โพสต์ 6 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 1,274 Views

ปล้องกระดูกสันหลังเคลื่อนหลุดตอนที่ 2

ปล้องกระดูกสันหลังเคลื่อนหลุดตอนที่ 2

การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อน เป็นเรื่องยากครับเพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้มีการตรวจเช็ค X- ray ที่หลังเเล้วก็จะไม่มีโอกาสรู้เลยว่ากระดูกหลังของคนไข้มีการเคลื่อนหลุดออกจากกันเเล้วหรือเปล่าส่วนคนปกติทั่วไป จะต้องมีการ X- ray เพื่อเช็คกระดูกสันหลังทุกคนหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดครับ

แต่หลักการดูแลสุขภาพที่สำคัญ ก็คือ ถ้าคุณมีอาการปวดหลังเรื้อรัง บ่อยๆ นานเกิน สองสัปดาห์ขึ้นไป มีอาการปวดขาหรือน่องที่ใดที่หนึ่ง ซ้ำๆ อยู่ตลอด ไม่ค่อยย้ายข้าง ย้ายตำแหน่ง เช่นปวดลงขาข้างขวา ก็มักจะปวดข้างขวาตลอดควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจวินิจฉัยครับ

ภาพเปรียบเทียบผู้ป่วยกระดูกสันหลังเคลื่อนก่อนและหลังผ่าตัด

ในกรณีที่ท่านมีกระดูกสันหลังเคลื่อนก็ไม่ต้องตกใจนะครับ เพียงเเต่ท่านต้องรู้ให้ได้ว่า เป็นรุนเเรงมากน้อยระดับใด? มีโอกาสเคลื่อนมากขึ้นอีกหรือไม่ ? และความสมบูรณ์แข็งแรงของกระดูกสันหลังกล้ามเนื้อหลังมีมากน้อยเพียงใด? จะสามารถทนการใช้งานในชีวิตประจำวันของท่านได้นานอีกเท่าใด ?

แพทย์ที่ตรวจอาการของกระดูกสันหลังเคลื่อนจำเป็นจะต้องตรวจตั้งแต่สมรรถภาพความแข็งแรงของกล้ามเนื้อประคองกระดูกสันหลังส่วนเอว (Paraspinal Muscle) ตรวจเช็คว่า มีการอักเสบเรื้อรังเป็นพังผืดเกิดขึ้น ที่กล้ามเนื้อหลัง และเอ็นกระดูกสันหลังหรือไม่ และกี่ตำแหน่งกล้ามเนื้อขามีอาการอ่อนแรง หรีอเส้นประสาทหลังถูกกระทบกระเทือนหรืออยู่ในภาวะเสื่อมถอยมากน้อยเพียงใด

ข้อมูลเหล่านี้จะมีผลต่อการรักษาที่ต่อเนื่องและต่อการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน ท่านจะต้องระมัดระวังใช้หลังทำงานห้ามประมาท ไม่ก้มๆเงยๆหลังบ่อยๆ ห้ามยกของที่มีน้ำหนักมากเกินตัวอย่าปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นทุกปีดูแลความแข็งแรงของกระดูกภายในร่างกายให้ดี เเละข้อสำคัญที่สุดก็คือต้องบริหารกล้ามเนื้อหลังอย่างถูกต้องเพื่อหลังให้เเข็งเเรงอยู่เสมอด้วยวิธี Active Training Muscle Exercise Type ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่สามารถฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่เสื่อมถอยให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเก่าได้เร็วที่สุด การอธิบายในเรื่องการฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วยการบริหารชนิดนี้จำเป็นต้องมีเวลาเพื่อที่จะเล่าให้ฟัง อย่างละเอียดในโอกาสต่อไปครับ

ถ้ากรณีที่กระดูกสันหลังของท่านเคลื่อนห่างออกจากกันไม่มากท่านก็ยังคงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ เเต่ถ้าท่านปล่อยปละละเลยไม่ดูแลร่างกายปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่ปฎิบัติตามคำแนะนำข้างต้นอย่างเคร่งครัดกระดูกสันหลังของท่านก็เคลื่อนห่างจากกันมากขึ้นทุกปี และโอกาสที่เส้นประสาทจะถูกกระดูกทับก็จะมีมากขึ้นซึ่งจะนำพาให้ท่านต้องรักษาด้วยวิธีสุดท้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการผ่าตัดครับ

ก่อนการผ่าตัด ท่านจะต้องถูกประเมินความเสี่ยงของการผ่าตัดจากการตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์ทางด้านอายุรกรรม แพทย์ทางด้านหัวใจหรือแพทย์ทางด้านโรคประจำตัวที่ท่านมีอยู่และผ่านการประเมินสุดท้ายโดยวิสัญญีแพทย์

การผ่าตัดหลังในการรักษาโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน จะประกอบด้วย ขั้นตอนใหญ่ๆ สามขั้นตอน ดังนี้ครับ

ขั้นตอนที่ 1 (Reduction and Fixation Step) การยึดตรึงกระดูกสันหลังปล้องที่มีปัญหาให้แข็งแรง มีความมั่นคงและการจัดตำแหน่งกระดูกสันหลังปล้องที่เคลื่อนหลุดออกจากกันให้กลับมาสู่ตำแหน่งปกติโดยดามกระดูกสันหลังคู่ที่มีปัญหาด้วยโลหะชนิดพิเศษ (Medial Grade Metal) ปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จในการผ่าตัดขั้นตอนนี้ อยู่ที่คุณภาพของเนื้อกระดูกสันหลังภายในว่ามีความหนาแน่นมากพอที่จะยึดตรึงด้วยโลหะได้หรือไม่คนที่มีปัญหาในเรื่องของความหนาแน่นที่น้อยเกินไป มีภาวะกระดูกบาง หรือพรุนก็จะหมดโอกาสในการทำขั้นตอนนี้ เพราะโลหะที่ยึดจะหลวมง่าย ต้องข้ามไปทำเพียงขั้นตอนที่สอง และสามเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 2 (Decompression Step) การทำให้เส้นประสาทสันหลังบริเวณที่กระดูกสันหลังเคลื่อนไม่ให้ถูกกดทับจากเนื้อเยื่อ หรือ กระดูกส่วนเกินอีกต่อไป ขั้นตอนนี้มีสำคัญมากนะครับ เพราะ ต้องเอาส่วนที่ทับเส้นประสาทออกให้หมดเพื่อเพิ่มโอกาสให้เส้นเลือดนำอาหารไปเลี้ยงเซลประสาทมากขึ้นเส้นประสาทที่เคยมีการอักเสบ เสื่อมถอยก็จะฟื้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วขั้นตอนนี้จึงถือว่าเป็นขั้นตอนที่เน้นในเรื่องของฟื้นฟูเซลประสาทที่ซ่อนอยู่ในช่องของกระดูกสันหลังส่วนที่เคลื่อนออกจากกัน

ขั้นตอนที่ 3 (Fusion Step) การเชื่อมกระดูกสันหลังของปล้องที่มีปัญหาเข้าหากัน ด้วย bone Graft ที่นำมาจากกระดูกที่ทับเส้นประสาทในขั้นตอนที่ 2 หรือนำมาจากกระดูกเทียม (Synthetic Bone Graft) กระดูกชิ้นเล็กๆ ที่ถูกจัดวางอยู่ที่กระดูกสันหลัง ก็จะทำหน้าที่เหมือนกาวที่สมานกระดูกสันหลังคู่ที่ปัญหา ในเรื่องของความหลวมไม่มั่นคง ให้เชื่อมยึดติดกันอย่างธรรมชาติ และมีความแข็งแรงมากขึ้นกว่าเก่าหลายร้อยเท่าขั้นตอนนี้ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมอีกมากมายครับ เช่นจะเชื่อมตรงจุดไหนของกระดูกสันหลังดี จะเชื่อมกี่จุด กี่ด้านแต่มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวเท่านั้น ก็คือ ต้องทำให้กระดูกสองปล้องที่หลวมให้กลับมามั่นคงแข็งแรงมากกว่าเก่า เราจึงเรียกขั้นตอนนี้ว่าเป็นขั้นตอนของความมั่นคงของกระดูกสันหลังครับ

ผุ้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดจะใช้เวลาในการนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงหลังผ่าตัด ประมาณ 2-3 วัน ก่อนที่จะค่อยๆ ลุกนั่งพิงหลังบนเตียงพักฟื้นและหัดเดินในวันต่อมา โดยรวมจึงต้องพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 5-8 วันโดยระยะเวลาในการฟื้นตัวของเผู้ป่วยแต่ละท่านนั้นจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่นกับความสมบูรณ์แข็งแรงในผู้ป่วยแต่ละท่าน และความยาวนานในการเป็นโรคนี้การหลอกตัวเองโดยฝืนการรักษาด้วยวิธีอื่นเป็นระยะเวลานานเกินไปทั้งที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่าต้องผ่าตัดก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งครับที่พบได้บ่อย ที่ทำให้เซลประสาทฟื้นตัวช้าลง

หลังจากพักฟื้นจากการผ่าตัดได้ประมาณ 1 เดือน ท่านจะต้องเริ่มต้นฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังโดยการบริหารแบบฝึกกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง (Active Training Muscle Excercise)อย่างจริงจัง และอยู่สม่ำเสมอ ห้ามละเลยหรือขี้เกียจเพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงเต็มที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวันของแต่ละท่าน โปรดจำไว้ว่า การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวช่วยได้แค่เพียงกระดูกสันหลัง และเส้นประสาทเท่านั้นไม่สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงได้ การฝึกกล้ามเนื้อหลังทุกวันจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ต้องอย่าลืมนะครับว่ายังมีกระดูกสันหลังส่วนเอวที่เหลืออีกหลายปล้องที่ยังไม่ได้ถูกผ่าตัดถ้าปล่อยกล้ามเนื้อหลังอ่อนแอมากกว่างานประจำวันไปเรื่อยๆกระดูกสันหลังปล้องที่เหลือก็อาจจะมีปัญหาเกิดการเคลื่อนหลุดหรือเอียงหลุดจากกันอีกก็ได้ครับ

หลังจากที่กระดูกสันหลังเชื่อมกันอย่างมั่นคงแข็งแรงแล้วเซลประสาทฟื้นตัวแล้ว กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงเหมือนคนปกติแล้วการใช้งานหลังก็จะทำได้ดีขึ้นกว่าเก่ามาก สามารถ เดินได้ไกลขึ้นยืนได้นานขึ้นโดยไม่มีอาการปวดน่องหรือปวดหลังบางคนก็สามารถกลับไปเล่นกีฬาที่ตัวเองชื่นชอบได้อีกครั้งหนึ่งอย่างน่าแปลกใจ ใครจะไปรู้ละครับ

สบายกาย คลายปวดหลังครับ

ขอขอบคุณ

Author

นพ. สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา

ศัลยแพทย์โรคกระดูก

28 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผิวหนังเหี่ยวย่น / ห้อเลือด ในผู้สูงอายุ

17 กุมภาพันธ์ 2557 3.176

ผิวหนังของผู้สูงอายุจะค่อยๆ บางลง เหี่ยวย่นและไม่ยืดหยุ่นเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงลดน้อยลงของเนื้อเยื่อ ที่ให้ความยืดหยุ่นในชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติที่ไม่สามารถจะยับยั้ง หรือทำให้กลับคืนสภาพเดิมได้

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

15 กุมภาพันธ์ 2557 2.224

ปัจจุบันผู้คนเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสังเกตได้จากสถานที่ออกกำลังกาย ที่มีเพิ่มขึ้นจนเห็นกันชินตา แต่ถ้าออกกำลังกายไม่ถูกวิธีก็อาจให้โทษได้เช่นกัน

หลับสบาย ไม่ต้องนับแกะ

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.083

เชื่อว่าหลายท่านคงเคยมีปัญหาการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทมาบ้าง ซึ่งอาการเหล่านี้ จะทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ รู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลีย และเป็นสาเหตุให้ การฟื้นฟูระบบการทำงานและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลงด้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ