โพสต์ 15 ก.พ. 57 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 9,254 Views

จิตเวช...การรักษาด้วยไฟฟ้า

จิตเวช...การรักษาด้วยไฟฟ้า

การรักษาด้วยไฟฟ้าเป็นวิธีการรักษาชนิดหนึ่งสำหรับผู้ป่วยจิตเวช เรียกชื่อว่า Electroconvulsive therapy เรียกย่อว่า ECT เป็นการทำให้ชักโดยใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณที่เหมาะสม ผ่านเข้าไปในสมองทางขั้วตัวนำไฟฟ้าซึ่งวางไว้บริเวณขมับทั้งสองข้างหรือข้างเดียว ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าไปในสมองผู้ป่วย โดยทั่วไปอยู่ในช่วงระหว่าง 70-150 โวลท์ เวลาที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าประมาณ 0.5-2 วินาที และมีผลให้เกิดการชักประมาณ 30-60 วินาที จึงจะมีผลต่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เป็นการชักเกร็งของฝ่าเท้าและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ประมาณ 10-15 วินาที และเป็นการกระตุกของกล้ามเนื้อเป็นจังหวะประมาณ 30 วินาที

ผู้ป่วยที่ใช้ ECT รักษาได้ผลดี ได้แก่ กลุ่มโรคซึมเศร้าและโรคจิตเภท (Pschizophrenia) ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีอาการรุนแรง ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาต้านซึมเศร้า หรือมีความเสี่ยงสูงในการฆ่าตัวตาย รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่ยอมกินน้ำ กินอาหาร ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้เมื่อเข้ารับการรักษาด้วยไฟฟ้าแล้วได้ผลดีอาการดีขึ้นถึงร้อยละ 80 ส่วนผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ใช้ยารักษาโรคจิตแล้วอาการต่างๆไม่ดีขึ้น เมื่อหันมาใช้การรักษาด้วย ECT ช่วยให้อาการดีขึ้นได้ถึงร้อยละ 70

image

imageผู้ป่วยส่วนมากต้องทำ ECT คนละประมาณ 6-10 ครั้ง และบางคนอาจต้องทำ ECT มากถึง 20-25 ครั้ง จึงจะเห็นผลของการรักษา โดยทำ ECT ทุกวันเว้นวัน หรือ 3 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ การรักษาด้วย ECT ทำในผู้ป่วยที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลเพราะต้องดูแลใกล้ชิดหลังทำ อาจเป็นแบบไม่ดมยาสลบหรือแบบดมยาสลบ โดยใช้ายาสลบชนิดออกฤทธิ์ระยะสั้นและยาลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ เพื่อไม่ให่เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อรุนแรงขณะชัก ในระหว่างดมยาสลบผู้ป่วยต้องได้รับออกซิเจนตลอดเวลา

ขณะทำ ECT ในช่วงที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปในตัวผู้ป่วย ต้องตรวจเช็คความดันโลหิตและการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิตอาจสูงหรือต่ำไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่อัตราการเต้นของหัวใจอาจช้าหรือเร็วมากกว่าปกติ แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด หลังทำ ECT ช่วงสั้นอาจมีอาการงุนงง สับสนชั่วคราว ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และคลื่นไส้ได้บ้างเล็กน้อย ในระยะยาวอาจมีความจำบกพร่องในช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาล อาการเหล่านี้เป็นผลมาจากการเจ็บป่วยที่ยาวนาน

สำหรับกลไกในการรักษา ECT เป็นวิธีการรักษาที่มีการใช้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะยังเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลทางการรักษาที่ดี ส่วนกลไกการทำงานของ ECT ที่ทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น เชื่อว่าเกิดจากการที่กระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าไปในสมอง ช่วยกระตุ้นให้มีการหมุนเวียนและปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง หรือที่เรียกว่าสารสื่อประสาท หลายชนิด ชนิดที่สำคัญและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง คือ serotonin, norepinephrine และ dopamine ซึ่งส่งผลดีต่อการรักษาและช่วยให้ควบคุมอาการผิดปกติของโรคทางจิตเวชได้เป็นอย่างดี

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคฮิต ฤดูฝน ตอนที่ 2 : โรคระบบทางเดินอาหาร

11 มิถุนายน 2557 10.540

สำหรับตอนที่ 2 นี้ จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับการติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคบิด โรคไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ และ โรคตับอักเสบ

ปัญหา ตะคริว ของเซเรน่า วิลเลี่ยมส์ ในเทนนิสวิมเบอร์ดัน

1 กรกฎาคม 2556 4.247

ในการแข่งขันเทนนิสวิมเบอร์ดันที่ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2550 ระหว่างเซเรน่า วิลเลี่ยมส์ (Serena Williams) และ ดาเนียล่า แฮนทูโชว่า (Daniela Hantuchova) ในรอบที่ 3 มีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบาดเจ็บในขณะแข่งขันซึ่งเป็นปัญหาในด้านเวชศาสตร์

อาการปวดหู

28 สิงหาคม 2556 3.961

อาการ "ปวดหู" เป็นอาการที่พบบ่อยที่นำผู้ป่วยมาหาแพทย์ส่วนหนึ่งเกิดจากการอักเสบ เช่น การอักเสบของรูหู หรือใบหูการอักเสบของหูชั้นกลางโดยเริ่มจากไข้หวัดแล้วลามไปที่หูซึ่งพบได้บ่อยในเด็ก ๆ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ