โพสต์ 28 ส.ค. 56 ปรับปรุง 17 ต.ค. 62 39,537 Views

ต่อมทอนซิลอักเสบ

ต่อมทอนซิลอักเสบ

ต่อมทอนซิลเป็นกลุ่มของเนื้อเยื่อประเภทต่อมน้ำเหลือง มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ภายในต่อมมีเม็ดเลือดขาวหลายชนิด บางชนิดสามารถดักจับเชื้อโรคด้วยตัวของมันเองได้โดยตรง และบางชนิดต้องเสริมภูมิคุ้นกันก่อนจึงส่งออกไปกำจัดเชื้อโรคอีกที ต่อมทอนซิลพบได้หลายตำแหน่ง ต่อมที่เราเห็นจะอยู่ด้านข้างของช่องปากมีชื่อเรียกว่า "พาลาทีนทอนซิล" นอกจากนี้ ต่อมทอนซิลยังพบได้บริเวณโคนลิ้นและช่องหลังโพรงจมูกอีกด้วยในผู้ป่วยที่ต้องตัดต่อมทอนซิลจะไม่มีผลกระทบถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพราะมีอวัยวะอื่นๆ เช่น ต่อมน้ำเหลืองที่
ทำหน้าที่แทนได้

ทอนซิลอักเสบ (tonsillitis) เป็นภาวะอักเสบของต่อมทอนซิล ส่วนคออักเสบ (pharyngitis) หมายถึง ภาวะอักเสบของเนื้อเยื่อในลำคอที่อยู่บริเวณหลังช่องปากเข้าไป บางครั้งภาวะทั้งสองอาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้บางครั้งอาจเกิดเพียงทอนซิลอักเสบหรือคออักเสบอย่างใดอย่างหนึ่งโดยทั่วไปเมื่อพูดว่าต่อมทอนซิลอักเสบจะหมายความถึงการอักเสบของต่อมทอนซิลซึ่งโดยมากเป็นทั้งสองข้างและมักมีอาการอักเสบของหลอดคอหอยร่วมด้วยต่อมทอนซิลอักเสบแบ่งเป็นชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง

สาเหตุ

1.  ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน อาจเกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัส และแบคทีเรียเด็กก่อนวัยเรียนมักจะเกิดจากเชื้อไวรัส และติดต่อกันได้ง่ายเพราะไม่รู้จักวิธีป้องกันการติดต่อของโรค สำหรับในเด็กโตและผู้ใหญ่มักจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียส่วนใหญ่เป็นเชื้อกลุ่มเดียวกันกับที่ทำให้เป็นโรคหวัดหรือเชื้อที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบหายใจตอนบน

2.  เชื้อไวรัสที่พบบ่อยที่สุดคือ rhinovirus และ coronavirus ซึ่งอาการมักไม่รุนแรง ส่วนเชื้อ adenovirus และ herpes simplex virus พบว่าเป็นสาเหตุได้ไม่บ่อยแต่มีความสำคัญเพราะมีอาการรุนแรงผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีในระยะแรกอาจมีอาการคออักเสบและทอนซิลอักเสบได้

3.  เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคพบได้หลายชนิด ร้อยละ 15 เกิดจากเชื้อสเตร็ปโตค็อคคัส S. pyogenesส่วน group C และ G อาจเกิดการระบาดโดยปนเปื้อนในอาหารได้

อาการ

ผู้ป่วยโรคต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน จะมีอาการไข้ หนาวสั่น เจ็บคอ โดยเฉพาะเวลากลืนอาหาร หรือน้ำลาย จะเจ็บมากพยาธิสภาพของโรคนี้ พบการบวมแดงของต่อมทอนซิลและเยื่อบุคอหอย อาจพบหนองได้
ในกรณที่เกิดจากการติดเชื้อสเต็ปโตค็อคคัส จะพบการอักเสบรุนแรงกระจายทั่วไป ลิ้นไก่แดงมาก และพบหนอง
สีเทาเหลืองที่บริเวณทอนซิลได้บ่อย

การวินิจฉัย

โรคนี้สามารถให้การวินิจฉัยได้จากการซักถามประวัติอาการ การตรวจร่างกายโดยละเอียด การแยกให้ได้ว่าเกิดจากเชื้อไวรัสหรือจากเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่
การตรวจร่างกายอย่างเดียวมักไม่สามารถบอกสาเหตุได้ การตรวจพบหนองที่
ต่อมทอนซิล หรือคอหอย มักเกิดจากการติดเชื้อสเตร็ปโตค็อคคัส group A, C, G เชื้อแบคทีเรียชนิดไม่พึ่งออกซิเจน adenovirus และ herpes simplex virus ถ้าพบว่ามีผื่นแดงที่ผิวหนัง ควรนึกถึงการติดเชื้อ S. pyogenesและ Epstein Barr virus ส่วนในรายที่มีอาการตาอักเสบร่วมด้วย มักเกิดจากเชื้อ adenovirus และ enterovirusบางชนิด

การตรวจหาแอนติเจนของเชื้อสเตร็ปโตค็อคคัส จากตัวอย่างที่ป้ายจากคอหอยและทอนซิล เป็นวิธีที่ให้ผลอย่างรวดเร็วมีความจำเพาะสูงถึงร้อยละ 90 แต่มีความไวอยู่ระหว่าง 60-95 การตรวจหาแอนติเจนของเชื้อ
สเตร็ปโตค็อคคัสถ้าให้ผลบวกสามารถให้การวินิจฉัยได้ว่าเป็นจากเชื้อสเตร็ปโตค็อคคัสแต่ถ้าให้ผลลบ ควรเพาะเชื้อลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีเลือดแกะเพื่อยืนยันการเพาะเชื้อจากคอหอยและทอนซิลมีประโยชน์ช่วยลดการใช้ยาต้านจุลชีพโดยไม่จำเป็นลงได้มาก

ผลแทรกซ้อน

ผลแทรกซ้อนของต่อมทอนซิลอักเสบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

1.  ฝีรอบต่อมทอนซิล ข้างคอหอย ผนังคอหอย ต่อมน้ำเหลืองที่คอ

2.  หินปูนในทอนซิล

3.  ไข้รูห์มาติก

4.  เยื่อบุหัวใจอักเสบ

5.  ไตอักเสบ

การรักษา

ในส่วนของการรักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลันนั้น ปกติแพทย์จะให้การรักษาตามอาการ เช่น 
ให้ยาบรรเทาอาการเจ็บคอ ยาลดน้ำมูก หรือลดไข้ และให้การรักษาเฉพาะ เช่นการให้ยาต้านจุลชีพเพื่อกำจัดเชื้อต้นเหตุถ้าการอักเสบนั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แต่อย่างไรก็ตามหากแพทย์พิจารณาว่าสาเหตุมาจากไวรัส ก็จะให้ยาตามอาการเท่านั้นเพราะยาต้านจุลชีพไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ในรายที่มีอาการมากๆเช่น เจ็บคอมากจนรับประทานอาหารไม่ได้และมีไข้สูงแพทย์จะแนะนำให้นอนพักรักษาในโรงพยาบาล เพื่อให้น้ำเกลือและ
ยาต้านจุลชีพทางหลอดเลือดดำ ซึ่งจะทำให้อาการทุเลาดีขึ้นเร็วกว่าการให้ยากลับไปรับประทานที่บ้าน

ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน การอักเสบของ
ต่อมทอนซิลอาจจะกระจายกว้างออกไปจนเกิดเป็นหนองบริเวณรอบต่อมทอนซิล แล้วอาจลุกลามผ่านช่องคอเข้าสู่ช่องปอดและหัวใจได้ นอกจากนั้น เชื้อแบคทีเรียอาจเข้ากระแสเลือดแล้วกระจายไปทั่วร่างกายซึ่งนับเป็นภาวะที่เป็นอันตรายอย่างมาก เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้หากเป็นต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลันบ่อยๆ ต่อมทอนซิลจะโตขึ้นแล้วเปลี่ยนสภาพเป็นแบบเรื้อรัง และอาจมีการอักเสบอย่างเฉียบพลันได้การที่ต่อมทอนซิลโตจะทำให้เกิดร่องหรือซอกซึ่งเศษอาหารอาจเข้าไปตกค้างอยู่ได้ อาจทำให้เกิดการอักเสบยืดเยื้อออกไป

การผ่าตัด

1.  โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาตัดต่อมทอนซิลก็ต่อเมื่อ

o  เป็นภาวะต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรังที่รักษาด้วยยาไม่ได้ผล หรือเกิดการอักเสบ ปีละหลายครั้ง หลายปีติดต่อกัน ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง เช่นต้องขาดงานหรือขาดเรียนบ่อย

o  เมื่อต่อมทอนซิลโตมากๆ ทำให้เกิดอาการนอนกรน และ/ หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

o  ผู้ป่วยที่มีต่อมทอนซิลโต และแพทย์สงสัยว่า อาจเป็นมะเร็งของต่อมทอนซิลโดยตรงหรือมีมะเร็ง ที่ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ แล้วหาตำแหน่งมะเร็งต้นเหตุไม่เจอแต่แพทย์สงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งที่มาจากต่อมทอนซิล

2.  การผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออก ไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกาย หรือของช่องปากลดลงแต่อย่างใด

3.  ผลแทรกซ้อนของการตัดทอนซิลที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

o  เลือดออกมาก

o  ทางเดินหายใจอุดตัน

o  เสียงเปลี่ยน กลืนลำบาก

o  โรคแทรกซ้อนของยาสลบหรือยาชา

o  อาจเสียชีวิตได้

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การดูเเลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเเนวใหม่ ตอนที่ 3 (The New Concepts of Knee Osteoarthritis Treatment 3)

17 สิงหาคม 2556 2.840

ตั้งแต่แรกเกิดจนคนเรามีอายุ 30 ปี แคลเซี่ยมซึ่งเป็นสารที่สร้างความแข็งแรงให้กระดูก จะถูกดูดซึมเข้าไปสะสมภายในกระดูกทุกส่วน โดยเฉพาะกระดูกที่ใช้งานอย่างข้อเข่าของเรา ถ้าเราสามารถทานแคลเซี่ยมเข้าไป ในรูปของอาหารธรรมชาติทั่วไป ในช่วงอายุระหว่างนี้ มนุษย์เราก็จะได้ประโยชน์สูงสุดครับ

การขี่จักรยานอยู่กับที่

17 กุมภาพันธ์ 2557 3.860

การออกกำลังกายโดยการขี่จักรยานอยู่กับที่ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะใครๆ ก็สามารถออกกำลังกายได้ในทุกสภาวะดินฟ้าอากาศ เนื่องจากจักรยานอยู่ในบ้าน พร้อมที่จะให้ออกกำลังกายได้ตลอดเวลา

ทำไมใช้เสียงมากแล้วเสียงแหบ

3 สิงหาคม 2556 3.072

เมื่อ มีการใช้เสียงบ่อยๆ มากๆ หรือแรงๆ เช่น ตะเบ็ง ตะโกน พูดนานๆ ร้องเพลงมากๆ หรือแม้กระทั่งไอแรงๆ ไอเรื้อรัง สายเสียงทั้ง 2 ข้างจะขยับมาชนกันหรือกระแทกกันบ่อยขึ้น แรงขึ้น ตามการใช้เสียงที่มากขึ้น ทำให้เยื่อหุ้มสายเสียง ซึ่งมีคุณสมบัติที่ค่อนข้างบอบบาง

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ