โพสต์ 1 ก.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 3,438 Views

นักฟุตบอลตายอีกแล้วที่สเปน

นักฟุตบอลตายอีกแล้วที่สเปน

ท่านผู้อ่าน นสพ.เดลินิวส์ และติดตามข่าวกีฬาคงทราบดีว่า สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวการสูญเสียชีวิตของนักฟุตบอลวัยเพียง 22 ปี ชื่อ แอนโตนีโอ เปอร์ต้า (Antonio Pherta)เป็นผู้เล่นกองกลางของทีมเซวิลล์ ซึ่งในขณะที่แข่งขันอยู่ในลีคพรีเมียร์ราลีก้ากับทีมเกตาเฟในประเทศสเปน เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ส.ค. 2550 โดยที่ไม่ได้เสียชีวิตทันทีในสนาม แต่เป็นการหมดสติในสนามเมื่อเล่นไปได้ 35 นาที ขณะที่เขากำลังวิ่งเหยาะๆ กลับมาฝั่งทีมของตัวเอง ก็เป็นลมหมดสติไปชั่วครู่ ภายหลังปฐมพยาบาลเขายังสามารถลุกขึ้นรู้สึกตัวดีเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว และไปหมดสติ หัวใจหยุดเต้นในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แพทย์ต้องทำการปั้มหัวใจเพื่อช่วยฟื้นคืนชีพก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตหลังจากรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 3 วัน

อะไรคือสาเหตุการตายของนักกีฬาในระดับนี้?

มีบทความทางวิชาการทางการแพทย์ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ และในทวีปยุโรป ที่ศึกษาถึงสาเหตุการตายของนักกีฬาระดับที่เล่นกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ (Elite Atheletes) หมายถึง มีความฟิต มีฝีมือในระดับมืออาชีพของโลก พบว่าสาเหตุที่พบได้บ่อย คือ Hypertrophic Cardio Myopalty (HMC) หมายถึง กล้ามเนื้อของหัวใจโตขึ้นแบบผิดปกติโดยมีสาเหตุมาจากมีการกลายพันธุ์ของยีนส์ พบเป็นสาเหตุการตายของนักกีฬาที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี มากกว่า 50% นักกีฬาเหล่านี้อาจเคยมีประวัติเคยมีอาการใจสั่น มีอาการคล้ายจะเป็นลม หรือบางรายเคยเป็นลมหมดสติมาแล้วในระหว่างที่มีการเล่นกีฬา หัวใจต้องทำงานมากขึ้น ในบางรายงานพบว่าภาวะกล้ามเนื้อหัวใจโตขึ้นแบบผิดปกติ (HCM) นี้พบได้ 1 ใน 500 ของประชาชนทั่วไป ซึ่งนับว่าไม่น้อยทีเดียว สมมุติว่าเรามาดูว่าจะมีภาวะนี้ในประเทศไทยจำนวนเท่าใด พวกเรามีประชากร 60 ล้านคน คิดเป็นประชากรที่เล่นกีฬาหนักๆ ระหว่าง 15-30 ปี ประมาณ 10 ล้านคน ดังนั้นน่าจะมีคนมีกล้ามเนื้อหัวใจราวๆ 20,000 คน ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นนักกีฬาที่เล่นกีฬาหนักๆ ทุกคน ดังนั้นการเกิดอาการเสียชีวิตเนื่องจากการล้มเหลวของการทำงานของหัวใจที่มีกล้ามเนื้อหนาตัวผิดปกติ จึงมีไม่ได้มากนักเพราะจะต้องเป็นการประจวบเหมาะพอดี ที่พวกที่มีความผิดปกติแล้วเล่นกีฬาหนักๆ ได้ดีด้วย จึงจะนำคนเหล่านี้มาสู่ภาวะเสี่ยงในการเล่นกีฬาต่อมา

สถิติการเสียชีวิตในนักกีฬาเป็นอย่างไร?

มีบทความทางวิชาการของสถาบันโรคหัวใจมินเนอาโปลิส ได้กล่าวไว้ว่า ในอดีตมีคนรวบรวมสถิติการเสียชีวิตของนักกีฬาวัยหนุ่มสาวว่ามีค่อนข้างต่ำประมาณปีละ 20 คน ซึ่งทำให้ไม่ค่อยมีผู้ที่สนใจที่จะศึกษาหาสาเหตุการตายที่แท้จริง แต่ในปี ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) มีการรวบรวมสถิติกันใหม่แล้วพบว่ามีสถิติมากขึ้นเป็น 7-10 เท่ากว่าแต่ก่อน มีการรวบรวมในแต่ละประเภทกีฬาพบว่าในกีฬาวิ่งเพื่อการออกกำลังกาย (Jogging) พบได้ 1 ใน 15,000 คน และพบได้ 1 ใน 50,000 คน ของนักวิ่งประเภทมาราธอน ซึ่งมีการประมาณการว่าจะมีคนตายหลายร้อยคนต่อปี โดยคำนวณคร่าวๆ ว่าในอเมริกามีนักวิ่งราวๆ 10 ล้านคน ซึ่งสถิติยังไม่มีความแน่นอนเท่าใด เพราะการเก็บข้อมูลต้องกระทำอย่างเป็นระบบ การเสียชีวิตของคนทั่วๆ ไป ที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรก็อาจไม่เป็นที่สนใจเท่าที่ควร

มีบทความของแพทยสมาคมแห่งอเมริกา ในปี ค.ศ. 1996 รายงานผู้ที่เสียชีวิตที่เป็นนักกีฬาหนุ่มสาวพบว่ามี 158 ราย โดยรวบรวมสถิติ 10 ปี (1985 – 1995) พบว่าเป็นผู้หญิง 15% ผู้ชาย 85% ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้หญิงเล่นกีฬาหนักๆ น้อยกว่า หรือโอกาสที่ผู้หญิงจะเป็นโรคนี้น้อยกว่าก็ยังไม่เป็นข้อสรุป

ข้อแนะนำการตรวจคัดกรองที่น่าสนใจของยุโรป

จากเว็บไซด์www.medscape.com ได้นำเสนอการตรวจคัดกรอง (Screening) ที่เป็นมาตรฐานในยุโรปสำหรับนักกีฬาที่แข่งขันเพื่อความเป็นเลิศ จะต้องมีการซักประวัติส่วนตัวและครอบครัวอย่างละเอียด / มีการตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อพยายามค้นหาสาเหตุที่อาจจะมีในนักกีฬาเหล่านั้น ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดการเสียชีวิตจาการเล่นกีฬาหนักๆ โดยเฉพาะในประเทศอิตาลี จะต้องตรวจโดยแพทย์เวชศาสตร์การกีฬา หรือแพทย์โรคหัวใจที่ฝึกอบรมมาเพื่อการดูแลนักกีฬาโดยเฉพาะและต้องทำงานด้านนี้โดยเฉพาะในสถาบันที่ทำการทดสอบ
นักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ / การวัดความดันโลหิต /
การตรวจคลื่นหัวใจ 12 หลีด (12-lead ECG) ซึ่งหากพบว่ามีความผิดปกติ จะต้องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถึ่สูง (Echocardiography), การวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test), การติดเครื่องตรวจคลื่นหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง (24 Hour Holter Monitoring), การตรวจหัวใจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็ก (Cardiac MRI) หรือบางรายอาจต้องใช้การฉีดสีดูเส้นเลือดหัวใจด้วยสายสวน (Angiography)

การตรวจคัดกรองควรกระทำทุก 2 ปี เพื่อให้เกิดแน่ใจว่าไม่มีความผิดปกติที่อาจตรวจไม่พบในตอนแรก และที่มีการเน้นอย่างมากจากประเทศทางยุโรป ก็คือ ความคุ้มค่าในการที่ต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 หลีด (12 lead ECG) ที่พบว่าได้ผลดีมากในการตรวจพบความผิดปกติของการทำงานของหัวใจ

การตรวจคัดกรองหรือการตรวจเพื่อป้องกันในฟุตบอลอาชีพของอังกฤษและยุโรป

ผมไม่ทราบว่ามีมาตรฐานอย่างไรในแต่ละสโมสรฟุตบอลอาชีพต่างๆ แต่จากการตายของนักฟุตบอลอาชีพคนแล้วคนเล่า หากผมเป็นนักฟุตบอลอาชีพมีค่าตัวมากว่าปีละ 100 ล้านบาท (มักน้อย) หากสโมสรไม่มีมาตรการตรวจเกี่ยวกับเรื่องโรคหัวใจเหล่านี้ ผมคงยอมที่จะเสียเงินเองเพื่อตรวจทุกอย่างให้ครบถ้วน เพื่อเป็นการคัดกรองหรือเพื่อป้องกันความสูญเสียอันใหญ่หลวงที่สักวันหนึ่งมีเงินมากมาย แต่ต้องเสียชีวิตกระทันหันด้วยเรื่องเหล่านี้

ความจริงยังมีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับการตายของนักฟุตบอลอีกมาก ผมอาจขออนุญาติเขียนถึงในสัปดาห์หน้าอีกครั้ง สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

52 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคท่อปัสสาวะตีบ urethral stricture

22 สิงหาคม 2556 32.398

โรคท่อปัสสาวะตีบ urethral stricture เกิดจากเนื้อเยื่อพังผืดในท่อปัสสาวะหรืออยู่โดยรอบท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดการอุดกั้นของน้ำปัสสาวะ ซึ่งต่อมาจะเกิดการอักเสบ และการติดเชื้อตามมาในภายหลัง

สะอึก

8 มีนาคม 2556 7.346

อาการสะอึกเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อกะบังลมที่อยู่ตรงรอยต่อระหว่างช่องปอด และช่องท้องที่เกิดขึ้นเองได้โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าเกิดจากมีสิ่งมากระตุ้นเส้นประสาท 2 เส้น

โรคแมเนีย (โรคคลั่ง)

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.662

อาการแมเนีย มีลักษณะอารมณ์ดี ร่าเริง แจ่มใสมากกว่าปกติ ผู้ป่วยจะรู้สึกตนเองมีความสามารถเกินความเป็นจริง มีความภูมิใจในตนเองสูงมาก พูดคุยโม้โอ้อวด พูดมากไม่หยุด พูดแบบไม่เหมาะสมไปตามความคิดที่ล่องลอยไปหลายๆ เรื่อง ความคิดจะแล่นไปรวดเร็ว สมาธิจะสั้นมาก ทำให้วอกแวก เปลี่ยนความสนใจได้ง่าย คิดอยากทำอะไรหลายอย่าง เคลื่อนไหวมาก ใช้เงินมาก แสดงออกทางเพศอย่างมากและไม่เหมาะสม กลางคืนไม่ยอมนอนเพราะไม่ง่วง และอยากทำอะไรอยู่ตลอดเวลา ในผู้ป่วยโรคแมเนียบางคน อาจมีอารมณ์หงุดหงิดโมโหง่าย ก้าวร้าวได้ง่าย เวลาถูกขัดใจได้เหมือนกัน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ