โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 9 มิ.ย. 57 1,934 Views

ทำอย่างไร ทารกในครรภ์จึงจะมีฟันที่แข็งแรง ?

ทำอย่างไร ทารกในครรภ์จึงจะมีฟันที่แข็งแรง ?

ทารกในครรภ์จะเริ่มสร้างฟัน เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือน และอีก 2 เดือนต่อมาจึงเริ่มมีการเพิ่มแร่ธาตุในตัวฟัน ดังนั้นการเตรียมตัวที่สำคัญก็คือ คุณแม่ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของทารก และฟันของทารก ได้แก่อาหารประเภทที่มีแคลเซียม ซึ่งจะมีผลต่อการสร้างฟันของทารก เช่น นม ไข่ เป็นต้น

ฟันคุณแม่ล่ะ ดูแลอย่างไร ?

การดูแลรักษาสุขภาพปาก และ ฟันของคุณแม่ก็เป็นสิ่งสำคัญ สมัยโบราณคงเคยได้ยินคำกล่าวว่า “เมื่อตั้งครรภ์ ทารกในครรภ์จะดึง สารอาหารจากฟันแม่ ทำให้เกิดฟันผุมากขึ้น คำกล่าวนี้ไม่เป็นความจริงเลย”

สาเหตุจากฟันผุในช่วงตั้งครรภ์ มาจากการดูแลรักษาฟันไม่ดีพอ ประกอบกับการเปลี่ยน แปลงฮอร์โมน ในร่างกาย ทำให้มีผลต่อเหงือก คือ เหงือกจะมีอาการบวม และอักเสบง่ายกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อแปรงฟันก็จะเจ็บ และ มีเลือดออกได้ง่าย ทำให้คุณแม่ละเลยการแปรงฟัน เหงือกจึงอักเสบ และ ฟันผุมากขึ้นในช่วงนี้
อีกสาเหตุที่ทำให้ฟันผุง่ายกว่าปกติ คือ เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีอาการแพ้ท้อง อาเจียนบ่อย กรดจะค้างอยู่ภายในช่องปาก ดังนั้น ถ้าบ้วนปาก หรือ แปรงฟันไม่สะอาดหลังอาเจียน ก็จะทำให้ฟันผุได้ง่ายขึ้น
เมื่อตั้งครรภ์ ทำฟันได้หรือไม่ ?

ผู้ที่มีความกลัวการทำฟันอยู่แล้ว พอเริ่มตั้งครรภ์ยิ่งทำให้มีความกลัว และวิตกกังวลมากขึ้น โดยเฉพาะกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่ ?

ขอให้ท่านลดความกังวล และความกลัว เพราะความจริงก็คือ ไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์แต่อย่างใด โดยเฉพาะใน ช่วง 4 - 6 เดือน ของการตั้งครรภ์ จะเป็นระยะที่เหมาะสม และปลอดภัยมากที่สุดในการทำฟัน

ในช่วง 3 เดือนแรก ของการตั้งครรภ์นั้น จะเป็นช่วงที่ร่างกายคุณแม่มีการปรับตัวทั้งสภาวะร่างกาย และจิตใจ รวมทั้งอารมณ์จะไม่ปกติ การจะต้องมาทำฟัน อาจทำให้คุณแม่มีความ เครียดเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลต่อทารก แต่จะยกเว้นในกรณีที่คนไข้มีอาการปวดมาก ทันตแพทย์ก็คงพิจารณาเฉพาะในแต่ละราย เพื่อลดอาการปวดของคุณแม่ที่อาจจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้เช่นกัน

ส่วนในช่วง 3 เดือนสุดท้าย ก่อนคลอดนั้น การนั่งทำฟันนาน ๆ จะไม่สะดวกต่อคุณแม่เอง ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ไม่เหมาะแก่การทำฟัน ยกเว้นในกรณีที่คุณแม่มีอาการปวดมาก หรือมีการติดเชื้อภายในช่องปาก

ควรปฏิบัติอย่างไร เมื่อตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพฟันที่ดีของแม่ และทารก

บ้วนปาก หรือ แปรงฟัน หลังอาหาร หรือหลังอาเจียน
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ไข่ ผัก นม หลีกเลี่ยงขนมหวาน
เมื่อจำเป็นต้องใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง เพราะยาบางชนิด จะมีผลต่อฟันของทารกในครรภ์
เมื่อตั้งครรภ์ ควรพบทันตแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การรักษาด้วยเฝือกไม้

27 สิงหาคม 2556 1.586

ในปัจจุบัน การรักษากระดูกหักบางพื้นที่ ประชาชนยังคงมีความศรัทธาในการรักษาด้วยวิธีใช้เฝือกไม้ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในชนทบห่างไกลสถานพยาบาล แต่ก็ยังพบได้ในกรุงเทพมหานคร โปรดติดตามข้อมูลต่อไปนี้ แล้วท่านจะทราบว่าเฝือกไม้มีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร

เวียนศีรษะบ้านหมุน…ทำไมเป็นบ่อยจัง !!!

6 มิถุนายน 2556 781

คุณผู้อ่านเคยมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนไหมครับ..เอา แบบที่บ้านหมุนติ้วๆ มีคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อแตก ใจสั่นด้วยนะครับ คนที่เคยเป็นแล้วจะรู้ว่าอาการดังกล่าวนั้น มันแสนจะทรมานจนคิดว่าขออย่าได้เป็นอีกเลยในชาตินี้..

อยากเห็นเมืองไทยปลอดวัณโรค

2 สิงหาคม 2556 2.586

วันที่ 24 มีนาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันวัณโรคโลก” หรือ “World TB Day” เพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. Robert Koch ผู้ค้นพบเชื้อวัณโรคในปี พ.ศ. 2425 และเพื่อให้ทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายของโรควัณโรค ซึ่งคร่าชีวิตมนุษย์มาตั้งแต่มีการค้นพบเชื้อวัณโรค

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ