โพสต์ 15 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 1,056 Views

ตาเหล่

ตาเหล่

ในภาวะปกติตาของคนเราทั้ง 2 ข้างจะทำงานร่วมกันให้การมองเห็นดียิ่งขึ้น ทำให้ลานสายตากว้างขึ้น และทำให้เกิดเห็นภาพได้เป็นแบบสามมิติ คือ เห็นทั้งความกว้าง ความยาว และความลึก

การที่ตามทั้ง 2 ข้าง ทำงานร่วมกันได้เพราะอาศัยกล้ามเนื้อตาที่เกาะรอบลูกตา กล้ามเนื้อตามีประสาทสมองมาเลี้ยงเวลากลอกตาไปมา เพื่อจ้องดูสิ่งต่าง ๆ สมองจะเป็นตัวควบคุมให้ตาทั้ง 2 ข้างทำงานพร้อมกัน และประสานกัน ภาวะใดที่มีอัมพาตของประสาทสมองที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อตา จะทำให้เกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อตาด้วย

สาเหตุของตาเหล่จากอัมพาตของกล้ามเนื้อตา มีดังนี้

อุบัติเหตุ จากการถูกกระทบกระเทือนบริเวณศรีษะอย่างรุนแรง อุบัติเหตุชนิดมีของแปลมคมแทงทะลุหนังตาเข้าไปในเบ้าตา อาจะทำอันตรายต่อกล้ามเนื้อตาโดยตรงได้
โรคของหลอดเลือดโป่งพอง หรือ เนื้องอกภายในกระโหลกศีรษะ และเบ้าตาอาจจะกดประสาทสมองที่เลี้ยงกล้ามเนื้อตา แล้วทำให้ตาเหล่ได้
อาจเกิดร่วมกับโรคทางอื่น ๆ เช่น เบาหวาน โรคของสื่อประสาทผิดปกติ
อาการของตาเหล่จากอัมพาตของกล้ามเนื้อตา

ถ้าเกิดในผู้ใหญ่หรือเด็กโต ซึ่งระบบประสาทตาทั้ง 2 ข้างเจริญเต็มที่แล้วมักจะมีอาการเห็นภาพซ้อน
ถ้าเกิดในเด็กเล็กซึ่งระบบประสาทตาทั้ง 2 ข้าง ยังเจริญไม่เต็มที่ผู้ปกครองอาจสังเกตุได้เพียงว่าเด็กมีตาเหล่เท่านั้น
การรักษา

อาศัยประวัติการเจ็บป่วย การตรวจร่างกายทั่วไป และการตรวจหน้าที่ของกล้ามเนื้อตา เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต ถ้าพบสาเหตุก็จะให้การรักษาสาเหตุเลยทันที แต่ถ้าไม่พบสาเหตุที่แน่นอนจักษุแพทย์มักจะให้ผู้ป่วยปิดตาเสีย 1 ข้าง เพื่อป้องกันมิให้เห็นภาพซ้อน ร่วมกับการรักษาทางยาไปประมาณ 6 เดือน การรักษาดังกล่าวผู้ป่วยบางรายจะมีอาการทุเลาขึ้น และไม่มีอาการตาเหล่อีก ถ้าครบ 6 เดือน ผู้ป่วยยังมีอาการตาเหล่ และเห็นภาพซ้อนอยู่แพทย์อาจทำการผ่าตัดทำให้ตาตรงได้

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

อาหารผสมสี

6 มิถุนายน 2556 1.550

ในปัจจุบันนี้การเลือกซื้ออาหารหรือขนมที่ผสมสี ควรตระหนักถึงความปลอดภัย เพราะอาหารบางชนิดใส่สีผสมอาหารที่ไม่ถูกต้องตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เช่น ใช้สีย้อมผ้า ซึ่งมีราคาถูก และมีพวกโลหะหนักผสมอยู่

โรคเชื้อราที่เท้า

25 กันยายน 2556 10.594

เท้าสำคัญกว่าที่คุณคิด เท้าเป็นอวัยวะต่ำสุดของร่างกาย คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเท้ามากนัก ทั้งที่จริงแล้วเท้ามีหน้าที่สำคัญหลายประการ เช่น เวลาที่คุณยืนเท้าต้องทำหน้าที่รองรับน้ำหนักตัว สร้างความสมดุลย์ทั้งในขณะยืน เดินและวิ่ง เป็นต้น

มาตรการป้องกัน “หัวใจวาย” ในสนามฟุตบอลโลก

17 มิถุนายน 2556 5.497

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นเกมส์อันยิ่งใหญ่สุดยอดของคนทั่วโลกที่จะเฝ้าติดตามอย่างใจจดใจจ่อ ตลอดเวลา 1 เดือนเต็มระหว่าง 9 มิ.ย. – 9 กค. 2549 ที่ประเทศเยอรมัน ที่จะมีการตรวจหาความผิดปกติของหัวใจ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ