โพสต์ 6 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 2,017 Views

ปวดคอ

ปวดคอ

คนทั่ว ๆ ไปที่ไม่เคยมีอาการปวดคอ มักจะไม่ให้ความสำคัญแก่ส่วนคอมากนัก ทั้ง ๆ ที่ คอเป็นอวัยวะสำคัญที่มีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองไขสันหลัง เส้นประสาทต่าง ๆ ที่ออกจากสมอง หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง รวมทั้งทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักของกะโหลก และมันสมอง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่หนัก และสำคัญที่สุดของคนเรา นอกจากนั้นคอยังถูกกำหนดให้มีความยืดหยุ่น และสามารถเคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง
          
ปัจจุบันอาการปวดคอกำลังจะกลายเป็นโรคชนิดหนึ่ง เพราะความเครียดของกล้ามเนื้อคอนั้นอาจเกิดจากการนั่งก้มหน้าทำงานตลอดวัน การใช้สมองหรือใช้ความคิดมากเกินไป อาการที่หงุดหงิดอุบัติเหตุใหญ่น้อยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน การเล่นกีฬา เป็นต้น
 
เวลาที่เราใช้คอเกินความสามารถหรือผิดท่าจังหวะไป มักจะมีอาการหลายแบบ เช่น ปวดเมื่อยต้นคอ คอแข็งเอี้ยวไม่ได้ บางครั้งจะปวดบริเวณไหล่หรือบ่า ปวดร้าวไปที่ศีรษะ ต้นแขน ปลายแขน หรือแม้แต่ปวด และชาที่นิ้วมือได้ และบางครั้งเกิดอาการคลื่นไส้อาจเจียน เวียนศีรษะ เป็นต้น
 
สาเหตุการปวดคอที่พบบ่อย ๆ เกิดจาก
 
1. อิริยาบถ หรือท่าที่ผิดสุขลักษณะในกิจวัตรประจำวัน เช่น ยืนหลังค่อม พุงยื่น การก้มหน้าก้มตาทำงานทั้งวัน
2. ความเครียดทางจิตใจ
3. คอเคล็ดหรือยอก
4. ภาวะข้อเสื่อม
5. การบาดเจ็บของกระดูกคอ เช่น จากอุบัติเหตุ ตกจากที่สูง ฯลฯ
6. ข้ออักเสบ เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์
7. หมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท
 
การรักษา
1. สำหรับผู้ที่มีอาการปวดคอ หรือคอแข็งอย่างเฉียบพลัน อาจเกิดจากการเอี้ยวผิดท่า หรือหลังตื่นนอน อย่าพยาบามเคลื่อนไหวคอ ทางที่ดีควรหาโอกาสนอนราบชั่วคราว ประคบด้วยน้ำแข็ง หรือน้ำร้อนตรงบริเวณที่ปวด ถ้ายังไม่ทุเลาให้กินยาแก้ปวด
2. ผู้ที่ปวดคอเรื้อรัง อาการปวดมักไม่รุนแรง แต่ก็มักทำให้รำคาญ เช่น เวลาก้มหรือเงย ตะแคงหรือเอี้ยวคอจะทำได้ไม่เต็มที่ ปวด ภายหลังจากทำงานทั้งวัน หรือคอเคล็ดยอกบ่อย ๆ เวลาบิดผิดท่า ควรประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำอ่อน กินยาแก้ปวด และโดยการ นวดอย่างถูกวิธี
3. ออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อคอ เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้ยืดหยุ่นดีขึ้น
4. ถ้าหากอาการยังไม่ทุเลา ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อวินิจฉัยโรคให้ถูกต้องต่อไป
 
การปฏิบัติตนเพื่อป้องการการปวดคอ
1. ระวังอิริยาบถ แม้ขณะทำงานอย่าก้ม ๆ เงย ๆ มาก และนานเกินไป
2. ขณะทำงานควรหาเวลาหยุดพักเปลี่ยนอิริยาบถสัก 2-3 นาที ทุก ๆ ชั่วโมง
3. เก้าอี้ที่นั่งทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องขับรถ ควรเลือกเก้าอี้ที่พนักแข็งแรง และมีที่หนุนคอให้พอดี
4. เวลานอน ควรนอนบนที่นอนที่แข็ง ให้ศีรษะอยู่ระดับเดียวกับพื้น อย่านอนคว่ำอ่านหนังสือหรือดูทีวี
 
          ข้อสำคัญที่สุด หมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อของคอทุก ๆ วัน และพยายามลดความเครียดจากชีวิตประจำวัน โดยการออกกำลังกาย เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ
 
การบริหารกล้ามเนื้อคอ มีความสำคัญมากในการรักษา และป้องกันการปวดคอเรื้อรัง
 
ก. การออกกำลังคอให้เคลื่อนไหวได้ดี แต่ละท่าทำ 5-10 ครั้ง วันละ 2-3 เวลา
1. ก้มและเงยหน้า ค่อย ๆ ก้มหน้าให้คางจรดกับอก แล้วเงยช้า ๆ ให้มากที่สุด
2. ตะแคงซ้ายขวา หน้าตรงค่อย ๆ ตะแคงซ้ายจนหูจรดไหล่ซ้าย แล้วตะแคงขวาในลักษณะเดียวกัน
3. หันหน้าซ้ายขวา หมุนศีรษะหันหน้าไปทางซ้ายช้า ๆ โดยให้ปลายคางอยู่ในแนวเดียวกับไหล่ แล้วหมุนกลับมาด้านขวา
 
ข. การออกกำลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การออกกำลังคอชุดนี้ควรทำหลังจากทำชุด ก. แล้ว โดยใช้มือต้านการเคลื่อนไหวของศีรษะในทิศตรงกันข้าม เกร็งไว้ 5-10 วินาที แล้วพักแต่ละท่าทำ 5-10 ครั้ง วันละ 2-3 เวลา
1. ก้มคอ ใช้มือกดที่หน้าฝากต้านกับความพยายามที่จะก้มศีรษะลง
2. เงยหน้า เอาฝ่ามือประสานเหนือท้ายทอยกดมาด้านหน้า ขณะที่พยายามเงยศีรษะไปข้างหลัง
3. ตะแคงคอ ใช้มือซ้ายวางที่ศีรษะเหนือหูซ้าย ต้านกับความพยายามตะแคงหน้าให้หูซ้ายไปจรดไหล่ แล้วกลับมาใช้มือทำแบบ เดียวกัน
4. หันหน้า ใช้มือซ้ายออกแรงยันที่หน้าหูซ้าย ขณะที่พยามหันหน้าไปทางซ้าย แล้วสลับใช้มือขวาทำแบบเดียวกัน

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การชดเชยเหงื่อขณะออกกำลังกาย

17 กุมภาพันธ์ 2557 2.129

การชดเชยเหงื่อขณะออกกำลังกาย เมื่อคนเราออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น การขับเหงื่อจะช่วยลดความร้อนของร่างกาย ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยเร็วเกินไป ส่วนประกอบของเหงื่อจะมีน้ำสูงถึง 99% ที่เหลือ 1% เป็นเกลือโซเดียมและคลอไรด์เป็นส่วนใหญ่

เหตุการณ์วุ่นวายในสนามฟุตบอล

17 กุมภาพันธ์ 2557 869

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา โดยท่านส.ว.วรวุฒิ โรจนพานิช ประธานฯ ได้จัดให้มีการประชุมสัมมนา เรื่อง “การศึกษา และค้นหาปัญหา และสาเหตุการก่อความรุนแรงของแฟนบอล เพื่อป้องกันการทะเลาะวิวาทในสนามฟุตบอล”

Estrogen ฮอร์โมนสาว

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.231

วัยรุ่นเป็นวันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ เราจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนในช่วงอายุระหว่าง 9-15 ปี ส่วนต่าง ๆของร่างกายจะมีการพัฒนาและเจริญเติบโตเต็มที่ มีความเป็นตัวของตัวเอง และมีอารมณ์ที่รุนแรงมากขึ้น สิ่งเหล่านี้มีผลมากจากการเปลี่ยนแปลงของระบบฮอร์โมนเพศในร่างกาย

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ