โพสต์ 16 ก.ค. 60 ปรับปรุง 16 ก.ค. 60 396 Views

ที่อับอากาศ....จุดเสี่ยงถึงแก่ชีวิต ที่ไม่ควรมองข้าม

จากเหตุการณ์ที่มีนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พลัดตกลงไปในบ่อบำบัดน้ำเสียและคนที่ลงไปช่วยเสียชีวิตด้วย รวมห้ารายนั้น ในประเทศไทยพบรายงานผู้เสียชีวิตและเจ็บป่วยจากการทำงานในที่อับอากาศอยู่เป็นประจำ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะเสียชีวิตมากกว่าเจ็บป่วย และ บ่อยครั้งที่ผู้ลงไปช่วยเสียชีวิต

... หลายคนอาจคิดว่าบ่อบำบัดน้ำเสียดูไม่น่ามีอันตราย แต่แท้จริงแล้ว บ่อบำบัดน้ำเสียจัดเป็นสถานที่อับอากาศประเภทหนึ่ง ซึ่งภายในที่อับอากาศ สามารถมีสภาพบรรยากาศที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

คำจำกัดความของ “ที่อับอากาศ” คือ ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจำกัด และ การระบายอากาศไม่เพียงพอที่จะทำให้อากาศภายในอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อการทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ตัวอย่างเช่น เหมืองแร่ ก๊าซและน้ำมัน อุโมงค์ ถ้ำ หลุม บ่อ อันตรายภายในที่อับอากาศที่อาจถึงแก่ชีวิต ได้แก่ ออกซิเจนไม่เพียงพอต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรือ มีก๊าซพิษ เช่น ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า (H2S) ก๊าซมีเทน หรือก๊าซชีวภาพ (CH4) ก๊าซคาร์บอน มอนอกไซด์ สะสมอยู่ภายในที่ระดับความเข้มข้นสูงจนเกิดอันตราย มีก๊าซ ไอ ละออง ซึ่งติดไฟหรือระเบิดได้หากเข้มข้นเกินร้อยละ 10 ของความเข้มข้นที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ในอากาศ

สภาพบรรยากาศเหล่านี้ไปทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดอากาศหายใจ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ มึนงง หายใจไม่ออก หมดสติ จนถึงเสียชีวิตได้ อันตรายดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายต่อผู้ลงไปช่วยเหลือโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

กฎหมายไทยได้กำหนดให้นายจ้างต้องมีการตรวจวัดสภาพอากาศใน “ที่อับอากาศ” ก่อนเริ่มลงไปปฏิบัติงาน และระหว่างปฏิบัติงานในที่อับอากาศทุกครั้ง หากพบว่าสภาพบรรยากาศมีระดับออกซิเจนต่ำกว่าปกติ คนทำงานต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจชนิดที่มีระบบจ่ายอากาศ เช่น ชนิดมีระบบจ่ายอากาศในตัวเสมอ (Self-contained breathing apparatus; SCBA) กรณีสภาพบรรยากาศมีความเข้มข้นของสารเคมีที่เป็นอันตรายเกินมาตรฐาน ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจชนิดปิดเต็มหน้า (Full-face respirator) หรือ ชนิดปิดครึ่งหน้า (Half-face respirator) และต้องจัดฝึกอบรมมาตรฐานความปลอดภัยให้ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ

ในเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่มีคนตกลงไปในที่อับอากาศ ผู้ลงไปช่วยเหลือจึงควรคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย เนื่องจากสภาพอากาศในที่อับอากาศสามารถทำให้คนที่ลงไปช่วยเสียชีวิตได้ หากไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ผู้ลงไปช่วยเหลือจึงต้องสวมชุดอุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ หน้ากาก ถังออกซิเจน และ ใช้มาตรฐานความปลอดภัยในที่อับอากาศตลอดเวลาการเข้าช่วยเหลือ ได้แก่ ใส่ห่วงยางชูชีพซึ่งอีกข้างผูกตรึงกับตำแหน่งนอกบริเวณพื้นที่อับอากาศ หรือติดตั้งระบบรอกผูกระหว่างผู้ลงไปช่วยเหลือกรณีพื้นที่อับอากาศที่ลึกเกิน 5 ฟุต (1.5 เมตร) กับตำแหน่งนอกบริเวณพื้นที่เสี่ยง มีบันไดราวกันตก หมั่นตรวจตราอุปกรณ์ช่วยเหลือเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา และใช้ระบบคนช่วย 2 คน (buddy system) โดยคนที่อยู่นอกพื้นที่พร้อมจะเข้าช่วยเหลืออีกคนได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉินขณะช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ มาตรการเหล่านี้จะช่วยลดการสูญเสียชีวิตลงได้

ใน คนทำงานบางรายที่เป็นโรคทางเดินหายใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคลมชัก หรือโรคอื่น เมื่อลงไปในที่อับอากาศ อาจพบกับสภาวะขาดอากาศ การเข้าไปในที่อับอากาศจะเป็นอันตราย แพทย์อาจให้ความเห็นไม่อนุญาตให้ทำงานในที่อับอากาศ เพื่อลดความเสี่ยง ดังนั้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจของนายจ้าง แนะนำว่าคนทำงานในที่อับอากาศควรได้รับการตรวจประเมินสุขภาพอย่างน้อยทุก 1 ปี

ขอขอบคุณผู้ประพันธ์บทความ

แพทย์หญิงภัทราวลัย พิชาลัย
พ.บ. (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย Harvard ประเทศสหรัฐอเมริกา, แพทย์เฉพาะทางสาขาอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัย Harvard ประเทศสหรัฐอเมริกา

ขอขอบคุณ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาวะฉุกเฉินในเด็ก

20 กุมภาพันธ์ 2557 997

ควรรีบนำเด็กไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเมื่อเด็กมีอาการ

วิธีป้องกันยาเสพติด

7 มิถุนายน 2556 1.692

การแก้ไขปัญหายาเสพติดระบาดที่นับว่าได้ผลดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้มีคนที่ติดยาเสพติดมากขึ้นไปอีกกว่าที่มีในปัจจุบัน ดังคำกล่าวที่เราพยายามเผยแพร่ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงอยู่เสมอๆ ว่า "ไม่เริ่ม..ไม่ต้องเลิก"

การดูแลสุขภาพ และสมรรถภาพนักกีฬาทีมชาติไทย

19 กุมภาพันธ์ 2557 1.556

การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเหล่ามวลมนุษย์ในทวีปเอเซีย กำลังจะเริ่มต้น ณ เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 1-15 ธันวาคม 2549 ซึ่งประเทศไทยของพวกเราก็จะส่งนักกีฬาทีมชาติไทยทั้งชายและหญิงจำนวน 377 คน (ชาย 205 คน และหญิง 172 คน)

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ