โพสต์ 2 ส.ค. 56 ปรับปรุง 29 พ.ค. 61 39,094 Views

ท้องมาน...คืออะไร?

ท้องมาน (ascites) หมายถึง ภาวะที่มีน้ำขังอยู่ในช่องท้องจำนวนมาก ลักษณะเป็นสารน้ำใสสีหลืองอ่อนหรือไม่มีสี สารน้ำดังกล่าวอยู่ภายในเยื่อบุช่องท้อง โดยปกติช่องท้องจะอยู่ใต้ช่องอก แยกจากกันด้วยกล้ามเนื้อกระบังลม สารน้ำในช่องท้องมีแหล่งที่มาได้ต่างๆ กัน โดยเกิดได้จากสาเหตุหลายอย่าง เช่น โรคตับ มะเร็ง หัวใจล้มเหลว และโรคไต 

 

ท้องมาน...คืออะไร?

โดยทั่วไปแบ่งภาวะท้องมานออกเป็นสองชนิด โดยแบ่งตามปริมาณของโปรตีนที่พบในสารน้ำ วิธีนี้ใช้กันมานานแล้ว ต่อมามีการแบ่งระบบใหม่ที่มีประโยชน์มากกว่า เรียกว่า Serum Ascites Albumin Gradient (SAAG) คำนวณ จากอัตราส่วนของโปรตีนชนิดแอลบูมินในสารน้ำช่องท้องเทียบกับระดับของแอลบูมินในเลือด 
 
1. น้ำในช่องท้องที่เกิดจากโรคตับแข็งหรือภาวะหัวใจวายจะมีค่าอัตราส่วน ที่มากกว่า 1.1 
2. ภาวะท้องมานที่เกิดจากมะเร็งหรือโรคตับอ่อนอักเสบจะมีค่าอัตราส่วน น้อยกว่า 1.1 
 
ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องท้องมานส่วนใหญ่เป็นโรคตับแข็ง 
 
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ 
 
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ผู้ป่วยโรคสุราเรื้อรัง นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ โรคหัวใจล้มเหลว โรคมะเร็ง และโรคไต 
 
อาการท้องมานที่เกิดจากโรคของเยื่อบุช่องท้อง เช่น การติดเชื้อวัณโรค เยื่อบุช่องท้องอักเสบจากโรคลูปุส ภาวะเหล่านี้ทำให้เกิดการระคายเคือง และการอักเสบของเยื่อบุช่องท้อง 
 
นอกจากนี้ กรณีของมะเร็งแพร่กระจายมาที่ช่องท้อง อาการท้องมานยังเกิดจากมีเซลล์มะเร็งมาอุดตันที่ท่อน้ำเหลือง เซลล์มะเร็งสร้างสารซัยโตไคน์หลายชนิดที่ทำให้เกิดความผิดปกติของเยื่อบุช่องท้อง
 
สาเหตุ

1. โรคตับ โดยเฉพาะโรคตับแข็งจากสาเหตุใดก็ตาม พบได้ประมาณร้อยละ 80 ของผู้ป่วยที่มีอาการท้องมานทั้งหมด การเกิดน้ำในช่องท้องเป็นผลจากความดันเลือดในตับเพิ่มสูงขึ้นมาก ร่วมกับระดับแอลบูมินในเลือดลดต่ำลง แอลบูมินเป็นโปรตีนในเลือดทำหน้าที่สำคัญในการดึงสารน้ำไว้ในกระแสเลือด เมื่อระดับลดต่ำลง ความดันที่แตกต่างกันระหว่างภายในกับภายนอกหลอดเลือดทำให้น้ำรั่วออกไปนอก หลอดเลือด โดยเข้าไปอยู่ในช่องท้องเกิดเป็นภาวะท้องมานขึ้น

2. เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว ทำให้เกิดการคั่งของสารน้ำในส่วนต่างๆ ของร่างกาย

3. โรคไต และภาวะขาดแอลบูมิน (โปรตีนไข่ขาว)

4. ภาวะช่องท้องอักเสบจากสาเหตุใดก็ตาม เช่น การติดเชื้อ ภูมิแพ้

5. มะเร็งในช่องท้อง เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งที่กระจายมาที่ช่องท้อง เป็นต้น

6. สาเหตุจากโรคตับอ่อนอักเสบ ส่วนใหญ่เป็นภาวะเรื้อรังที่เกิดจากพิษสุราเรื้อรัง บางรายอาจเกิดจากโรคตับอ่อนอักเสบชนิดเฉียบพลัน หรืออุบัติเหตุที่ตับอ่อน

7. เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดใหญ่ของตับ ซึ่งพบได้น้อยมาก

อาการ
 
ผู้ป่วยที่มีอาการท้องมานจะมีอาการแน่นท้อง ท้องโตขึ้น ร่วมกับอาการอื่นๆของโรคที่เป็นสาเหตุ ถ้าน้ำขังอยู่ในท้องมากๆ อาจจะทำให้หนังท้องปริแล้วมีน้ำซึมออกมาได้ แต่ไม่ได้เป็นเหตุให้ถึงกับเสียชีวิต ผู้ป่วยมักเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆ เช่น สาเหตุเดิมที่ทำให้เกิดท้องมาน ภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ หัวใจล้มเหลว ไตวาย เป็นต้น ในกรณีที่น้ำในท้องมีน้อยกว่า 100 – 400 มิลลิลิตร ผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด เมื่อปริมาณเพิ่มมากขึ้น ท้องจะเริ่มโต และเริ่มสังเกตเห็นได้ชัด บางรายพบว่ามีสารน้ำในเยื่อหุ้มปอดร่วมด้วย ผู้ป่วยจะมีอาการหอบเหนื่อยหายใจติดขัด

การวินิจฉัย

1. จากการซักถามประวัติอาการโดยละเอียด และการตรวจร่างกาย ในกรณีที่ปริมาณน้ำในท้องมากกว่า 500 มิลลิลิตร มักจะตรวจพบได้จากการเคาะหน้าท้อง หากมีปริมาณน้อยกว่านั้น อาจตรวจพบได้จากการตรวจอัลตราซาวน์ช่องท้อง บางรายอาจได้รับการวินิจฉัยโดยบังเอิญจากการตรวจอัลตราซาวน์ หรือตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้อง

2. การวินิจฉัยหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องมานมีความสำคัญอย่าง ยิ่ง ประวัติการเป็นโรคตับในอดีต การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ การดื่มสุรา ประวัติครอบครัว ประวัติโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และการใช้ยาต่างๆ

3. การตรวจเลือดหน้าที่ของตับ การทำงานของไต อิเลคโตรลัยท์ในเลือด การตรวจนับเม็ดเลือด รวมทั้งการตรวจการแข็งตัวของเลือด ช่วยบ่งบอกสมรรถภาพการทำงานของตับ

4. บางครั้งจากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจทางรังสี อาจไม่สามารถให้การวินิจฉัยโรคที่เป็นสาเหตุของอาการท้องมานได้ แพทย์จะพิจารณาเจาะดูดสารน้ำในช่องท้องออกมาตรวจ ซึ่งกระทำได้แม่นยำ และง่ายขึ้นหากใช้อัลตราซาวน์ช่วยในการเจาะดูดสารน้ำในช่องท้อง

5. ปริมาณสารน้ำที่เจาะดูดเพียงประมาณ 20 มิลลิลิตร ก็เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์ผล บางรายอาจดูดน้ำออกมาปริมาณมากเพื่อบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะท้องมาน

6. ตรวจวิเคราะห์สารน้ำในช่องท้อง นับเม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาว วัดระดับของแอลบูมิน ย้อมสีแกรมและส่งเพาะเชื้อ วัดระดับอะมัยเลส กลูโคส โปรตีน รวมทั้งส่งตรวจหาเซลล์ผิดปกติ

การรักษา

1. การรักษาอาการท้องมานขึ้นกับโรคที่เป็นสาเหตุ

2. ถ้าเกิดจากโรคมะเร็งแพร่กระจาย แพทย์จะพิจารณาให้การรักษาด้วยการผ่าตัดและเคมีบำบัด

3. น้ำในช่องท้องที่เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว ก็ให้ยารักษาภาวะหัวใจล้มเหลว รวมทั้งจำกัดอาหารเค็มที่มีส่วนประกอบของโซเดียม

4. สาเหตุส่วนใหญ่ของอาการท้องมานคือโรคตับแข็ง การรักษาเน้นที่จำกัดปริมาณโซเดียมในอาหารให้น้อยกว่าวันละ 2 กรัม ร่วมกับการใช้ยาขับปัสสาวะ

5. ยาขับปัสสาวะนิยมใช้ spironolactone (Aldactone) ร่วมกับ furosemide (Lasix) พิจารณาปรับขนาดของยาตามความเหมาะสมและการตอบสนอง ควรให้ยาในตอนเช้าเพื่อป้องกันไม่ให้ปัสสาวะตอนกลางคืนมากเกินไป

6. ในผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องเจาะระบายน้ำในช่องท้อง สามารถระบายน้ำได้ถึง 5 ลิตรต่อครั้ง ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคมะเร็งแพร่กระจายที่มีน้ำในช่องท้องมักต้องเจาะระบายออก เนื่องจากการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะไม่ค่อยได้ผลเท่าใดนัก

7. การผ่าตัดทำทางระบายน้ำในช่องท้องมักกระทำในรายที่เป็นมาก และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ ช่วยลดปริมาณน้ำในช่องท้องได้มาก และช่วยลดขนาดยาขับปัสสาวะที่ใช้ อย่างไรก็ตามต้องระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการทางสมองที่เกิดจากโรคตับ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้

8. การผ่าตัดเปลี่ยนตับสำหรับผู้ป่วยโรคตับแข็งขั้นรุนแรง และมีอาการตับวาย

ลักษณะบางประการของผู้ป่วยโรคตับแข็ง

1. ผู้ป่วยโรคตับแข็งจะมีท้องโตขึ้น เนื่องจากมีน้ำคั่งอยู่ภายในช่องท้อง และมักมีอาการขาบวมทั้ง 2 ข้างด้วย เกิดขึ้นเนื่องจากตับสร้างโปรตีนที่เรียกว่าแอลบูมินได้น้อยกว่าปกติ แอลบูมินในเลือดมีหน้าที่ช่วยอุ้มน้ำไว้ในกระแสเลือด เมื่อปริมาณแอลบูมินในเลือดลดลง ร่วมกับการที่หลอดเลือดดำในตับมีความดันสูงขึ้น ทำให้สารน้ำและเกลือแร่รั่วเข้ามาอยู่ในช่องท้องและในเนื้อเยื่อของผู้ป่วย เกิดเป็นภาวะท้องมานและขาบวมขึ้น

2. ในรายที่ท้องมานอาจเกิดการติดเชื้อของน้ำในช่องท้องได้ ผู้ป่วยโรคตับแข็งมักมีภูมิคุ้มกันต่ำลง เนื่องจากโปรตีนหลายๆชนิดที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันสร้างขึ้นจากตับ เมื่อร่วมกับภาวะที่มีน้ำท้องมาน ซึ่งน้ำในช่องท้องนี้มีธาตุอาหารสมบูรณ์สามารถเลี้ยงเชื้อได้เป็นอย่างดี ก็อาจเกิดภาวะการติดเชื้อของน้ำภายในช่องท้องได้ ผู้ป่วยเหล่านี้มักมีไข้ต่ำๆไปจนถึงไข้สูง หนาวสั่น ปวดท้อง หน้าท้องกดเจ็บ ไปจนถึงภาวะโลหิตเป็นพิษ ถึงกับเสียชีวิตได้ จำเป็นต้องรับการรักษาพยาบาลให้ยาปฏิชีวนะโดยเร็ว แพทย์จะวินิจฉัยภาวะนี้ได้โดยทำการเจาะท้องมาตรวจนับเซลล์เม็ดเลือดขาวของ น้ำในช่องท้อง

3. ภาวะไส้เลื่อนที่สะดืออาจพบได้ในผู้ป่วยท้องมานจากตับแข็ง ผู้ป่วยจะมีท้องมานโต และน้ำดันรูรั่วที่สะดือนูนออกมาจนเป็นสะดือจุ่นขนาดโต โรคแทรกซ้อนที่พบได้คือผิวหนังบริเวณสะดือจุ่นนี้เป็นแผล และเกิดการติดเชื้อ ถ้าผิวหนังบริเวณนี้บางมากอาจโป่งและแตกออกมีน้ำท้องมานไหลรั่วออก เกิดการติดเชื้อของน้ำท้องมานได้ง่าย ในกรณีนี้มีอัตราเสียชีวิตสูงมาก บางรายอาจมีลำไส้ยื่นเข้ามาอยู่ในสะดือจุ่นนี้ และขอบรูรั่วของผนังหน้าท้องกดรัดจนไม่มีเลือดเข้ามาเลี้ยงลำไส้ส่วนยื่น เข้ามา จนในที่สุดลำไส้ส่วนที่ยื่นนี้อักเสบเน่าตายจนต้องรักษาโดยการผ่าตัด พยายามควบคุมลดน้ำท้องมาน หรืออาจจำเป็นต้องผ่าตัดเย็บปิดรูรั่วที่สะดือ

4. ผู้ป่วยท้องมานจากตับแข็ง อาจเกิดภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดร่วมด้วย การมีน้ำท่วมอยู่ในช่องปอดทำให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจหอบเหนื่อยได้ ส่วนใหญ่มักจะเกิดน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดด้านขวาข้างเดียว

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

186 บทความ

ที่ปรึกษา

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

เชื้อไวรัสไข้หวัดนก

27 สิงหาคม 2556 2.500

ข่าวใหญ่มาแล้วครับ หวัดนกโผล่ที่พิษณุโลก ผลแล็บยืนยัน พบเชื้อในเป็ดไล่ทุ่ง ทางการโดยกรมปศุสัตว์จึงต้องดำเนินมาตราการทันทีครับ สั่งคุมเข้มรัศมี 5 ก.ม. กำหนด 60 วันต่อจากนี้เป็นช่วงเฝ้าระวังพิเศษ

อาหารที่จำเป็นสำหรับฟันและลดการฟันผุ

6 มิถุนายน 2556 1.247

อาหารที่ท่านรับประทานมีผลต่อสุขภาฟันของท่าน ดังนั้นจึงควรทานอาหารที่ครบหมู่ ซึ่งจะช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและเหงือกให้แข็งแรง ช่วยป้องกันฟันผุ

FITNESS กับการออกกำลังกาย ตอนที่ 17

18 กุมภาพันธ์ 2557 1.452

ในเสาร์นี้ผมขอเว้นที่จะกล่าวถึง “FITNESS กับการออกกำลังกาย” เอาไว้ชั่วคราว โดยผมใคร่ขอกล่าวถึงรายการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีการจัดการแข่งขันทุกปีเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ๆ ในโลกนี้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ