โพสต์ 21 ส.ค. 56 ปรับปรุง 22 ธ.ค. 60 5,198 Views

ต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมากโต

โรคต่อมลูกหมากโตที่มีอาการรักษาให้หายได้ แต่ต้องไม่อายหมอ

          โรคต่อมลูกหมากโตพบได้ในเพศชายอายุตั้งแต่ 40 ปี และจะยิ่งพบมากขึ้นตามอายุ ประมาณว่าเมื่อถึงอายุ 80 ปี ร้อยละ 80 จะเป็นโรคต่อมลูกหมากโต โดยทั่วไปถึงแม้ว่าต่อมลูกหมากจะโตขึ้น จะพบว่าร้อยละ 40-50 ของผู้ป่วยเท่านั้นที่จะมีอาการของโรคนี้ เนื่องจากเนื้อต่อมซึ่งอยู่ด้านในสุดล้อมรอบท่อปัสสาวะ ซึ่งเป็นส่วนที่โตขึ้นนี้ จะบีบท่อปัสสาวะทำให้แคบลง และทำให้เกิดอาการปัสสาวะขัด รวมทั้งอาการอื่น ๆ ของโรคนี้ด้วย ปกติโรคต่อมลูกหมากโต จะไม่รบกวนกับปัญหาทางเพศ อย่างไรก็ตามอาการทางปัสสาวะที่รุนแรง อาจทำให้ดูคล้ายกับว่า สมรรถภาพทางเพศเสื่อมเสียไป อีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือ โรคต่อมลูกหมากโตไม่ใช่มะเร็ง และไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่ทั้งสองโรค อาจพบร่วมกันได้ในบางคน ทั้งนี้ เนื่องจากว่าตำแหน่งที่เกิดโรคทั้งสองนี้ ไม่เหมือนกันนั่นเอง

จะทราบได้อย่างไรว่ามีอาการของโรคต่อมลูกหมากโต

1.  ลุกขึ้นมาถ่ายปัสสาวะกลางดึกมากกว่า 2 ครั้ง

image

2.  ต้องไปถ่ายปัสสาวะบ่อย ๆ กลั้นไว้ได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง

image

3.  เมื่อเริ่มปวดปัสสาวะแล้วกลั้นไม่ได้ ต้องรีบเข้าห้องน้ำ

image

4.  เมื่อเริ่มจะถ่ายปัสสาวะ ต้องเบ่งหรือรอนานก่อนจะถ่ายปัสสาวะออกมาได้

image

5.  สายปัสสาวะไม่พุ่งไหลช้าเป็นลำเล็ก

image

6.  สายปัสสาวะขาดตอนเป็นช่วง ๆ ไหล ๆ หยุด ๆ

image

7.  รู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุดดี ปัสสาวะเสร็จแล้วยังอยากไปอีก

image

การวินิจฉัยโรค

  1. การซักประวัติแพทย์จะซักถามอาการ ระยะเวลาที่เริ่มเป็นมา บางครั้งใช้แบบสอบถามให้คะแนนอาการขับถ่ายปัสสาวะผิดปกติ
  2. แพทย์ จะตรวจสอบต่อมลูกหมาก โดยสวมถุงมือใช้ยาหล่อลื่นคลำต่อมลูกหมาก เพื่อพิจารณาขนาด และลักษณะผิวนอก เพื่อแยกโรคมะเร็งต่อมลูกหมากออกจากโรคต่อมลูกหมากโต
  3. การตรวจสอบสายปัสสาวะว่าขัดมากน้อยแค่ไหน และดูปริมาณปัสสาวะที่เหลือค้าง
  4. ตรวจเอนไซม์ในเลือดชื่อ พี.เอส.เอ (PSA : Prostate Specific Antigen) ค่าปกติประมาณ 0-4 ng/ml
  5. ตรวจ สอบด้วยเครื่องอัลต้าซาวนด์ สามารถวัดขนาดของต่อมลูกหมาก และตัดชิ้นเนื้อด้วยเข็มเล็ก ๆ เพื่อหาสาเหตุเมื่อค่า พี.เอส.เอ. สูงมากเกินไป
  6. ตรวจสอบภายในด้วยกล้องส่องกระเพาะปัสสาวะ เมื่อมีความจำเป็น

หมายเหตุ  : การวินิจฉัยข้อ 1-3 เป็นวิธีการขั้นต้นที่มีความจำเป็นก่อนที่จะพิจารณาการตรวจอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

ผลแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น ถ้าไม่เข้ารับการรักษา ได้แก่

  • กระเพาะปัสสาวะคราก ขับปัสสาวะออกไม่ได้หมด
  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง
  • ปัสสาวะเป็นเลือด เนื่องจากต่อมลูกหมากบวม
  • ปัสสาวะไม่ออก
  • การทำงานของไตเสื่อมลง โรคนิ่ว ไตวาย

การรักษา

  1. ถ้า อาการไม่มากนัก แพทย์จะแนะนำวิธีการปฏิบัติตัว เรียกว่ารอดูอาการด้วยความระมัดระวัง (Watchful Waiting) โดยให้ท่านเอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพปัสสาวะ หากเมื่อมีอาการผิดปกติมากขึ้น จึงเริ่มให้การรักษาทางยา
  2. การใช้ยา กลุ่มที่ใช้ในโรคต่อมลูกหมากโต มีอยู่ 2-3 ชนิด บางชนิดเป็นยาที่ลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อที่บีบรัดท่อปัสสาวะ บางชนิดเป็นยาที่ลดขนาดต่อมลูกหมาก บางชนิดเป็นสมุนไพรที่สกัดขึ้นเพื่อลดอาการ รวม ๆ ท่านควรได้รับคำอธิบายจากแพทย์ว่าจะให้ยาประเภทไหน ระยะเวลาการรักษาจะนานเพียงใด เพื่อประโยชน์ในการติดตามผล
  3. การรักษา ด้วยวิธีขูดต่อมลูกหมาก เรียก ทียูอาร์พี TURP (Transuretharal Prostatectomy) เป็นการตัดต่อมลูกหมากออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ โดยใช้เครื่องมือผ่านทางท่อปัสสาวะ วิธีการนี้ยังคงเป็นการรักษาที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง ซึ่งทั่วโลกยอมรับ สามารถได้โดยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ หรือศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น ระหว่างที่ทำการผ่าตัดท่าจะได้รับการวางยาเฉพาะส่วนล่างจึงไม่มีความรู้สึก เจ็บ หลังการผ่าตัดมีสายสวนปัสสาวะคาอยู่ ประมาณ 3-4 วัน เพื่อให้กระเพาะปัสสาวะได้หยุดพัก รอให้แผลภายในหายดีขึ้น หลังจากเอาสายสวนปัสสาวะออก ท่านจะถ่ายปัสสาวะได้คล่องกว่าเดิมแน่นอน และจะยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 2-4 อาทิตย์
  4. การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ได้แก่ การใช้คลื่นความร้อน เช่น ไมโครเวฟ คลื่นวิทยุ โดยให้ความร้อนประมาณ 45-70 องศาเซลเซียส ผ่านเข้าไปที่ต่อมลูกหมาก รอให้เนื้อต่อมลูกหมากฝ่อลงจากการเผาไหม้ การถ่างต่อมลูกหมาก โดยใช้ลูกโป่งบัลลูนรักษาได้ชั่วคราว

          เมื่อท่านมีปัญหาโรคต่อมลูกหมากโต ควรได้รับคำชี้แจงจากแพทย์ที่ดูแลท่าน เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ดี และถูกต้อง และได้รับการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละกรณีต่อไป

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

186 บทความ

ที่ปรึกษา

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาวะผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้วไม่หายปวด

3 สิงหาคม 2556 1.409

ภาวะการผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้วไม่หายปวดหรือเรียกว่า Failed Back Surgery Syndrome เป็นภาวะที่ทำการรักษาได้ยากที่สุดซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้ผู้ป่วยเองมีอาการปวดทรมานรวมทั้งเป็นเรื่องยากสำหรับแพทย์ผู้ทำการรักษาและยุ่งยากสำหรับแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดรักษาครั้งต่อไป

โรคที่มากับฤดูหนาว ตอนที่ 4: โรคไข้สุกใส

6 มิถุนายน 2556 1.719

โรคไข้สุกใสเกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ วาริเซลลา (Varicella virus) หรือ ฮิวแมนเฮอร์ปี่ไวรัส ชนิดที่ 3 (Human herpes virus type 3) ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด ไวรัสชนิดนี้ติดต่อโดยการหายใจ ไอ จามรดกัน

วันไตโลก 2012

15 กุมภาพันธ์ 2557 8.473

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังประมาณ 7 ล้านคน โดยครึ่งหนึ่งเป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระยะต้น และอีกครึ่งหนึ่งเป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระยะปานกลางถึงรุนแรง ผู้ป่วยโดยมากมักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคไต จึงไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที คนส่วนใหญ่ตรวจเจอว่าเป็นโรคไตโดยบังเอิญจากผลเลือดหรือปัสสาวะโดยที่ยังไม่มีอาการใด นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าอาการปวดหลัง อาการขาบวม น่าจะเกิดจากโรคไต จึงมักขอตรวจว่าเป็นโรคไตหรือไม่ ซึ่งผลตรวจส่วนใหญ่จะพบว่าการทำงาน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ