซึ่งคงต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่จะได้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงกลับคืนมา สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

187 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ออกกำลังกายอย่างไร เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทอง

17 กุมภาพันธ์ 2557 2.531

วัยทอง ถือเป็นช่วงวัยแห่งความสำเร็จของชีวิต เป็นช่วงที่สตรีมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง มีฐานะมั่นคง มีครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่วัยทอง ก็เป็นช่วงวัยแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเช่นกัน เนื่องจากการลดระดับของฮอร์โมนในร่างกายสตรี

การฝึกอบรม “แพทย์ประจำทีม” ในประเทศไทย

18 กุมภาพันธ์ 2557 3.201

หลายๆ ท่านอาจมีความสับสนกับชื่อ “แพทย์สนาม” และ “แพทย์ประจำทีม” ไม่มากก็น้อย ผู้เขียนเองบางครั้งก็ไปทำหน้าที่ในฐานะ “แพทย์สนาม” บางครั้งก็ไปทำหน้าที่ “แพทย์ประจำทีม” และเคยได้ยินคำถามบ่อยๆ จากคนรู้จักกันเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

เล่นฟุตบอลเพื่อสุขภาพ Football for Health

18 กุมภาพันธ์ 2557 823

หลายท่านคงจะเคยชินกับการแนะนำเรื่อง การออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 20-60 นาทีไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การเดินเร็ว การว่ายน้ำ การขี่จักรยานอยู่กับที่ หรือการปั่นจักรยานมือ ล้วนแล้วแต่จะทำให้บุคคลผู้นั้นมีสุขภาพดีขึ้น

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ