โพสต์ 6 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 8 มี.ค. 57 3,232 Views

น้ำดื่มคุณภาพในช่วงวิกฤติน้ำท่วม

น้ำดื่มคุณภาพในช่วงวิกฤติน้ำท่วม

     น้ำ เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อชีวิตมนุษย์ เราสามารถอดอาหารได้หลายวัน แต่ถ้าขาดน้ำเพียงไม่กี่วันก็ทำให้เราเสียชีวิตได้ และแม้ว่าปริมาณน้ำในโลกจะมีอยู่มหาศาล ไม่ว่าน้ำจากทะเล แม่น้ำ ขั้วโลก หรือแหล่งน้ำใต้ดิน แต่ข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจก็คือ น้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมที่จะนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้นั้น มีไม่ถึงร้อยละ 1 ของปริมาณน้ำทั้งหมดบนโลกใบนี้
 
     ในสถานการณ์ปกติ น้ำประปาของการประปานั้นผลิตมาจากสองแหล่ง แหล่งแรกคือคลองประปา โดยนำน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดปทุมธานี เข้าสู่โรงกรองน้ำที่บางเขนบริเวณต้นถนนประชาชื่นติดกับถนนแจ้งวัฒนะ และแหล่งที่สองคือน้ำจากคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นคลองที่ขุดขึ้นเพื่อใช้ระบายน้ำระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำท่าจีน นอกจากนี้คลองมหาสวัสดิ์ยังเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานครอีกด้วย น้ำประปาที่ผลิตจากการประปานครหลวงนั้นถือว่ามีคุณภาพเหมาะสมใช้บริโภคได้และได้ตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกหรือ World Health Organization (WHO) เนื่องจากใช้กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล ตั้งแต่การตกตะกอน การกรองผ่านวัสดุต่างๆ การทำให้ปราศจากเชื้อโรคด้วยคลอรีน นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาอย่างสม่ำเสมอตามแนวทางกำหนดคุณภาพน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก เช่น ความขุ่นของน้ำ ชนิดและปริมาณแบคทีเรียปนเปื้อน รวมถึงชนิดและปริมาณโลหะหนัก เช่น ปรอท ตะกั่ว สารหนู ฯลฯ ซึ่งการประปาได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ตรวจคุณภาพน้ำประปา ทั้ง สี กลิ่น ความกระด้าง ปริมาณเชื้อโรค ปริมาณโลหะหนักตกค้าง ปริมาณคลอรีนตกค้าง และความขุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมปริมาณคลอรีนตกค้างและความขุ่นของน้ำประปานั้นได้รับการตรวจสอบตลอดเวลา 24 ชั่วโมงด้วยระบบอัตโนมัติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้บริโภค
 
     จากวิกฤติอุทกภัยที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความไม่มั่นใจในคุณภาพของน้ำประปาว่าปลอดภัยที่จะนำมาใช้บริโภคได้หรือไม่ ด้วยกังวลว่าอาจมีสิ่งปนเปื้อนและสารพิษที่มาจากน้ำที่ท่วมขังอยู่เป็นเวลานาน จนทำให้ประชาชนต้องจัดหาน้ำดื่มที่คิดว่าได้คุณภาพมาเก็บตุนไว้จนเกิดภาวะขาดแคลนน้ำดื่มตามท้องตลาดอยู่ช่วงหนึ่ง อย่างไรก็ตามจากข้อเท็จจริงที่ว่าปริมาณสิ่งปนเปื้อนในน้ำที่ใช้อุปโภคหรือบริโภคนั้นจะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณของสารที่สัมผัส เช่น ถ้าสัมผัสหรือดื่มน้ำที่มีสารปนเปื้อนอยู่ปริมาณมากก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพได้รวดเร็ว แต่ถ้ามีสารปนเปื้อนอยู่ปริมาณน้อยก็อาจไม่ส่งผลต่อสุขภาพ หรืออาจต้องใช้เวลานานจึงจะเกิดอาการ
 
   สิ่งใดปนมากับน้ำประปาได้บ้าง
     เป็นที่ยอมรับกันว่า กระบวนการผลิตน้ำประปาของประเทศไทยนั้นได้รับมาตรฐานที่ดีระดับโลก รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาที่ผลิตขึ้นอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่อาจปนอยู่ในน้ำประปาส่วนใหญ่เกิดระหว่างกระบวนการผลิตน้ำประปาที่ได้เติมสารต่างๆ ลงไปอย่างเหมาะสม หรืออาจเกิดจากความเสื่อมสภาพหรือการรั่วซึมของวัสดุที่ใช้ทำท่อส่งน้ำประปา
กลิ่นคลอรีน เป็นสิ่งปนเปื้อนที่เรารู้สึกได้ง่ายอันดับแรก ซึ่งจะมีกลิ่นเหมือนกับกลิ่นน้ำในสระว่ายน้ำแต่ฉุนน้อยกว่า สารคลอรีนที่ใส่ในระบบน้ำประปานั้นเพื่อกำจัดเชื้อโรคออกไป การแก้ปัญหากลิ่นคลอรีนนั้นเพียงแค่พักน้ำประปาไว้ภายในภาชนะเปิดฝา เช่น ถังน้ำ แก้วน้ำ กะละมัง โอ่งน้ำ สารคลอรีนก็จะระเหยออกจากน้ำประปาได้ภายใน 1 ชั่วโมง
 
   ความขุ่น
     โดยปกติประสิทธิภาพของโรงกรองน้ำสามารถทำให้น้ำใสได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่มีฝุ่นผงขนาดเล็กที่ไม่ตกตะกอนก็จะทำให้น้ำขุ่น ซึ่งเครื่องกรองน้ำที่ใช้ในบ้านนั้นสามารถกรองสารเหล่านี้ออกไปได้ แต่ถ้าน้ำขุ่นมาก จะทำให้ไส้กรองอุดตันเร็วขึ้น ดังนั้นหากพบว่าไส้กรองเริ่มอุดตัน เช่น น้ำจากเครื่องกรองน้ำไหลช้ากว่าปกติมาก ไม่มีแรงดัน ก็ควรเปลี่ยนไส้กรองใหม่ อย่าฝืนใช้ต่อ เพราะประสิทธิผลในการกรองจะลดลงมากและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
 
     เชื้อโรค ที่อาจปนมากับน้ำประปา แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักคือ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อพยาธิ ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกกำจัดด้วยคลอรีนที่เติมในระหว่างขั้นตอนการผลิตน้ำประปา แต่ที่ยังคงพบเชื้อโรคปนอยู่นั้นส่วนใหญ่เกิดจากระบบท่อน้ำภายในบ้านหรือสำนักงานที่ไม่สะอาด หรือเกิดจากมือที่มีเชื้อโรคสัมผัสกับก๊อกน้ำหรือปุ่มกดน้ำจากตู้กดน้ำดื่ม กรณีเช่นนี้ ผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดจึงป้องกันด้วยการห่อหุ้มปากขวดด้วยแถบพลาสติกอีกชั้นหนึ่งนั่นเอง ส่วนการกำจัดเชื้อโรคที่อาจปนอยู่ในน้ำดื่มที่บ้านนั้น ป้องกันได้ด้วยการต้มน้ำดื่มให้เดือด โดยสังเกตว่าขณะน้ำเดือดควรมีฟองอากาศปุดขึ้นต่อเนื่องกันอย่างน้อย 3 ถึง 4 นาทีแล้วจึงหยุดต้มน้ำได้ และเมื่อได้น้ำต้มสุกแล้ว ควรเก็บน้ำในภาชนะปิดที่สะอาดเช่นกัน
 
     ตารางสรุปสิ่งที่อาจปนมากับน้ำประปา ผลกระทบต่อร่างกาย และวิธีกำจัดสิ่งปนเปื้อน
สิ่งที่อาจปนมากับน้ำประปา
 
                                     ผลกระทบต่อร่างกาย                         วิธีกำจัดสิ่งปนเปื้อน
คลอรีน                    ระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร         ปล่อยให้ระเหยในภาชนะเปิดฝา                                                                                          อย่างน้อย 1 ชั่วโมง
 
ความขุ่น                         กลิ่นน้ำไม่พึงประสงค์                    กรองด้วยระบบกรองน้ำ
เชื้อโรค                            ท้องร่วง ผื่นคัน                          ต้มน้ำให้เดือด และเก็บในภาชนะที่สะอาด
 
โลหะหนัก เช่น ปรอท ตะกั่ว สารหนู โรคผิวหนัง และระบบประสาท กรองด้วยระบบกรองน้ำ
 
หลักการดูแลรักษาเครื่องกรองน้ำภายในบ้าน
เมื่อพูดถึงระบบการกรองน้ำที่ใช้กันตามบ้านเรือนนั้นมักหมายถึงระบบที่มีไส้กรอง 1 ถึง 2 ชั้น และอาจใส่ถ่านกัมมันต์ (activated carbon) รวมอยู่ในระบบกรอง มีการศึกษาพบว่าระบบกรองน้ำดังกล่าวสามารถขจัดสารโลหะหนักได้ แต่ต้องหมั่นบำรุงรักษาไส้กรองตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ เช่น ถ้าระบุว่าในสภาวะน้ำปกติ ไส้กรองของเครื่องสามารถกรองน้ำได้ 2000 ลิตร ก็ควรเปลี่ยนไส้กรองใหม่เมื่อกรองน้ำครบทุก 2000 ลิตร แต่ถ้าน้ำก่อนกรองขุ่นกว่าปกติ ก็อาจต้องเปลี่ยนไส้กรองใหม่ให้เร็วขึ้นก่อนกำหนด เช่น เปลี่ยนทุก 1200 ถึง 1500 ลิตร เพื่อให้น้ำที่กรองได้มีคุณภาพมากที่สุด
 
ข้อแนะนำในการเลือกน้ำดื่ม
โดยทั่วไปคนไทยมักไม่คุ้นเคยกับการดื่มน้ำประปาจากท่อประปาโดยตรง แต่มักจะนำน้ำประปามาต้ม หรือนำมากรองก่อน บางครอบครัวอาจกรองน้ำประปาผ่านเครื่องกรองน้ำก่อนแล้วจึงนำมาต้มให้เดือดอีกครั้ง วิธีเหล่านี้ทำให้ได้น้ำดื่มที่สะอาดและกำจัดสิ่งปนเปื้อนได้ระดับหนึ่ง บางท่านอาจใช้วิธีซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดจากร้านค้า ซึ่งการเลือกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด ควรสังเกตเครื่องหมายของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดูวันที่ผลิต และควรเลือกขวดบรรจุที่สะอาด ไม่มีรอยขูดขีดที่ปากขวด และควรเลือกขวดที่มีการห่อหุ้มปากขวดด้วยแถบพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง
 
สิ่งเหล่านี้เป็นวิธีง่ายๆ ในการเลือกน้ำดื่มที่มีคุณภาพให้กับร่างกายของเราได้
 
 
ที่มา : ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ
 
ขอขอบคุณ
ผู้เรียบเรียงบทความ : ดร. วิชยุตม์ ทัพวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมและการจัดการ
ที่ปรึกษาบทความ : พันเอกนายแพทย์ สุรจิต สุนทรธรรม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาพิษวิทยา

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคหลอดเลือดสมองตีบ (อัมพาต)

30 พฤศจิกายน 2558 6.577

โรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตร๊ก(Stroke) อาจฟังดูไม่คุ้นหู แต่ถ้าบอกว่าอัมพาต หลายคนคงรู้จักเป็นอย่างดี เพราะพบมากขึ้นทุกวันในสภาวะความเครียดทางเศรษฐกิจปัจจุบัน อัมพาตอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

ลาก่อน “โดฮา” เอเชี่ยนคัพ 2011

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.658

ลาก่อน “โดฮา” เอเชี่ยนคัพ 2011 “ญี่ปุ่นเป็นแชมป์” สัปดาห์ที่แล้ว ผมเก็บสิ่งละอันพันละน้อย มาเล่าสู่กันฟัง เป็นการ “เก็บตก” ข้อมูลที่ได้นำเสนอไปบ้างแล้ว สัปดาห์นี้มีเพิ่มเติม

รู้จักมะเร็งต่อมไทรอยด์

10 สิงหาคม 2556 4.535

หากคุณ ญาติ หรือเพื่อนของคุณ ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ สิ่งสำคัญลำดับแรกที่ควรกระทำ คือตั้งสติให้ดี แล้วหาข้อมูลเพิ่มเติม จากแหล่งความรู้ที่เชื่อถือได้ อย่าเชื่อคำบอกเล่า หรือบอกต่อที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ