โพสต์ 4 ก.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 5,837 Views

ปัญหาของนักกีฬาที่ต้องไปแข่งขัน ณ ที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ

ปัญหาของนักกีฬาที่ต้องไปแข่งขัน ณ ที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ

        เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักฟุตบอลทีมชาติไทยต้องไปแข่งขันรอบคัดเลือก เพื่อมีสิทธิ์ในการเข้ารอบ เพื่อหาทีมเป็นตัวแทนของทวีปเอเซีย ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2010 โดยต้องพบกับทีมเยเมน มีทีมชาติไทยเป็นทีมเยือนก่อน จากข่าวที่ทราบ สนามแข่งขันอยู่ในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลค่อนข้างมาก ผู้จัดการทีม (คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง) ผู้ช่วยผู้จัดการทีม (คุณเศรษฐา ทวีสิน) และโค้ช (คุณชาญวิทย์ ผลชีวิน) ได้ปรึกษาหารือกันกับแพทย์ประจำทีม (นายแพทย์พิชญา นาควัชระ) และตัดสิตใจเดินทางล่วงหน้าก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น 4-5 วัน ซึ่งตามปกติประเทศ เจ้าภาพจะอนุญาตให้ทีมเยือนเดินทางมาล่วงหน้าก่อนการแข่งขันประมาณ 2 วัน ดังนั้นทีมไทยที่เดินทางไปก่อนกำหนด 2-3 วันนั้น เราจะต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจำนวนอีกหลายแสนบาท เพื่อให้นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยได้มีโอกาสปรับร่างกายเมื่อไปถึงสถานที่ที่เป็นสนามแข่งขันก่อนประมาณ 2-3 วัน นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม สมควรได้รับการปรบมือให้จากการตัดสินใจครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

การแข่งขันในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ

จากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับโค้ช(คุณชาญวิทย์ ผลชีวิน) ทราบว่านักกีฬาส่วนใหญ่จะมีอาการเหนื่อยง่าย เหนื่อยเร็วกว่าปกติ ปากแห้ง คอแห้ง บางท่านมีอาการรับประทานอาหารไม่ค่อยได้เหมือนปกติ ซึ่งหากเป็นในรายที่ขึ้นไปที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ กว่าเยเมน จะทำให้เกิดกลุ่มอาการที่เรียกว่า High Altitude Illness (อาการเจ็บป่วยจากการไปอยู่ในที่สูงมากๆ) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการที่ในบรรยากาศที่นั้นๆ มีความหนาแน่นของ O2 (ออกซิเจน) น้อยลงกว่าปกติ ทำให้บุคคลที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศลักษณะนี้ เช่น ผู้ที่เพิ่งมาถึงพื้นที่นั้นใหม่ๆ เกิดมีอาการที่มีผลต่อสมอง และระบบทางเดินหายใจ (ปอด) และระบบทางเดินอาหาร จึงทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ หายใจไม่ค่อยสะดวก อาการทางระบบทางเดินอาหารได้แก่ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน มีปัญหาเรื่องการนอน มึนศีรษะ อ่อนเพลีย อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้แก่ผู้มาถึงพื้นที่นั้นๆ ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายใน 6-12 ชั่วโมงหลังจากมาถึง อาการจะรุนแรงมากที่สุดในช่วง 2-3 วัน และค่อยๆ หายไปได้เองประมาณวันที่ 5 แต่สำหรับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง อาจไม่ค่อยเกิดอาการเหล่านี้ เพราะร่างกายมีความฟิต มีอาการปรับตัวได้ดีกว่าประชาชนทั่วไป แต่เมื่อใกล้ช่วงมีการแข่งขัน ต้องออกแรงมากขึ้นมากกว่าปกติ ร่างกายอาจปรับตัวไม่ทันในช่วงนี้ก็ได้

สำหรับการวิเคราะห์โรคเรื่องนี้ ทางการแพทย์ยังไม่มีข้อชี้บ่งที่ชัดเจน ซึ่งนอกเหนือจากอาการดังกล่าวข้างต้นแล้ว หากรุนแรงก็จะทำให้เกิดอาการทางสมอง โดยเป็นผลจากการบวมของเนื้อสมอง มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า High Altitude Cerebral Edema (HACE) หรือบางรายเกิดขึ้นกับตัวปอด High Altitude Pulmonary edema (HAPE)

การป้องกัน

ดังที่กล่าวไว้บ้างแล้ว คือการที่ต้องให้เวลาในการปรับตัวแก่ร่างกายประมาณ 4-5 วัน และยังมีข้อแนะนำให้ค่อยๆ เปลี่ยนสภาพที่นอนให้ค่อยๆ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลทีละน้อยในแต่ละวัน มีคนแนะนำว่าให้ปรับทุกๆ วันละประมาณ 600 เมตร นอกจากนั้นยังมีคนแนะนำว่า การรับประทานยาสมุนไพร ประเภทโสมเกาหลีก็มีส่วนช่วยได้ โดยมีข้อสมมุติฐานว่า ยาสมุนไพรชนิดนี้ก่อให้เกิดสาร Antioxidants มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดภูมิต้านทานมากขึ้นภายในร่างกายของเรา

การรักษา

เป็นการรักษาตามอาการ ไม่มียาเฉพาะโรคชัดเจน เริ่มต้นตั้งแต่การนอนพัก และพยายามให้อยู่ในระดับความสูงนั้นๆ ไปก่อนอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ร่างกายเกิดความคุ้นเคย หากต้องฝึกซ้อมก็อนุญาติให้ได้แบบเบาๆ ไปก่อน แต่มีคนเชื่อกันว่า การออกกำลังในช่วงนี้มีส่วนช่วยในการเพิ่มออกซิเจนในกระแสเลือดไปในตัว ซึ่งก็คงต้องแล้วแต่ความเชื่อของแต่ละท่านนะครับ

สรุป

ผมหวังว่าท่านผู้อ่านและผู้เป็นแฟนๆ นักฟุตบอลทีมชาติไทยทั้งหลาย คงเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีขึ้นนะครับ เพราะมีการพูดไว้ในรายการวิทยุ โทรทัศน์ และในหน้าหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ ความรู้ในเรื่องนี้ ท่านสามารถเอาไปปรับใช้กับตัวท่านเอง หากจะต้องเดินทางไปในสถานที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ เพราะหากไม่เตรียมตัวก็อาจมีอาการรุนแรงได้ การไปล่วงหน้าจึงมีความจำเป็นเพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว และอีกประการที่สำคัญคือ การรับประทานน้ำให้เพียงพอแก่ร่างกาย โดยให้สังเกตดูว่าปัสสาวะของเรามีสีชาอ่อนๆ หรือสีค่อนข้างใสๆ คล้ายน้ำ แสดงว่าร่างกายของเรามีน้ำเพียงพอในร่างกายแล้ว สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

52 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

รู้ทัน ตับอักเสบ A

17 กรกฎาคม 2558 6.278

โรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่าย จากการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป

การใส่สายยาง (สำหรับให้อาหาร) เข้าทางรูจมูก

5 มิถุนายน 2556 1.777

ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารได้เองตามปกติ เช่น เจ็บคอมากเวลากลืนอาหาร คออักเสบรุนแรง มีแผลร้อนในหลายๆ แผล เจ็บจนรับประทานอาหารไม่ได้

โรคไข้เหลือง (yellow fever)

1 สิงหาคม 2556 10.645

โรคไข้เหลือง (yellow fever) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเฉียบพลัน พบการระบาดในทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ โรคนี้เป้นโรคเก่าแก่ที่รู้จักกันมานานกว่า 400 ปีแล้ว การติดเชื้อไวรัสก่อให้เกิดโรคที่มีความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกัน ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ