โพสต์ 3 เม.ย. 58 ปรับปรุง 11 มิ.ย. 58 1,013 Views

คู่มือ ฉลองปีใหม่ไทยอย่างไร ไม่ให้ทำลายสุขภาพ โดยศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ

สำหรับเทศกาลปีใหม่ไทย หรือเทศกาลสงกรานต์ ที่ใกล้เข้ามานี้ เชื่อว่าหลายท่านคงเตรียมตัววางแผนเฉลิมฉลอง กลับบ้านต่างจังหวัด เดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ เพราะเป็นวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน ฉลองปีใหม่ไทยอย่างไร ไม่ให้ทำลายสุขภาพ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพมีเกร็ดความรู้มาฝากทุกท่านครับ

วิธีการดูแลตนเองและข้อควรระวังในการรับประทานอาหารช่วงที่ต้องร่วมงาน สังสรรค์บ่อยๆ

การรับประทานอาหารหรือการดื่มเครื่องดื่มสังสรรค์คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ ได้ในช่วงเทศกาล ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวจะมีคำแนะนำเรื่องอาหารและการดูแลสุขภาพที่แต่งต่างกันไป

ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เช่น การสังสรรค์ต่อเนื่อง อดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน เช่นน้ำอัดลม ไวน์หวาน หากรับประทานอาหารมากขึ้น อาจจำเป็นต้องมีการปรับขนาดยา โดยเฉพาะยาฉีดอินซูลินขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีภาวะเจ็บป่วยที่ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง อาจจำเป็นต้องปรับลดขนาดยาลง ควบคู่ไปกับการตรวจระดับน้ำตาลปลายนิ้วด้วยตนเองบ่อยขึ้น เพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำตาลในเลือดที่อาจสูงหรือต่ำผิดปกติ จนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

นอกจากนี้ผู้ป่วยและญาติที่ดูแลควรมีความรู้เบื้องต้นในการแก้ไขภาวะผิดปกติต่างๆ เช่นเมื่อผู้ป่วยมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น ใจสั่น หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม ตรวจระดับน้ำตาลปลายนิ้วผู้ป่วยพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ หากยังรู้สึกตัวดี ควรหาน้ำหวาน น้ำผลไม้ 1 แก้ว หรือลูกอมให้ผู้ป่วยรับประทาน เพื่อเป็นการปฐมพยาบาลก่อนพาผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและให้การรักษา ที่เหมาะสมต่อไป

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ

ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ขาหมู ไข่แดง อาหารประเภททอด หอย ปลาหมึก เป็นต้น เพราะระดับไขมันในเลือดที่สูง จะส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันง่ายขึ้น แม้ทานยาลดระดับไขมันอยู่เสมอ หากไม่ควบคุมอาหารด้วย อาจทำให้อาการของโรคเป็นมากขึ้นได้

นอกจากการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับโรคแต่ละโรคแล้ว การบริโภคอาหารและน้ำที่สุก สะอาด ก็เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆดิบๆ หรืออาหารแปลกๆที่ไม่เคยรับประทานมาก่อน เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ท้องเสีย อาเจียนและติดเชื้อรุนแรงได้

 

การเตรียมตัวดูแลสุขภาพให้พร้อมก่อนเดินทางไปเที่ยว

ควรคำนึงถึงปัจจัยหลัก 4 อย่างคือ 

  1. ไปเที่ยวที่ไหน ระยะเวลาในการเดินทางเป็นอย่างไร เช่น ไปทะเลหรือภูเขา โดยรถโดยสารหรือ เดินทางไปต่างประเทศ โดยเครื่องบิน
  2. สถานที่ ที่จะไปถึงมีสภาพอย่างไร ในเรื่องของที่พัก ความสะอาด อากาศ ความสะดวกสบาย บริการสาธารณสุข อาหาร น้ำดื่ม
  3. สภาพร่างกายของตนเองเป็นอย่างไร โรคประจำตัวที่เป็นอยู่ ยาประจำ ขณะนี้มีภาวะสุขภาพอื่นใดอีกหรือไม่ เช่น ตั้งครรภ์
  4. หากเดินทางร่วมเป็นคณะ จำเป็นต้องทราบปัญหาของผู้ร่วมทาง โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก หรือผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ว่าดูแลตนเองได้หรือไม่ ว่าต้องมีผู้ช่วยหรือผู้ดูแล หรือต้องจัดเตรียมสิ่งใดเป็นพิเศษ เช่น อาหารเฉพาะ รถเข็น เปลนอน

ยกตัวอย่างเช่น หากต้องเดินทางไปต่างประเทศ ไปพม่า อินเดีย หรือเนปาล พร้อมญาติผู้ใหญ่หรือเด็กเล็ก เป็นระยะเวลา 10 วัน ท่าน และ ผู้ร่วมเดินทางควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • ไปรับการตรวจร่างกาย ปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรจะสอบถามแพทย์ประจำตัวของท่านว่า สามารถเดินทางไกลได้หรือไม่ ถ้าได้ ก็ต้องเตรียมยาประจำตัวที่ใช้ทุกวันไปให้พร้อม ซึ่งมีความสำคัญพอๆ กับพาสปอร์ตเลยทีเดียว นอกเหนือจากนั้นอาจ ต้องขอใบรับรองแพทย์จากแพทย์ประจำตัว ว่ามีโรคประจำใดบ้าง ทานยาใดอยู่ หรือแพ้ยาใดหรือไม่ และเบอร์ติดต่อฉุกเฉินของแพทย์ประจำตัวหรือสถานพยาบาลนั้นๆ
  • หากตั้งครรภ์ควรให้สูตินรีแพทย์ พิจารณาว่า การตั้งครรภ์ของท่านไม่มีปัญหา และไม่เสี่ยงต่อการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด รวมถึงต้องขอใบรับรองแพทย์ รับรองอายุครรภ์ และคำเตือนไม่เดินผ่านเครื่องเอกซเรย์เพื่อยื่นให้เจ้าหน้าที่สายการบินทราบ โดยใบรับรองแพทย์ไม่ควรขอนานเกิน 1 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง
  • ในบางประเทศ อาจพบโรคติดต่อได้ เช่น ไวรัสตับอักเสบ เอ, ไทฟอยด์,ไข้กาฬหลังแอ่น, ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ท่านควรพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาเรื่องการฉีดวัคซีน ซึ่งต้องฉีดก่อนเดินทางเป็นระยะเวลานานพอที่จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิ ก่อนการเดินทาง
  • หากสถานที่ที่ไปทุรกันดาร ห้องน้ำไม่เพียงพอ มีปัญหาเรื่องความสะอาดน้ำดื่ม ท่านอาจต้องเตรียมน้ำดื่มบรรจุขวด แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ แผ่นทำความสะอาด กระดาษชำระ หน้ากากอนามัย อาหารแห้งที่บรรจุหีบห่ออย่างดีไปด้วย
  • ควรเตรียมยาสามัญประจำบ้าน ให้คลอบคลุม อาการผื่นแพ้ ไข้หวัด เจ็บคอ ท้องเสีย อุปกรณ์ทำแผล ให้เพียงพอกับจำนวนคณะผู้ร่วมเดินทาง และหาข้อมูลของสถานพยาบาล ในบริเวณที่จะไป หากเกิดเหตุไม่คาดคิด
  • ควรมีประกันสุขภาพ เมื่อท่านต้องเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างประเทศรวมถึงสอบถาม หากเกิดเหตุการณ์เจ็บป่วย และจำเป็นต้องเดินทางกลับก่อนกำหนด ท่านจะได้ลดปัญหาความกังวลเรื่องการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่าย
  • ระหว่างการเดินทาง ควรระมัดระวังความสะอาดของอาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์ที่ใช้รับประทานอาหาร และความสะอาดของ "มือ" เป็นสำคัญ อาหารใดที่ไม่คุ้นเคย หรือไม่แน่ใจในขั้นตอนการปรุงอาหารหรือความสะอาด ควรหลีกเลี่ยง รวมถึงระมัดระวังต่อการเกิดอุบัติเหตุ ที่สำคัญ ขอให้มี "สติติดตัว อยู่เสมอนะครับ"

 

คุณหมออยากบอก ข้อแนะนำจากแพทย์ในการดูแลสุขภาพช่วงเทศกาล

  • รักษาร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอ
  • ทานอาหารสุก ปรุงใหม่ สะอาด ระมัดระวังความสะอาดของน้ำดื่ม การปนเปื้อนสิ่งสกปรก รวมทั้งการผสมสารเสพติด (หากไปเที่ยวนอกบ้าน)
  • ไม่ควรบริโภคของมึนเมา บริโภคยาหรือสารที่ทำให้ สติ ความระแวดระวังตน ความสามารถในการตัดสินใจลดลง
  • มี สติ รู้ตัวอยู่เสมอ ควรฝึกให้มีการสังเกตและรับรู้ต่อเหตุการณ์ผิดปกติ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ตน
  • ควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หรือ เกิดโรคระบาด

จะเห็นได้ว่าหลักการการดูแลสุขภาพในช่วงเทศกาลไม่ใช่เรื่องยาก หากเอาใจใส่ เตรียมพร้อม และดูแลรักษาตัวเองอย่างเหมาะสม โดยอาศัยหลักในการปฏิบัติ 5 ประการง่ายๆ คือ ตรวจสภาพ (สุขภาพ) ตรวจสอบ (ความคุ้มครอง) พกสมุด(ประจำตัวผู้ป่วย) พกยา รักษาตัว หากปฏิบัติได้ครบดังนี้แล้ว เทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงนี้ย่อมจะเป็นเทศกาลแห่งความสุข ที่ทุกท่านจะได้เฉลิมฉลอง ส่งความสุข และเริ่มต้นปีใหม่ไทย 2558 ด้วยสุขภาพใจ สุขภาพกายที่สมบูรณ์


ที่มา: ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ

ผู้เรียบเรียงบทความ นพ.พันเลิศ ปิยะราช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบาดวิทยาโรคติดเชื้อ

 

เอกสารอ้างอิง

1. รายงานสุขภาพคนไทยปี 2556; available at http://thaihealth.or.th

ขอขอบคุณ

Author

ร.อ. นพ. พันเลิศ ปิยะราช

ระบาดวิทยาคลินิค, ระบาดวิทยาโรคติดเชื้อ

16 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การเสียชีวิตของนักกีฬาในสนามแข่งขัน (ตอนสุดท้าย)

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.210

นพ.เฉลิม ลิ่วศรีสกุล ได้ค้นคว้า และเสนอแนะในเรื่องเกี่ยวกับการคัดกรอง ผู้ที่มีแนวโน้มว่าอาจมีอันตรายจากการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาที่ต้องใช้แรงมากๆ ออกเป็น 2 ระดับ

โรคออทิสติก (Autistic)

20 กุมภาพันธ์ 2557 2.835

ออทิสซึ่ม (Autism) เป็นกลุ่มอาการที่มีความล่าช้าและผิดปกติของพัฒนาการ 3 ด้าน ด้วยกัน

ขั้นตอนการอาเจียน (vomiting)

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.172

ขั้นตอนการอาเจียน (vomiting) จะมีลักษณะประกอบด้วยอาการ 3 อย่าง อาการแรกเป็นความรู้สึกคลื่นไส้ เรียกว่า nausea ความรู้สึกคลื่นไส้นี้มักจะมีอาการทางระบบประสาทอัตโนมัติร่วมด้วย ต่อมาร่างกายจะพยายามทำให้เกิดความดันที่เป็นลบภายในในช่องอก

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ