โพสต์ 10 ส.ค. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 3,506 Views

ทำไมเวลาเครื่องบินลงผมต้องหูอื้อด้วยครับ

ทำไมเวลาเครื่องบินลงผมต้องหูอื้อด้วยครับ

ผู้อ่านหลายๆ ท่านคงเคยประสบกับปัญหา หูอื้อ หรือปวดหู เวลาที่เครื่องบินกำลงลดระดับเพดานบิน เพื่อลงจอด บางครั้งอาการเป็นรุนแรงมากโดยเฉพาะเมื่อเราเป็นหวัดคัดจมูก จนต้องไปพบแพทย์ด้วยอาการหูอื้อหลังจากการบินใช่ไหมครับ

วันนี้เราจะคุยกันถึงปัญหาเรื่องหูอื้อที่เกิดขึ้นว่ามีสาเหตุจากอะไรและควรจะป้องกันอย่างไรนะครับก่อนอื่นเรามาดูว่าลักษณะทางกายวิภาคของหูเราประกอบด้วยอะไรบ้างก่อนก็แล้วกัน

หู แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ตามลักษณะทางกายวิภาค คือ

1.  หูชั้นนอก ประกอบด้วย ใบหู รูหู จนถึงเยื่อแก้วหู

2.  หูชั้นกลาง ประกอบด้วย เยื่อแก้วหู กระดูกค้อนทั่งโกลน และเส้นประสาทบางส่วนรวมไปถึงโพรงอากาศที่หูบริเวณดังกล่าว และท่อยูสเตเชียน (Eeustachian Tube) ซึ่งต่อระหว่างหูกับบริเวณหลังโพรงจมูก

3.  หูชั้นใน ประกอบด้วย อวัยวะสำคัญที่เป็นระบบประสาท 2 ด้าน คือ cochlear และ Semicercular canal ซึ่งจะทำหน้าที่รับการได้ยินและการทรงตัวตามสำคัญ

 

เจ้าตัวปัญหามันก็เกิดจาก ท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) นี่แหล่ะครับโดยที่หูชั้นกลางของเราจะสามารถปรับความดันให้เท่ากับบรรยากาศภายนอกร่างกายได้ โดยผ่านท่อยูสเตเชียน ซึ่งเป็นท่อที่กล้ามเนื้อโดยรอบไอ้เจ้าท่อนี้ปกติจะปิด แต่มันจะเปิดเมื่อเราหาว กลืนน้ำลาย หรือขยับกลาม

 

ทีนี้เวลาเรานั่งเครื่องบินขึ้นไป ความดันอากาศรอบๆ ตัวในห้องโดยสารก็จะลดลง ทำให้อากาศในหูชั้นกลางจะไหลผ่านท่อยูสเตเชียนออกมาภายนอก

ที่นี้พอเครื่องบินลดเพดานบินลง ความดันบรรยากาศภายในห้องโดยสารจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทำให้ความดันในหูเป็นลบ เมื่อเทียบกับภายนอก ทำให้หูอื้อ

 

เราต้องพยายามเปิดท่อยูสเตเชียน เพื่อให้ความดันในหูชั้นกลางเท่านกับภายนอก จึงจะหายหูอื้อเพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรก็ตามไปขัดขวางการเปิดขอบหูยูสเตเชียนก็จะทำให้เราไม่สามารปรับสภาพของหูชั้นกลางได้ อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บและหูอื้อได้

คราวหน้าเราจะมาคุยกันเรื่องที่ว่าอะไรเป็นปัจจัยทึ่ขัดขวางการเปิดของท่อยูสเตเชียนและจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรนะครับ

ขอขอบคุณ

Author
ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยาต้านไวรัสเอดส์

8 สิงหาคม 2556 81.430

ยาต้านไวรัสเอดส์ หรือบางคนเรียกสั้นๆ ว่า "ยาต้าน" ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า "เออาร์วี" (ARV) ย่อมาจาก antiretroviral ในปัจจุบันมียาต้านไวรัสเอดส์จำนวนมาก ออกฤทธิ์ยับยั้งการแพร่พันธุ์ทำให้เชื้อไวรัสเอดส์ลดน้อยลงได้

ตาขี้เกียจ

15 กุมภาพันธ์ 2557 4.026

ตาขี้เกียจ (lazy eye) หมายถึง ความสามารถในการมองเห็นลดลง โดยตรวจไม่พบโรคทางตาใดๆ แม้ใส่แว่นตาแก้ไขแล้วก็ไม่ดีขึ้น การมองเห็นที่แย่ลงเกิดจาก

ผู้หญิงต้องรู้ ปวดศีรษะไมเกรนช่วงที่มีประจำเดือน

18 กันยายน 2558 192.127

ในช่วงก่อนมีประจำเดือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ก่อนมีประจำเดือน 1-3 วันระดับเอสโตรเจนจะลดลงอย่างรวดเร็ว (estrogen withdrawal) จะเกิดการกระตุ้นให้ทำให้ปวดศีรษะไมเกรนได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ