โพสต์ 3 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 3,160 Views

คนแก่

คนแก่ 

ถึงแม้จะเห็นว่าคุณปู่คุณย่าคุณ ตาคุณยายของเรา มีอายุยืนยาวก็ตามแต่ความแข็งแรงทนทานของกระดูกนั้นก็ต้องเสื่อมสภาพไปตามอายุที่มากขึ้นด้วยซึ่งลูกๆ หลานๆ อาจไม่ทราบว่า ญาติผู้ใหญ่บางท่านต้องทนเจ็บปวดกับอาการ "ข้อเข่าเสื่อม" จนทำให้เดินเหินไม่สะดวกส่งผลให้ชีวิตบั้นปลายไม่มีความสุขเท่าที่ควรดังนั้นหากอยากเห็นญาติผู้ใหญ่ที่เรารักมีสุขภาพแข็งแรงและมีรอยยิ้มที่สดใสควรหันมาใส่ใจท่านซักนิด

เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคข้อเข่าเสื่อมมักเกิดกับคนแก่แต่ปัจจุบันผู้ที่เป็นโรคนี้กลับมีอายุน้อยลงประมาณ 40-50 ปีก็เริ่มเป็นกันแล้ว นพ.สมบัติ โรจน์วิโรจน์ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพโรงพยาบาลกรุงเทพให้ความรู้ว่าข้อเข่าสามารถยืน เหยียดงอ และเดินได้ มีหน้าที่รับน้ำหนัก และทรงตัวจากการสำรวจพบว่าปัญหาข้อเข่าเสื่อมมักเกิดกับผู้สูงอายุที่มีอายุประมาณ 60-70 ปี เพราะใช้ข้อเข่ามานาน และมักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่าเพราะลักษณะของโครงสร้างและฮอร์โมนที่แตกต่างกันนอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นอีก เช่น ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก เล่นกีฬาหนักๆเจ็บแล้วยังฝืนทนเล่นหรือผู้ที่อยู่ในท่าทางการใช้งานของข้อเข่ามาก เช่นนั่งท่าเดียวนานๆ การคุกเข่านานๆหรือการนั่งยองๆ นานๆ

โดยอาการที่พบ คือ เรื่องความเจ็บปวดของข้อ และข้อบวมหรืออาการข้อขัด เช่น ตื่นนอนเช้ามารู้สึกขยับข้อได้ลำบากหรือบางคนนั่งนานๆเวลาลุกขึ้นยืนหรือเดินไปแล้วรู้สึกฝืดแต่พอเดินไปซักประมาณ 4-5 ก้าวจึงจะเป็นปกติดีขึ้น หรือรูปร่างขาโก่ง ขาเหยียดได้ไม่สุดหรือคนที่เล่นกีฬาหนักๆรวมทั้งคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะอาจจะเป็นตัวส่งเสริมให้ข้อเข่าเสื่อมได้ง่ายหรือการสวมใส่รองเท้าส้นสูงอาจจะไม่เป็นโดยตรงแต่ในอนาคตอาจจะเป็นส่วนหนึ่งได้ ซึ่งถ้ามีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาด้วยวิธีต่างๆเช่นกินยา หรือบำบัดอาการ

ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การมีคุณภาพชีวิตถดถอยลงเพราะไม่สามารถใช้เข่าได้ตามปกติ ทำให้รู้สึกว่าอยากอยู่เฉยๆ ไม่อยากทำกิจกรรมใดๆ อาทิการออกไปเที่ยว และการออกกำลังกาย ส่งผลให้คุณภาพชีวิตแย่ลงไปเรื่อยๆเราจึงมองว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมให้คนไข้จะช่วยกระตุ้นให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตามการผ่าตัดไม่ใช่วิธีการแรกที่จะใช้กับคนไข้แต่จะต้องเป็นผู้ป่วยที่รักษามานานแล้ว เช่นผู้ที่กินยา กายภาพบำบัดฉีดยามาหมดแล้วแต่ยังไม่หายจึงต้องพิจารณาให้ผ่าตัดซึ่งการผ่าตัดทำให้เกิดการแก้ไขรูปร่างที่ผิดปกติได้และการขยับพับข้อได้ใกล้เคียงกับปกติได้ทำให้ข้อมั่นคง และแข็งแรงกลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

การผ่าตัดรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมแล้วใส่ข้อเข่าเทียมจะมีบาดแผลผ่าตัดอยู่ตรงด้านหน้าลูกสะบ้าโดยวิธีการผ่าจะตัดส่วนกระดูกหรือข้อที่เสียออกรวมทั้งลูกสะบ้าด้วยในบางรายที่เป็นสึกมากส่วนสิ่งที่เราใส่เข้าไปแทนนั้นคือข้อเทียมโดยข้อเทียมคือข้อเข่าที่ทำขึ้นมาจากโลหะและพลาสติกทำเลียนแบบข้อเข่าเพื่อใช้ในการผ่าตัดใส่แทนข้อเข่าปกติซึ่งมีส่วนประกอบเป็นชิ้นหลักๆ อยู่ 3 ชิ้นคือชิ้นที่เป็นตัวผิวสัมผัสกระดูกต้นขาส่วนปลายชิ้นที่เป็นตัวรับน้ำหนักที่อยู่ตรงกระดูกหน้าแข้งส่วนต้นและชิ้นที่อยู่ตรงกลางเป็นตัวผิวสัมผัสที่เป็นพลาสติกที่มีทั้งส่วนที่เป็นโลหะ และพลาสติก ซึ่งโลหะเป็นโลหะผสมที่ดีเกิดปฏิกิริยาต่อร่างกายน้อยส่วนตัวแผ่นพลาสติกที่เป็นตัวสัมผัสก็เป็นพลาสติกอัดแน่นมีคุณภาพดีทนทานสึกหรอน้อย

สำหรับลูกสะบ้าที่อยู่ด้านหน้าผิวจะเปลี่ยนหรือไม่ขึ้นกับว่าเสียมากหรือน้อยซึ่งถ้าเปลี่ยนก็จะใช้เป็นตัวพลาสติกฉะนั้นลูกสะบ้าอาจไม่ใช่ตัวที่สำคัญที่สุดอย่างที่เราเข้าใจกันแต่ตัวที่สำคัญที่สุดคือตัวผิวสัมผัสกับตัวโลหะที่เคลือบอยู่ตรงปลายกระดูก เพราะเป็นตัวที่เราแก้มุมขาที่โก่งและเป็นตัวที่แข็งแรงในการยืนเดิน โดยแพทย์จะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง หลังผ่าตัดจะทำการกายภาพบำบัดโดยเร็ว

สำหรับ วิธีการออกกำลังกายทั่วไปของผู้ที่เป็นข้อเข่าเสื่อม คือลดแรงกระแทกที่เข่าบางคนชอบวิ่งขึ้น-ลงเนิน หรือกระโดดถ้าเราเลี่ยงได้ก็จะดี หรือบางคนที่เริ่มสูงวัยอาจจะใช้วิธีเดินเร็วว่ายน้ำ และถีบจักรยาน ส่วนวิธีการบริหารกล้ามเนื้อรอบ ๆ เข่า เช่นนั่งแล้วเหยียดขาให้ตรงแล้วเกร็งกล้ามเนื้อหน้าขา นับ 1-10 แล้วหย่อนลงทำประมาณ 30 ครั้งต่อรอบหรือวันละ 100 ครั้งซึ่งเป็นวิธีที่เราอาจจะทำที่บ้านหรือที่ทำงานก็ได้หรือใครที่สงสัยว่าเป็นจะข้อเข่าเสื่อมอาจจะยังไม่ต้องทำอะไรมากเพียงแค่ประคบด้วยน้ำร้อน และบริหารกล้ามเนื้อ ถ้าอาการหายก็แปลว่าเป็นแค่เส้นตึงจากนั้นลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูหรือบางรายเริ่มอักเสบมีอาการบวมแดงต้องรีบพบแพทย์เพื่อทำการเอกซเรย์ อาจจะต้องเริ่มรักษาด้วยการรับประทานยาหรือทานอาหารเสริมหรือดื่มนมที่มีส่วนผสมแคลเซียมก็มีประโยชน์ช่วยบำรุงกระดูกแต่ต้องเลือกที่ไขมันต่ำ

นพ.สมบัติยังแนะนำผู้ป่วยหรือผู้ที่มีญาติป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมให้เข้าร่วม "โครงการข้อเข่าเข้มแข็ง 2553" เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมกันมากโดยดูจากจำนวนคิวผู้ที่รอผ่าตัดใน โรงพยาบาลของรัฐบาลแล้วต้องรอนานถึง 6 เดือนทางศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลกรุงเทพจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์รักษาภาวะข้อเข่าเสื่อมด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจำนวน100 ข้อเพื่อคนไทยและลดภาระการผ่าตัดในโรงพยาบาลของรัฐที่มีผู้ป่วยมากและผู้ป่วยอดทนรอการผ่าตัดเป็นเวลานานรวมทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยด้วยราคาที่เหมาะสม

หากใครที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมหรือมีญาติผู้ใหญ่ที่กำลังทนทุกข์กับอาการเจ็บปวดข้อเข่าจนชีวิตไม่เป็นสุขสามารถเข้าร่วมโครงการเพื่อรับการรักษาได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2553 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.1719

ขอขอบคุณ

Author
ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การปลูกถ่ายอุจจาระ

19 พฤศจิกายน 2556 3.867

ในร่างกายของเรามีจุลชีพอาศัยอยู่มากมายหลายชนิด ทั้งจุลชีพประจำถิ่น (Normal flora) ที่ไม่ก่อให้เกิดโรคและจุลชีพชนิดที่ก่อให้เกิดโรค อาศัยอยู่ร่วมกันและควบคุมกันเองจนเป็นระบบนิเวศของจุลชีพ (Microbial Ecology)

เรียนเก่งอย่างเดียวไม่พอ

20 กุมภาพันธ์ 2557 2.501

ทุกวันนี้เราเห็นภาพลูกหลานของเราทุ่มเทกับการศึกษา โดยเฉพาะเด็กมัธยมที่กวดวิชากันทั้งช่วงเย็นหลังเลิกเรียน และวันเสาร์ อาทิตย์จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน นอกจากนี้ส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาทำให้เด็กต้องรายงานมากขึ้น

การเลือกวิธีคุมกำเนิด

15 กุมภาพันธ์ 2557 45.937

หลักการคุมกำเนิดคือการป้องกันไม่ให้อสุจิของฝ่ายชายปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ของฝ่ายหญิง หรือหากปฏิสนธิก็เป็นการป้องกันไม่ให้ตัวอ่อนนั้นฝังตัวที่มดลูก ซึ่งมีวิธีการต่างๆ หลายวิธี การคุมกำเนิดในปัจจุบันมีมากมายหลายวิธีให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ