โพสต์ 15 ก.พ. 57 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 1,124 Views

ดูเหมือนตาเหล่

ดูเหมือนตาเหล่

เด็กบางครั้งมองแล้วดูเหมือนตาเหล่ เป็นเพราะช่วงที่เด็กทารกยังเล็กมาก จมูกยังไม่มีดั้ง จมูกจะแบนกว้าง เมื่อทารกโตขึ้นเริ่มมีสันจมูกโด่งขึ้น หนังตาเริ่มเป็นสองชั้นขึ้น ลักษณะการเห็นที่ดูเหมือนตาเหล่ก็จะหายไป แต่คุณพ่อ คุณแม่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ถ้าพบว่าตาของลูกเราอาจมีตาเหล่ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะถ้ามีตาเหล่จริงตาข้างนั้นจะไม่ได้ใช้งาน ทำให้สายตาไม่พัฒนาจะเกิดตาขี้เกียจขึ้นได้ ในระยะแรกเกิด 2-3 เดือนแรกของทารก บางครั้งเวลาทารกดูอะไรใกล้ตามจะเหล่เข้าหากันเหมือนปกติ แต่หลังจาก 4 เดือนไปแล้ว ตาควรจะตรงเสมอ ตาที่เหล่ออกด้านข้างไปทางหู เราเรียกว่าตาเหล่ออก ถ้าตาที่เหล่เข้ามาด้านจมูก เราเรียกว่าตาเหล่เข้า

การทดสอบง่าย ๆ

การทดสอบว่าลูกตาเหล่หรือเปล่า โดยการใช้ไฟฉายอันเล็กที่ไฟไม่จ้ามากส่องไปที่ตา ห่างประมาณ 30 เซนติเมตรแล้วสะท้อนบนกระจกตาจะตกลงบนกลางรูม่านตาทั้ง 2 ตา แสดงว่าตาไม่เหล่ ถ้าแสงสะท้อนบนกระจกตาของตาซ้ายตกมาเข้าทางขอบรูม่านตาทางใกล้จมูกจะเรียกว่าตาเหล่ออก เช่นเดียวกันในทางตรงกันข้าม ถ้าแสงสะท้อนบนกระจกตาของตาซ้ายมาตกลงบนขอบรูม่านตาด้านข้างจะเรียกว่าตาเหล่เข้า

ถ้าลูกของเราตาเหล่ควรคิดถึงอะไรบ้าง

แน่นอนเมื่อพบว่าลูกตาเหล่ ท่านไม่ควรนิ่งนอนใจ มีหลายโรคที่ควรระลึกถึงที่สามารถทำให้ตาเหล่ได้ เช่น ต้อกระจก เนื้องอกในลูกตา กล้ามเนื้อตาเป็นอัมพฤกษ์ โรคเหล่านี้ล้วนต้องการแก้ไขเร็วที่สุด เมื่อตาเหล่ไปเด็กมักพยายามใช้ตาข้างเดียวเพื่อไม่ให้เห็นภาพซ้อน ฉะนั้น ตาข้างเหล่จะพัฒนาเป็นตาขี้เกียจไม่ใช้สายตาได้ และถ้าเนิ่นนานก็จะแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติไม่ได้

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ถอนฟันไปแล้วใส่ฟันแบบไหนดี

6 มิถุนายน 2556 1.965

ถ้าท่านโชคไม่ดี ต้องสูญเสียฟันไปเพราะฟันผุมากหรือเหงือกอักเสบมากจนไม่สามารถเก็บรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้ ท่านยังโอกาสยิ้มสวยได้ด้วยการใส่ฟันปลอมทดแทน

โรคปวดข้อและการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง

27 สิงหาคม 2556 2.585

โรคข้อเกิดได้จากลายสาเหตุ ซึ่งมีมากกว่า 100 โรค ทำให้เกิดการบวม, ปวด และลดการเคลื่อนไหวของข้อและเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อต่างๆ ของร่างกาย สำหรับโรคข้ออักเสบชนิดที่เรื้อรัง จำเป็นต้องรักษาไปตลอดชีวิต สาเหตุที่แท้จริงของโรคข้ออักเสบหลายๆ ชนิด ยังไม่เป็นที่ทราบ

การป้องกันโรคบาดทะยัก

1 สิงหาคม 2556 4.184

การป้องกันโรคบาดทะยัก แม้โรคบาดทะยัก (tetanus) จะมีวัคซีนป้องกัน แต่ปัจจุบันประเทศไทยก็ยังพบผู้ป่วยอยู่เรื่อยๆ และมีแนวโน้มว่าจะพบในผู้สูงอายุมากขึ้น ผู้ป่วยบางรายเพียงแค่โดนเข่งบาดมือ ก็เป็นโรคบาดทะยักได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ