โพสต์ 1 ก.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 2,862 Views

นักฟุตบอลตายอีกแล้วที่สเปน

นักฟุตบอลตายอีกแล้วที่สเปน

ท่านผู้อ่าน นสพ.เดลินิวส์ และติดตามข่าวกีฬาคงทราบดีว่า สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวการสูญเสียชีวิตของนักฟุตบอลวัยเพียง 22 ปี ชื่อ แอนโตนีโอ เปอร์ต้า (Antonio Pherta)เป็นผู้เล่นกองกลางของทีมเซวิลล์ ซึ่งในขณะที่แข่งขันอยู่ในลีคพรีเมียร์ราลีก้ากับทีมเกตาเฟในประเทศสเปน เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ส.ค. 2550 โดยที่ไม่ได้เสียชีวิตทันทีในสนาม แต่เป็นการหมดสติในสนามเมื่อเล่นไปได้ 35 นาที ขณะที่เขากำลังวิ่งเหยาะๆ กลับมาฝั่งทีมของตัวเอง ก็เป็นลมหมดสติไปชั่วครู่ ภายหลังปฐมพยาบาลเขายังสามารถลุกขึ้นรู้สึกตัวดีเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว และไปหมดสติ หัวใจหยุดเต้นในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แพทย์ต้องทำการปั้มหัวใจเพื่อช่วยฟื้นคืนชีพก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตหลังจากรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 3 วัน

อะไรคือสาเหตุการตายของนักกีฬาในระดับนี้?

มีบทความทางวิชาการทางการแพทย์ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ และในทวีปยุโรป ที่ศึกษาถึงสาเหตุการตายของนักกีฬาระดับที่เล่นกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ (Elite Atheletes) หมายถึง มีความฟิต มีฝีมือในระดับมืออาชีพของโลก พบว่าสาเหตุที่พบได้บ่อย คือ Hypertrophic Cardio Myopalty (HMC) หมายถึง กล้ามเนื้อของหัวใจโตขึ้นแบบผิดปกติโดยมีสาเหตุมาจากมีการกลายพันธุ์ของยีนส์ พบเป็นสาเหตุการตายของนักกีฬาที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี มากกว่า 50% นักกีฬาเหล่านี้อาจเคยมีประวัติเคยมีอาการใจสั่น มีอาการคล้ายจะเป็นลม หรือบางรายเคยเป็นลมหมดสติมาแล้วในระหว่างที่มีการเล่นกีฬา หัวใจต้องทำงานมากขึ้น ในบางรายงานพบว่าภาวะกล้ามเนื้อหัวใจโตขึ้นแบบผิดปกติ (HCM) นี้พบได้ 1 ใน 500 ของประชาชนทั่วไป ซึ่งนับว่าไม่น้อยทีเดียว สมมุติว่าเรามาดูว่าจะมีภาวะนี้ในประเทศไทยจำนวนเท่าใด พวกเรามีประชากร 60 ล้านคน คิดเป็นประชากรที่เล่นกีฬาหนักๆ ระหว่าง 15-30 ปี ประมาณ 10 ล้านคน ดังนั้นน่าจะมีคนมีกล้ามเนื้อหัวใจราวๆ 20,000 คน ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นนักกีฬาที่เล่นกีฬาหนักๆ ทุกคน ดังนั้นการเกิดอาการเสียชีวิตเนื่องจากการล้มเหลวของการทำงานของหัวใจที่มีกล้ามเนื้อหนาตัวผิดปกติ จึงมีไม่ได้มากนักเพราะจะต้องเป็นการประจวบเหมาะพอดี ที่พวกที่มีความผิดปกติแล้วเล่นกีฬาหนักๆ ได้ดีด้วย จึงจะนำคนเหล่านี้มาสู่ภาวะเสี่ยงในการเล่นกีฬาต่อมา

สถิติการเสียชีวิตในนักกีฬาเป็นอย่างไร?

มีบทความทางวิชาการของสถาบันโรคหัวใจมินเนอาโปลิส ได้กล่าวไว้ว่า ในอดีตมีคนรวบรวมสถิติการเสียชีวิตของนักกีฬาวัยหนุ่มสาวว่ามีค่อนข้างต่ำประมาณปีละ 20 คน ซึ่งทำให้ไม่ค่อยมีผู้ที่สนใจที่จะศึกษาหาสาเหตุการตายที่แท้จริง แต่ในปี ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) มีการรวบรวมสถิติกันใหม่แล้วพบว่ามีสถิติมากขึ้นเป็น 7-10 เท่ากว่าแต่ก่อน มีการรวบรวมในแต่ละประเภทกีฬาพบว่าในกีฬาวิ่งเพื่อการออกกำลังกาย (Jogging) พบได้ 1 ใน 15,000 คน และพบได้ 1 ใน 50,000 คน ของนักวิ่งประเภทมาราธอน ซึ่งมีการประมาณการว่าจะมีคนตายหลายร้อยคนต่อปี โดยคำนวณคร่าวๆ ว่าในอเมริกามีนักวิ่งราวๆ 10 ล้านคน ซึ่งสถิติยังไม่มีความแน่นอนเท่าใด เพราะการเก็บข้อมูลต้องกระทำอย่างเป็นระบบ การเสียชีวิตของคนทั่วๆ ไป ที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรก็อาจไม่เป็นที่สนใจเท่าที่ควร

มีบทความของแพทยสมาคมแห่งอเมริกา ในปี ค.ศ. 1996 รายงานผู้ที่เสียชีวิตที่เป็นนักกีฬาหนุ่มสาวพบว่ามี 158 ราย โดยรวบรวมสถิติ 10 ปี (1985 – 1995) พบว่าเป็นผู้หญิง 15% ผู้ชาย 85% ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้หญิงเล่นกีฬาหนักๆ น้อยกว่า หรือโอกาสที่ผู้หญิงจะเป็นโรคนี้น้อยกว่าก็ยังไม่เป็นข้อสรุป

ข้อแนะนำการตรวจคัดกรองที่น่าสนใจของยุโรป

จากเว็บไซด์www.medscape.com ได้นำเสนอการตรวจคัดกรอง (Screening) ที่เป็นมาตรฐานในยุโรปสำหรับนักกีฬาที่แข่งขันเพื่อความเป็นเลิศ จะต้องมีการซักประวัติส่วนตัวและครอบครัวอย่างละเอียด / มีการตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อพยายามค้นหาสาเหตุที่อาจจะมีในนักกีฬาเหล่านั้น ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดการเสียชีวิตจาการเล่นกีฬาหนักๆ โดยเฉพาะในประเทศอิตาลี จะต้องตรวจโดยแพทย์เวชศาสตร์การกีฬา หรือแพทย์โรคหัวใจที่ฝึกอบรมมาเพื่อการดูแลนักกีฬาโดยเฉพาะและต้องทำงานด้านนี้โดยเฉพาะในสถาบันที่ทำการทดสอบ
นักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ / การวัดความดันโลหิต /
การตรวจคลื่นหัวใจ 12 หลีด (12-lead ECG) ซึ่งหากพบว่ามีความผิดปกติ จะต้องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถึ่สูง (Echocardiography), การวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test), การติดเครื่องตรวจคลื่นหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง (24 Hour Holter Monitoring), การตรวจหัวใจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็ก (Cardiac MRI) หรือบางรายอาจต้องใช้การฉีดสีดูเส้นเลือดหัวใจด้วยสายสวน (Angiography)

การตรวจคัดกรองควรกระทำทุก 2 ปี เพื่อให้เกิดแน่ใจว่าไม่มีความผิดปกติที่อาจตรวจไม่พบในตอนแรก และที่มีการเน้นอย่างมากจากประเทศทางยุโรป ก็คือ ความคุ้มค่าในการที่ต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 หลีด (12 lead ECG) ที่พบว่าได้ผลดีมากในการตรวจพบความผิดปกติของการทำงานของหัวใจ

การตรวจคัดกรองหรือการตรวจเพื่อป้องกันในฟุตบอลอาชีพของอังกฤษและยุโรป

ผมไม่ทราบว่ามีมาตรฐานอย่างไรในแต่ละสโมสรฟุตบอลอาชีพต่างๆ แต่จากการตายของนักฟุตบอลอาชีพคนแล้วคนเล่า หากผมเป็นนักฟุตบอลอาชีพมีค่าตัวมากว่าปีละ 100 ล้านบาท (มักน้อย) หากสโมสรไม่มีมาตรการตรวจเกี่ยวกับเรื่องโรคหัวใจเหล่านี้ ผมคงยอมที่จะเสียเงินเองเพื่อตรวจทุกอย่างให้ครบถ้วน เพื่อเป็นการคัดกรองหรือเพื่อป้องกันความสูญเสียอันใหญ่หลวงที่สักวันหนึ่งมีเงินมากมาย แต่ต้องเสียชีวิตกระทันหันด้วยเรื่องเหล่านี้

ความจริงยังมีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับการตายของนักฟุตบอลอีกมาก ผมอาจขออนุญาติเขียนถึงในสัปดาห์หน้าอีกครั้ง สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

52 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปัสสาวะเล็ดราด

8 มีนาคม 2556 3.199

ปัสสาวะเล็ดราด ปกติร่างกายเราควบคุมให้เรากลั้นปัสสาวะไว้ได้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม โดยส่วนของบริเวณกระเพาะปัสสาวะที่ต่อกับท่อปัสสาวะจะมีหูรูดบีบไว้ไม่ให้ปัสสาวะเล็ดออกมา

การตรวจและการประเมินความรุนแรงของการกรน

10 สิงหาคม 2556 2.822

การตรวจและประเมินความรุนแรงของการกรนใช้หลักการเดียวกับการตรวจรักษาโรคอื่นๆ โดยทั่วไปคือเริ่มจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจค้นพิเศษเพิ่มเติม

ไวรัสเวสต์ไนล์ (West Nile virus)

1 สิงหาคม 2556 2.388

ไวรัสเวสต์ไนล์ (West Nile virus) เป็นไวรัสอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบ จัดอยู่ในกลุ่มฟลาวิไวรัส กลุ่มเดียวกับไวรัสแจแปนนีสบีที่ก่อให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบเช่นกัน และไวรัสเดงกี่ที่ก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออก เชื้อนี้ทำให้เกิดภาวะสมองอักเสบ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ