โพสต์ 15 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 1,307 Views

ตับอักเสบบี

ตับอักเสบบี คืออะไร

ทำลายตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย

โรคตับอักเสบบี ติดต่อได้อย่างไร

          การติดต่อจะผ่านทางเลือด หรือน้ำหลั่งต่าง ๆ เช่น น้ำลาย น้ำอสุจิ หรือน้ำหลั่งในช่องคลอด ซึ่ง

ต่างกับตับอักเสบเอ ที่ติดต่อโดยการรับประทานหรือดื่ม

อาการของโรคตับอักเสบบีเป็นอย่างไร

          อาการของโรคตับอักเสบบี จะเริ่มต้นคล้ายเป็นหวัด มีไข้ต่ำ ๆ เหนื่อย และอ่อนเพลีย บางรายจะ

เริ่มมีอาการดีซ่าน คือตัวเหลืองตาเหลือง สำหรับบางรายอาจไม่มีอาการที่รุนแรง และไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า

ได้รับเชื้อเข้าไปแล้ว

ทำไมคนหนุ่มสาว จึงมีความเสี่ยงสูง

          จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าผู้ป่วยด้วยโรคตับอักเสบบี ในวัยหนุ่มสาวสูงเป็น 3

เท่าของผู้ป่วยในเด็ก เหตุผลที่แท้จริงในเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน แต่พฤติกรรมของวัยรุ่นนำไปสู่โอกาสการ

ติดต่อที่สูง โดยที่ไม่รู้ตัว ทั้งนี้เนื่องจากผู้ที่เป็นพาหะสามารถแพร่กระจายโรคได้โดยที่ไม่รู้ตัวเช่นกัน

การแพร่กระจายมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน

ทำไมตับอักเสบบี ถึงอันตรายต่อคนหนุ่มสาว

          ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสบีอาจป่วนนานถึง 3-6 เดือน โดยเฉลี่ยอาจต้องนอนพักผ่อน 1-2 เดือน ซึ่งจะ

กระทบต่อการเรียน การทำงาน หากเป็นนักเรียน นักศึกษาก็อาจจะหมดโอกาสเรียนต่อในชั้นเดียวกับ

เพื่อน บางรายมีโอกาสกลายเป็นพาหะของโรค กล่าวคือมีเชื้อไวรัสนี้อยู่ในเลือด และตับโดยอาจมี

อาการของตับอักเสบเรื้อรัง หรืออาจไม่มีอาการ สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นต่อไปได้ ผู้ที่เป็นพาหะมี

โอกาสเกิดโรคตับเรื้อรัง และมะเร็งตับได้

 

โรคตับอักเสบบีรักษาได้หรือไม่

 

          ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาที่เฉพาะเจาะจงต่อโรคนี้

โรคตับอักเสบบี ป้องกันได้หรือไม่

          ป้องกันได้โดยการหลีกเลื่ยงการสัมผัสทางเลือด และน้ำหลั่งต่าง ๆ ของร่างกาย ปัจจุบันมีวัคซีน

ที่มีประสิทธิภาพที่ใช้ป้องกัน โรคนี้ได้โดยตรง

การฉีดวัคซีนทำอย่างไร

          พบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการฉีดวัคซีน แพทย์อาจแนะนำว่าให้ตรวจเลือดก่อน เมื่อตรวจ

พบว่ายังไม่เคยได้รับเชื้อ และไม่มีภูมิคุ้มกัน ควรรับการฉีดวัคซีนปกติจะต้องฉีด 3 เข็ม เข็มแรกทันที

เข็มสองห่างไป 1 เดือน และเข็มสามหางจากเข็มแรก 6 เดือน เพื่อให้ได้ผลการป้องกันที่เพียงพอ

การฉีดวัคซีนมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

          ผลข้างเคียงของวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีค่อนข้างต่ำ ส่วนใหญ่จะเป็นผลข้างเคียงบริเวณที่

ฉีด เช่น บวมแดง ตึง บริเวณนั้น

ควรฉีดวัคซีนนี้ให้แก่ใคร เมื่อไร

          เช่นเดียวกันกับวัคซีนป้องกันโรคอื่น ๆ ควรป้องกันที่จะติดเชื้อนั้น ๆ เสียก่อน ดังนั้นจึงควรฉีดใน

ทารก หรือในเด็กวันรุ่น และผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน หรือไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ปัจจุบันกระทรวง

สาธารณสุขได้ฉีดวัคซีนนี้แก่ทารกแรกเกิดทุกราย

เหตุใดคนหนุ่มสาวจึงควรฉีดวัคซีน

          เพราะวันรุ่นเป็นคนกลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดโรคสูง อีกทั้งการหลีกเลี่ยงก็ทำได้ยาก ดังนั้น

การป้องกันด้วยวัคซีน จึงเป็นการป้องกันที่คุ้มค่า และให้ผลดีที่สุด ปรึกษาแพทย์ของท่านวันนี้ เพื่อขอ

ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตับอักเสบบี

โอกาสติดต่อโรค

  • สัมผัสถูกเลือดเมื่อเกิดอุบัติเหตุในเกมส์กีฬา แม้จะเป็นแผลเล็กน้อยแต่ก็มีโอกาส (ผิวหนังปกติถ้าสัมผัสถูกเลือดที่มีเชื้ออยู่จะไม่ติดต่อ)
  •  
  • ใช้สิ่งของร่วมกัน โดยเฉพาะของมีคม เช่น กรรไกรตัดเล็บ, ที่โกนหนวด, แปรงสีฟัน เป็นต้น
  •  
  • ดื่มกินร่วมภาชนะเดียวกัน โอกาสติดต่อจะเกิดขึ้น เมื่อเชื้อที่อยู่ในน้ำลายเข้าสู่ช่องปากที่มีแผลอยู่
  •  
  • ทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นโอกาสติดต่อโรคที่สูงมาก เพราะเชื้อจะผ่านเข้าสู่ผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันได้ง่าย
  •  
  • และโอกาสจะสูงขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบลองของใหม่
  •  
  • จากแม่ที่เป็นพาหนะไปสู่ทารก
  •  
  • ตับอักเสบบี มีการติดต่อที่คล้ายกับเอดส์ แต่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

17 กุมภาพันธ์ 2557 4.891

ในปัจจุบัน การผ่าตัดมีความก้าวหน้า และพัฒนาด้านเครื่องมือ เทคโนโลยี รวมทั้งเครื่องมือต่างๆ เป็นอย่างมากทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาที่ดีขึ้น มีแผลผ่าตัดเล็กลงนอนโรงพยาบาลน้อย ใช้เวลาพักฟื้นน้อยลง สามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น โดยแพทย์สอดกล้องผ่านผนังหน้าท้องเข้าไปในช่องท้อง ทำให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยโรค และดูอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูก ปีกมดลูก รวมทั้งสามารถทำผ่าตัดได้ในขณะเดียวกัน โดยเปิดแผลเล็กๆ 2-3 แผล ขนาด 0.5-1.0 เซนติเมตรเท่านั้น และสามารถทดแทนการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิมที่ต้องเปิดแผลกว่างได้เก็บทั้งหมด โดยเป็นที่นิยม และยอมรับในต่างประเทศ ทั้งยุโรป และสหรัฐอเมริกา

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับข้อเข่า (ตอนที่ 1)

27 สิงหาคม 2556 3.011

ข้อเข่าควรงอได้อย่างน้อย 70 องศาจึงจะทำให้ท่าเดินเป็นปกติ ใน ช่วงที่ลงน้ำหนักบนขาข้างเดียว พบว่าแรงเค้นที่เกิดขึ้นในข้อเข่ามากเท่ากับ 5 เท่าของน้ำหนักตัว ซึ่งนับได้ว่าสูงมากกว่าแรงเค้นที่ข้ออื่นๆ มากมาย

ปวดหลังผ่าตัดทางเลือกสุดท้าย ตอนที่ 3

27 สิงหาคม 2556 2.615

ข้อปฎิบัติตัว ข้อที่ 2. “อย่าไปคิดว่า อาการปวดหลังมีสาเหตุจากรูปร่างกระดูกสันหลังที่คดโก่ง ไม่ตรง”

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ