โพสต์ 2 ส.ค. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 2,441 Views

คำแนะนำสำหรับประชาชนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก

คำแนะนำสำหรับประชาชนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก 

จากสถานการณ์การระบาดของโรคในไก่รวมถึงไข้หวัดนก และ ได้ประสานงานกับกรมปศุสัตว์ ซึ่งเข้าดำเนินการควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ที่ เกิดการระบาดทุกแห่งแล้ว  รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการนำไก่ป่วยหรือตายออกจำหน่ายในท้องตลาดอย่างเด็ด ขาด(Avian influenza) ในขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการเฝ้าระวังโรคในคนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ
 
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปมีความเสี่ยงน้อยต่อการติดโรค การรับประทานไก่และไข่ที่ปรุงสุกไม่ทำให้ติดโรคจึงไม่ควรตื่นตระหนก อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากโรคไข้หวัดนก  กระทรวงสาธารณสุขขอแนะนำความรู้เรื่องโรคและแนวทางปฏิบัติ  ดังนี้
ความรู้เรื่องโรคไข้หวัดนก
โรคไข้หวัดนกเป็นโรคติดต่อของสัตว์ประเภทนก ตามปกติโรคนี้ติดต่อมายังคนได้ไม่ง่ายนัก แต่คนที่สัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ที่เป็นโรคอาจติดเชื้อได้  มีรายงานการเกิดโรคในคนเป็นครั้งแรกในปี 2540  เมื่อเกิดโรคระบาดของสัตว์ปีกในฮ่องกง โรคไข้หวัดนกเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่บางสายพันธุ์  ที่พบในนก ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคในธรรมชาติ  โรคอาจแพร่มายังสัตว์ปีกในฟาร์ม  คนติดโรคได้โดยการสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย เชื้อ ที่อยู่ในน้ำมูก น้ำลาย และมูลของสัตว์ป่วย อาจติดมากับมือ และเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุของจมูกและตา ทำให้เกิดโรคคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีระยะฟักตัว 1 ถึง 3 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอ ผู้ป่วยเด็กเล็ก  ผู้ สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจมีภูมิคุ้มกันไม่ดี และมีอาการรุนแรงได้ โดยจะมีอาการหอบ หายใจลำบาก เนื่องจากปอดอักเสบรุนแรง ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดนก ได้แก่ ผู้ที่ทำงานในฟาร์มสัตว์ปีก ผู้ที่ฆ่าหรือชำแหละสัตว์ปีก ในพื้นที่ที่เกิดโรคไข้หวัดนกระบาด โรคไข้หวัดนกต่างจากไข้หวัดใหญ่ กล่าวคือ ในปัจจุบันยังไม่พบผู้ป่วยจากการติดต่อของไข้หวัดนกจากคนสู่คน
แนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก 
ผู้บริโภคไก่และผลิตภัณฑ์จากไก่
1. เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจและโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร  การ บริโภคเนื้อสัตว์ รวมทั้งเนื้อไก่และไข่ไก่ โดยทั่วไปจึงควรรับประทานเนื้อที่ปรุงให้สุกเท่านั้น  เนื่องจากเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจปนเปื้อนมา  ไม่ว่าจะเป็นไวรัส  แบคทีเรีย  หรือพยาธิ  จะถูกทำลายไปด้วยความร้อน 
2. เนื้อไก่และไข่ไก่ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดในขณะนี้  ถือว่ามีความปลอดภัย สามารถบริโภคได้ตามปกติ แต่ต้องรับประทานเนื้อไก่และไข่ที่ปรุงสุกเท่านั้น  งดการประทานอาหารที่ปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ 
3. เลือกรับประทานไข่ที่ปรุงสุกอย่างดี  โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัญหาโรคระบาดในไก่
ผู้ประกอบอาหาร
ผู้ประกอบอาหารทั้งเพื่อการ จำหน่ายและแม่บ้านที่เตรียมอาหารในครัวเรือน  เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคติดต่อจากอาหาร   กระทรวงสาธารณสุขขอเน้นการป้องกัน  ดังนี้
1. ควรเลือกซื้อเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์จากไก่จากแหล่งที่มีการรับรองมาตรฐาน หรือร้านค้าประจำ  และ เลือกซื้อไก่สดที่ไม่มีลักษณะบ่งชี้ว่าอาจตายด้วยโรคติดเชื้อ  เช่น  มีเนื้อมีสีคล้ำ  มีจุดเลือดออก เป็นต้น  สำหรับไข่ ควรเลือกฟองที่ดูสดใหม่และไม่มีมูลไก่ติดเปื้อนที่เปลือกไข่  ก่อนปรุงควรนำมาล้างให้สะอาด
2. ไม่ใช้มือที่เปื้อนมาจับต้องจมูก  ตา  และปาก  และหมั่นล้างมือบ่อย ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจับต้องเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์  และเปลือกไข่ที่มีมูลสัตว์เปื้อน
3. ควรแยกเขียงสำหรับหั่นเนื้อไก่  และมีเขียงสำหรับหั่นอาหารที่ปรุงสุกแล้ว  หรือผัก  ผลไม้   โดยเฉพาะ  ไม่ใช้เขียงเดียวกัน
ผู้ชำแหละไก่
ผู้ชำแหละไก่อาจมีความเสี่ยงจากการติดโรคจากสัตว์  จึงควรระมัดระวังขณะปฏิบัติงาน  ดังนี้
1. ต้องไม่ซื้อไก่ที่มีอาการผิดปกติจากการติดเชื้อ  เช่น ซึมหงอย  ขนฟู  หน้า  หงอน  หรือเหนียงบวมคล้ำ  มีน้ำมูก  หรือขี้ไหล  เป็นต้น  หรือไก่ที่ตายมาชำแหละขาย 
2. ไม่ขังสัตว์ปีกจำพวก  ไก่  เป็ด  ห่าน  ฯลฯ  ที่รอชำแหละไว้ในกรงใกล้ ๆ กัน  เพราะจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เชื้อโรคกลายพันธุ์  จนอาจเกิดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่เป็นอันตรายทั้งต่อคนและสัตว์ได้
3. ควรทำความสะอาดกรงและ อุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ  ด้วยน้ำผงซักฟอก  และนำไปผึ่งกลางแดดจัด ๆ   นอกจากนั้นอาจราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเดือนละ 1- 2 ครั้ง
4. หากสัตว์ที่ชำแหละมีลักษณะผิดปกติ  เช่น  มีจุดเลือดออก  มีน้ำหรือเลือดคั่ง   หรือจุดเนื้อตายสีขาวที่เครื่องใน  หรือเนื้อมีสีผิดปกติ  ต้องไม่นำไปจำหน่าย  และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาตรวจสอบทันที่  เพราะอาจเป็นโรคระบาด
5. ต้องล้างบริเวณชำแหละสัตว์ให้สะอาดด้วยน้ำผงซักฟอก  และควรราดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้งหลังเสร็จสิ้นการชำแหละไก่
6. ผู้ชำแหละไก่ควรดูแลระมัด ระวังตนเองอย่างถูกต้อง  โดยใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย  เช่น  พลาสติกหรือผ้ากันเปื้อน  ผ้าปิดปากจมูก  ถุงมือ  แว่นตา รองเท้าบู๊ท  และต้องหมั่นล้างมือบ่อย ๆ 
7. รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาด และต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งหลังปฏิบัติงานเสร็จ  ส่วน เสื้อผ้าชุดเดิม  พลาสติกหรือผ้ากันเปื้อน  ผ้าปิดปากจมูก  ถุงมือ  แว่นตา ควรนำไปซักหรือล้างให้สะอาด  และผึ่งกลางแดดให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้อีกครั้ง
ผู้ขนย้ายสัตว์ปีก
ผู้ขนย้ายสัตว์ปีกควรระมัดระวังตนเองไม่ให้ติดโรคจากสัตว์  และป้องกันการนำเชื้อจากฟาร์มหนึ่งไปยังแพร่ยังฟาร์มอื่น ๆ  จึงควรเน้นการปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมปศุสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
1. งดซื้อสัตว์จากฟาร์มที่มีสัตว์ตายมากผิดปกติ
2. เมื่อขนส่งสัตว์เสร็จในแต่ ละวัน  ต้องรีบล้างทำความสะอาดรถให้สะอาดด้วยน้ำผงซักฟอก  สำหรับกรงขังสัตว์ควรราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
3. ควรดูแลระมัดระวังตน เองอย่างถูกต้อง  โดยใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย  เช่น  ผ้าปิดปากจมูก  ถุงมือ  รองเท้าบู๊ท  และต้องหมั่นล้างมือบ่อย ๆ 
4. รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วย น้ำและสบู่ให้สะอาด และต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งหลังปฏิบัติงานเสร็จ  ส่วนเสื้อผ้าชุดเดิมและเครื่องป้องกันร่างกาย   ควรนำไปซักหรือล้างให้สะอาด  และผึ่งกลางแดดให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้อีกครั้ง
เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ 
เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพ เลี้ยงไก่   รวมทั้งผู้เลี้ยงสัตว์  และผู้ที่ต้องเกี่ยวข้องกับสัตว์ในฟาร์มที่มีการะบาด  เป็นกลุ่มประชาชนที่เสี่ยงต่อการติดโรคจากสัตว์  ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมปศุสัตว์โดยเคร่งครัด  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
1. เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพ เลี้ยงไก่   ต้องป้องกันไม่ให้สัตว์อื่น ๆ รวมทั้งนกทุกชนิด  และสัตว์พาหะนำโรค  เช่น  หนู  เป็นต้น  เข้ามาในโรงเรือน เพราะ อาจนำเชื้อโรคเข้ามาแพร่ให้ไก่ได้  นอกจากนั้นจะต้องรักษาความสะอาดในโรงเรือนให้ดีอยู่เสมอ และหากมีไก่ป่วยหรือตายไม่ว่าด้วยสาเหตุใด  ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที   ต้องไม่นำไก่ป่วยหรือตายออกมาจำหน่าย  และทำการกำจัดทิ้งตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อย่างเคร่งครัด  เช่น  อาจฝังให้ลึกแล้วราดน้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือปูนขาว หรือนำไปเผา  เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อมาสู่สัตว์หรือคน  
2. ผู้ที่เลี้ยงสัตว์หรือผู้ที่ต้องเกี่ยวข้องกับสัตว์ในฟาร์มที่มีการระบาด  ไม่ว่าจากสาเหตุใด  ควรดูแลระมัดระวังตนเองอย่างถูกต้อง  โดย ใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย  เช่น  พลาสติกหรือผ้ากันเปื้อน  ผ้าปิดปากจมูก  ถุงมือ  แว่นตา รองเท้าบู๊ท  และต้องหมั่นล้างมือบ่อย ๆ  โดยเฉพาะหลังจับต้องสัตว์ป่วย  หรือซากสัตว์ที่ตาย 
3. รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาด และต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งหลังปฏิบัติงานเสร็จ เสื้อ ผ้าชุดเดิม  พลาสติกหรือผ้ากันเปื้อน  ผ้าปิดปากจมูก  ถุงมือ  แว่นตา ควรนำไปซักหรือล้างให้สะอาด  และผึ่งกลางแดดให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้อีกครั้ง               
การป้องกันโรคให้แก่เด็ก
1. เนื่องจากเด็กมักมีนิสัยชอบเล่นคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงรวมทั้งไก่และนก  และหากติดเชื้อไข้หวัดนกมักป่วยรุนแรง  ดัง นั้นในช่วงที่มีโรคระบาดในสัตว์ปีก  มีสัตว์ตายมากผิดปกติ  พ่อ  แม่  ผู้ปกครองควรระมัดระวังดูแลเด็กให้ใกล้ชิด  และเตือนไม่ให้เด็กอุ้มไก่หรือนก  จับต้องซากสัตว์ที่ตาย และต้องฝึกสุขนิสัยที่ดี  โดยเฉพาะการล้างมือทุกครั้งหลังจับต้องสัตว์ 
2. หากเด็กมีอาการป่วย สงสัยเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ  ต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว  โดย ทั่วไปเมื่อได้รับการรักษาและดูแลอย่างถูกต้อง เด็กจะค่อย ๆ มีอาการดีขึ้นภายใน  2 ถึง 7  วัน  ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด  หากมีอาการรุนแรงขึ้น  เช่น  มีอาการหอบ  ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
 
คำแนะนำทั่วไปในการรักษาสุขภาพและพฤติกรรมอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อ
1. ควรรักษาร่างกายให้แข็งแรง  เพื่อ ให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคได้ดี  โดยการรับประทานอาหารให้ครบถ้วน  รวมทั้งผักและผลไม้ งดบุหรี่และสุรา นอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และในช่วงอากาศเย็น  ควรสวมเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่น
2. หากมีอาการไม่สบาย  เช่น  มีไข้  ปวดศีรษะ หนาวสั่น เจ็บคอ  ไอ  เป็นต้น  ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งแพทย์ด้วยว่าทำงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์  หรือมีประวัติสัมผัสซากสัตว์
ข้อแนะนำขั้นตอนการล้างตลาดอย่างถูกหลักสุขาภิบาลในช่วงการเกิดโรคระบาด
1. ในบริเวณที่มีการระบาดของโรคติดต่อ ควรล้างตลาดอย่างถูกหลักสุขาภิบาลอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
2. กวาดหยากไย่ หรือ เศษสิ่งสกปรกที่ติดบน ฝาผนัง  โคมไฟ  พัดลม
3. เจ้าของแผงทำความสะอาดแผง และร่องระบายน้ำเสีย กวาดเศษขยะไปรวมทิ้งไว้ในบริเวณพักขยะ หรือในที่ที่จัดไว้ รวมทั้งกำจัดแมลงและสัตว์นำโรคที่อาศัยอยู่ในบริเวณตลาดด้วย
4. บนแผงหรือพื้นที่ที่คราบไขมันจับ ใช้น้ำผสมโซดาไปราดลงบนพื้นหรือแผง ทิ้งไว้นาน  15-30 นาทีและ ใช้แปรงลวดถูช่วยในการขจัดคราบไขมัน ส่วนบริเวณอื่นใช้ผงซักฟอกช่วยในการล้างทำความสะอาด (โซดาไฟ ใช้ชนิด 96% ในอัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1/2 ปีป  ในบริเวณที่ไขมันจับตัวหนา  และ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1/2 ปีป  ในบริเวณที่ไขมันน้อย)
5. ใช้น้ำสะอาดฉีดล้างบนแผง ทางเดิน ฝาผนังและกวาดล้างลงสู่ร่องระบายน้ำเสีย เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก โซดาไฟหรือผงซักฟอกให้หมด
6. ใช้น้ำผสมผงปูนคลอรีน (ใช้ผงปูนคลอรีน 60% ในอัตราส่วน 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ปีป)  ใส่ลงในบัวรดน้ำ และรดบริเวณแผง  ทางเดิน ร่องระบายน้ำเสียให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้เพื่อให้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคและกำจัดกลิ่น ส่วน บริเวณที่มีกลิ่นคาวให้ใช้หัวน้ำส้มสายชูผสมน้ำให้เจือจาง แล้วราดบริเวณที่มีกลิ่นคาว โดยเฉพาะแผงขายสัตว์ปีก ควรฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนทุกวัน
7. บริเวณห้องน้ำ ห้องส้วม อ่างล้างมือ ที่ปัสสาวะ และก๊อกน้ำสาธารณะที่ใช้ในตลาด ต้องล้างทำความสะอาดโดยใช้ผงซักฟอกช่วยและล้างด้วยน้ำสะอาด
8. บริเวณที่พักขยะต้องเก็บรวบรวมขยะไปกำจัดให้หมด แล้วล้างทำความสะอาดและทำการฆ่าเชื้อ เช่นเดียวกับข้อ  6
กระทรวงสาธารณสุข
23 มกราคม  2547

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

แพ้ยา

6 มิถุนายน 2556 1.830

การแพ้ยา เป็นภาวะการเกิดปฏิกิริยาของร่างกายที่มีกับยา โดยภูมิต้านทานของร่างกายแสดงการต่อต้านยา ด้วยสัญญาณว่าเป็นภัยต่อร่างกายทำให้เกิดการหลั่งสารหลายชนิดขึ้นในร่างกาย เช่น

ข้อเข่าเทียมคืออะไร

27 สิงหาคม 2556 2.568

มีหลาย หลายเมือง ในต่างประเทศครับ ถ้าเรานั่งรถประจำทางเข้าไปจะแปลกใจที่พบว่าผู้คนที่โดยสารเข้าออกเมืองเหล่านี้ จะเป็นคนสูงอายุทั้งหมดเมืองเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเมืองชายหาดที่คนที่เกษียณอยู่ตัวคนเดียวมาซื้อไว้อยู่ตอนช่วงบั้นปลายของชีวิตเพื่อพักผ่อน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ