โพสต์ 15 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 5,667 Views

ซีโรโทนิน (serotonin)

ซีโรโทนิน (serotonin)

 มีชื่อทางเคมีว่า 5-hydroxytryptamine หรือที่ส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า 5HT ซีโรโทนินเป็นสารที่ได้รับ

การศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางมากที่สุดชนิดหนึ่งในปัจจุบัน สารซีโรโทนินเกิดจากขบวนการทางเคมีขอ

งกรดอะมิโนที่ชื่อ tryptophan ในร่างกายมนุษย์พบซีโรโทนินมากที่สุดในเซลของเยื่อบุทางเดินอาหาร

โดยพบมากถึงร้อยละ 90 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละสิบพบในเซลประสาทและเกล็ดเลือด ดังนั้นซีโรโทนิน

จึงมีทั้งส่วนที่อยู่ในเซลและส่วนที่อยู่ในเลือด

 

การออกฤทธิ์ของซีโรโทนินต้องมีตัวรับที่จำเพาะเจาะจง เรียกว่า serotonin receptor ซึ่งมีหลายชนิด

จากการศึกษาวิจัยทางห้องปฏิบัติการในปัจจุบันค้นพบ serotonin receptor แล้วอย่างน้อย 7 ชนิด

ได้แก่ 5HT1, 5HT2, 5HT3, 5HT4, 5HT5, 5HT6, 5HT7 และในบางชนิดยังแบ่งย่อยลงไปอีก เช่น

5HT1A, 5HT1B, 5HT1D, 5HT1E, 5HT1F, 5HT2A, 5HT2B, 5HT2C, 5HT5a, 5HT5b เป็นต้น

 

 

ในแง่ของซีโรโทนินที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของลำ

ไส้ พบว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างซีโรโทนินโดยเซลชนิด enterochromaffin cell ซึ่งเป็นเซล

ชนิดพิเศษอยู่ที่เยื่อบุผนังลำไส้ โดยทันทีที่เกิดการกระตุ้นเยื่อบุผนังลำไส้ไม่ว่าจะเป็นจากสาเหตุใด

ก็ตาม เซลเยื่อบุผนังลำไส้ดังกล่าวจะหลั่งสารซีโรโทนินออกมาทันที ทำให้เกิดการบีบตัวของลำไส้

อย่างต่อเนื่องและเป็นการบีบตัวที่มีประสิทธิภาพ จากการศึกษาวิเคราะห์ทางเคมีเป็นเวลาเกือบสามปี

พบว่ามีตัวรับซีโรโทนินที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้สองชนิดคือ serotonin-3 receptor และ

serotonin-4 receptor เมื่อทำการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่าตัวรับทั้งสองชนิดสามารถตรวจพบได้

ในปริมาณสูงที่บริเวณกลุ่มของเซลประสาทรับรู้ที่เยื่อบุลำไส้ และพบว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการ

ทำให้เกิดโรคลำไส้แปรปรวน (irritible bowel syndrome; IBS)

ต่อมาจึงได้มีการพัฒนายาที่ออกฤทธิ์ต้าน serotonin-3 receptor ได้แก่ alosetron (Lotronex),

granisetron (Kytril), ondansetron (Zofran), dolasetron (Anzemet) และยาที่กระตุ้นการทำงาน

ของ serotonin-4 receptor ได้แก่ tegaserod (Zelnorm) โดยหวังผลทางเภสัชวิทยาที่สำคัญสาม

ประการ หนึ่ง-กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ สอง-เพิ่มการหลั่งสารน้ำของเยื่อบุลำไส้ สาม-ลดความไว

ของประสาทรับรู้ที่เยื่อบุลำไส้ ผลที่เกิดขึ้นคือช่วยระงับอาการของโรคลำไส้แปรปรวนไม่ว่าจะเป็น

อาการปวดท้อง ท้องผูกสลับกับท้องเสียได้เป็นอย่างดีทั้งในร่างกายมนุษย์และในสัตว์ทดลองนับเป็น

พัฒนาการในการรักษาโรคนี้ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

 

alosetron (Lotronex) เป็นยาต้าน serotonin-3 receptors ที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในประเทศ

สหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว และพบว่าเป็นยาที่ได้ผลดีมาก แต่ต่อมาไม่นานนักทาง

องค์การอาหารและยาสหรัฐอมริกาสั่งระงับการจำหน่ายชั่วคราวเนื่องจากพบว่าเกิดผลข้างเคียงที่

อันตรายคือภาวะลำไส้ขาดเลือด โดยพบได้ประมาณหนึ่งในเจ็ดพันราย ปัจจุบันยา alosetron

(Lotronex) กลับมาได้รับการอนุมัติให้นำกลับมาจำหน่ายได้อีกครั้งหนึ่งจากการเรียกย้องของคนไข้

จำนวนมาก โดยอนุญาตให้ใช้ในกรณีผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวนที่มีอาการท้องเสียเด่น โดยที่มีอาการ

รุนแรงและไม่ตอบสนองต่อยาชนิดอื่นๆ แพทย์อาจพิจารณาเลือกใช้ยานี้และต้องแจ้งให้ผู้ป่วยรับทราบ

ความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาดังกล่าวพร้อมทั้งเซ็นเอกสารยินยอมกำกับไว้เสมอ ส่วน

tegaserod (Zelnorm) ใช้ในผู้ป่วยหญิงที่มีอาการท้องผูกเด่นในรายที่อาการของโรครุนแรงและไม่

ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่นกัน

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลูกปัดเข้าจมูก (Foreign bodies in nose)

6 มิถุนายน 2556 7.802

สิ่งแปลกปลอมเข้าจมูก มักเกิดในเด็กเล็กๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หยิบสิ่งของใกล้ตัวชิ้นเล็กๆ ยัดเข้าจมูก เช่นลูกปัด เมล็ดถั่ว ยางลบ เป็นต้น แต่เหตุการณ์สิ่งแปลกปลอมเข้าจมูกบางครั้งก็อาจเกิดกับผู้ใหญ่ได้เช่นกัน เช่น สำลักน้ำแล้วเศษดินเศษทรายเข้าจมูก

เลือดออกขณะตั้งครรภ์

17 กุมภาพันธ์ 2557 5.037

การมีเลือดออกในระหว่างตั้งครรภ์ ถือเป็นสภาวะผิดปกติที่อันตราย จำเป็นต้องพบแพทย์อย่างรีบด่วน แบ่งเป็นช่วง ๆ ได้ตามไตรมาสของการตั้งครรภ์ การมีเลือดออกในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ หรือขณะท้องอ่อน ๆ เป็นอาการส่อถึงสภาวะการแท้งที่อาจจะเกิดขึ้น

การรักษาอวัยวะที่ถูกตัดขาด

27 สิงหาคม 2556 2.691

ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าของแพทย์ด้านจุลศัลยกรรม หรือการผ่าตัดโดยใช้กล้องจุลทรรศน์มีมากขึ้น แพทย์สามารถทำการต่ออวัยวะที่หลุดขาดออกจากร่างกาย และประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ แต่บางกรณีก็ไม่สามารถผ่าตัดต่อได้สำเร็จ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ