โพสต์ 25 ก.พ. 58 ปรับปรุง 24 ก.ค. 58 23,393 Views

ทำความรู้จัก Superbug โดยศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพฯ

ซุปเปอร์บั๊ก (Superbug) เป็นชื่อเรียกแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ โดยจะดื้อยาแม้กระทั่งยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม superbug ได้ยาก และมีอัตราตายสูง จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่ามีการระบาดของ superbug ที่ศูนย์การแพทย์โรนัล เรแกน แห่งมหาวิทยาลัย UCLA ในกรุงลอสแอลเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยคาดว่ามีผู้ป่วยกว่า 200 คนสัมผัสกับเชื้อ และขณะนี้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย (อัพเดทเมื่อ 24 กพ. 2558)

เชื้อแบคทีเรียต้นเหตุ มีชื่อเรียกว่า CRE (Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae) โดยการระบาดของเชื้อเกิดจากการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวในอุปกรณ์ที่ ใช้ในการส่องกล้องลำไส้ อุปกรณ์ดังกล่าวประกอบด้วยกล้อง duodenoscopy ซึ่งใช้ในการทำหัตถการ ERCP (Endoscopic retrograde cholangiopancreatography) โดยการสอดสายกล้องเข้าทางปาก ผ่านคอ หลอดอาหาร ลงไปสู่กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น โดยหัตถการดังกล่าวใช่ช่วยในการตรวจวินิจฉัยอวัยวะหลายชนิดเช่น ตับ ตับอ่อนและท่อน้ำดี โดยในสหรัฐอเมริกาเองมีการทำหัตถการนี้กว่าห้าแสนรายต่อปี

โดยปกติแล้วแบคทีเรียกลุ่ม  Enterobacteriaceae นั้นพบโดยปกติในระบบทางเดินอาหารและไม่ก่อโรค แต่เมื่อเชื้อเกิดการเปลี่ยนที่ เช่น เข้าไปอยู่ในอวัยวะอื่น เช่น ระบบทางเดินปัสสาวะ ทางเดินหายใจ หรือปนเปื้อนไปกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สอดเข้าไปตรวจลำไส้ แบคทีเรียอาจก่อโรคและเกิดการดื้อยาหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่ม Carbapenem

ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะชนิดที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรง ซับซ้อน หรือดื้อต่อยาปฏีชีวนะตัวอื่นๆ ถึงแม้ว่าแบคทีเรียกลุ่ม CRE จะมีความรุนแรง แต่ในผู้ที่สุขภาพดีทั่วไปมักไม่ติดเชื้อนี้ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ผู้ที่รับการดูแลรักษาพยาบาลเป็นเวลานานๆ เช่น นอนโรงพยาบาลหรือสถานพักฟื้นเป็นเวลานาน โดยคนเหล่านี้มักมีอาการเจ็บป่วยอยู่เดิมและได้รับยาปฏิชีวนะอยู่แล้วในการรักษาและมักได้รับการตรวจโรคด้วยอุปกรณ์ที่ทำสอดเข้าไปในร่างกายเช่นการสอดกล้องดูลำไส้

ศูนย์ควบคุมโรคระบาดสหรัฐหรือ CDC ได้เคยออกมาเตือนว่าอุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้ตรวจภายในลำไส้นั้นอาจเกิดการปน เปื้อนจากแบคทีเรียในลำไส้ได้ โดยแบคทีเรียเหล่านี้อาจจะก่อโรคในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ทำ duodenoscopy นั้นมีความซับซ้อนกว่ากล้องชนิดอื่นและทำความสะอาดได้ยากกว่า CDC กล่าวว่ากว่า 40-50% ของผู้ที่ติดเชื้อกลุ่ม superbug เสียชีวิต โดยเฉพาะจากการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยที่เชื้อกลุ่ม CRE เองนั้นรักษายากกว่าเชื้อดื้อยากลุ่มอื่นเช่น MRSA ซึ่งพบบ่อยกว่า การรักษามักต้องใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกันหลายๆชนิด โดยผู้ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นคือผู้ที่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลนานๆหรือ เพิ่งมีการใช้ยาปฏิชีวนะมาไม่นาน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยามากขึ้น บุคลากรทางการแพทย์เองรวมถึงญาติของผู้ป่วยต้องล้างมืออย่างสม่ำเสมอ   

เพิ่มเติม
http://www.cdc.gov/HAI/organisms/cre/
http://www.cdc.gov/hai/outbreaks/cdcstatement-LA-CRE.html

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

หูชั้นกลางอักเสบ

28 สิงหาคม 2556 1.921

การอักเสบของหูชั้นกลางเกิดขึ้นได้บ่อยในเด็กซึ่งมักจะเป็นผลจากการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนบนแล้วลามมายังหูการสังเกตหรือคอยติดตามดูอาการจะช่วยให้เราสามารถนำเด็กมาพบแพทย์ได้เร็วขึ้น โดยเด็กมักจะบ่นปวดหู , หูอื้อ มีไข้ขึ้น ภายหลังจากเป็นหวัดไอมาได้สามสี่วัน

ต้อกระจก

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.480

ต้อกระจกคือ สภาวะของแก้วตา หรือเลนส์ในลูกตา ไม่ใสเหมือนเดิม อาจจะขุ่นมัว มีผลทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเสื่อมสภาพตามวัย นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากการกระทบกระแทก การได้รับอุบัติเหตุที่บริเวณตา หรือมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ และมีผลมาที่บริเวณตา เช่น เบาหวาน เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยง...ปวดหลัง

17 สิงหาคม 2556 2.592

ปวดหลังเป็นอาการไม่ใช่โรค อาการปวดหลังเป็นอาการ ที่พบได้บ่อยและมักจะหายไปได้เอง โดยอาจมิต้องการรักษาใดๆ ร้อยละ 90 ถึง 95 เป็นอาการปวดหลังที่ไม่ทราบสาเหตุคือ แพทย์ไม่สามารถจะจับตัวต้นเหตุแห่งอาการปวดได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ